ข่าว

"สามารถ"ย้ำ ทำได้ก็ดี  คมนาคมชง ค่าโดยสาร รถไฟฟ้า"สายสีเขียว"50 บาท

"สามารถ"ย้ำ ทำได้ก็ดี คมนาคมชง ค่าโดยสาร รถไฟฟ้า"สายสีเขียว"50 บาท

21 มี.ค. 2564

"ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำ ทำได้ก็ดี คมนาคมชง ค่าโดยสาร รถไฟฟ้า"สายสีเขียว"50 บาท

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2564 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัวระบุว่า เป็นข่าวน่าสนใจที่กระทรวงคมนาคมเสนอแนวทางการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลงจากเดิมสูงสุด 65 บาท เหลือสูงสุด 50 บาท แต่จะทำได้หรือไม่ต้องอ่านบทความนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินจากการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-คูคต รวมทั้งการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้า ติดตั้งระบบตั๋วและระบบสื่อสาร และค่าจ้างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสให้เป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุงรักษา เป็นเงินรวมประมาณ 1.3 แสนล้านบาท แต่ กทม.ไม่มีเงินที่จะจ่ายหนี้ก่อนใหญ่นี้ จึงจำเป็นจะต้องขยายเวลาสัมปทานให้บีทีเอสเป็นเวลา 30 ปี จากปี 2572-2602ปี 2572 เป็นปีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบีทีเอสสำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ประกอบด้วยช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ซึ่งบีทีเอสลงทุนเองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม กทม.ได้ทำสัญญาจ้างบีทีเอสให้เดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทั้งส่วนหลักและส่วนขยายไปจนถึงปี 2585 ไว้ก่อนแล้วการขยายเวลาให้บีทีเอสนั้น กทม.มีเงื่อนไขดังนี้

1. บีทีเอสจะต้องเก็บค่าโดยสาร 15-65 บาท (หากไม่ขยาย ค่าโดยสารสูงสุดจะพุ่งไปถึง 158 บาท)

2. บีทีเอสจะต้องจ่ายหนี้บางส่วนแทน กทม.ตั้งแต่ปี 2562-2572 เป็นเงินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท จากหนี้ทั้งหมดประมาณ 1.3 แสนล้านบาท

3. บีทีเอสจะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม.ตั้งแต่ปี 2572-2602 เป็นเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งเงินบางส่วนจากเงินก้อนนี้ กทม.จะนำไปจ่ายหนี้ที่เหลือ

4. ในกรณีที่บีทีเอสได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเกิน 9.6% บีทีเอสจะต้องแบ่งรายได้ให้ กทม.ด้วย

"สามารถ"ย้ำ ทำได้ก็ดี  คมนาคมชง ค่าโดยสาร รถไฟฟ้า"สายสีเขียว"50 บาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"ดร.สามารถ" กังขา"รฟม." เมินเสียงทักท้วง เดินหน้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มโดยใช้เกณฑ์ใหม่

กระทรวงคมนาคมทักท้วงว่าค่าโดยสารสูงสุด 65 บาทนั้นแพงกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งมีค่าโดยสารสูงสุด 42 บาท แม้ว่าได้มีการเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ แล้วว่าค่าโดยสารต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตรของรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกกว่าของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่ากระทรวงคมนาคมยังไม่ยอมรับ จึงได้เสนอแนวทางที่ทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลงผมเห็นด้วยที่จะทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลง โดยอาจขอให้รัฐบาลแบกรับหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนแทน กทม. แต่รัฐบาลก็ทำไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ กทม.จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขยายเวลาสัมปทานให้บีทีเอส แต่เมื่อกระทรวงคมนาคมยื่นมือเข้ามาช่วยก็น่ายินดี โดยการเสนอให้จัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อระดมทุนจากผู้สนใจที่จะลงทุนแล้วนำเงินมาจ่ายหนี้บางส่วนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นจะเปิดประมูลจ้างผู้เดินรถในช่วงปี 2573-2602 กระทรวงคมนาคมคุยว่าหากใช้แนวทางนี้จะทำให้มีเงินเหลือนำส่งเข้ารัฐได้ถึงประมาณ 3.8 แสนล้านบาท   

ผมมีความเห็นต่อข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมที่จะจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ดังนี้

1. คาดว่าจะไม่มีผู้สนใจลงทุนในกองทุนฯ นี้ เพราะตั้งแต่เวลานี้-2572 จะไม่ได้รับผลตอบแทน เนื่องจากการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจะขาดทุน ทำให้ไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ เมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่มีอยู่ในประเทศไทย 9 กองทุน มีการจ่ายผลตอบแทนทุกปี

2. เมื่อไม่มีผู้สนใจลงทุน ก็จะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้บางส่วนจนถึงปี 2572 ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ความหวังที่จะเปิดประมูลใหม่ในปี 2573 จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้นั่นเอง

3. ในกรณีมีเงินใช้หนี้ (ซึ่งไม่รู้ว่าจะหามาจากไหน) ก็จะไม่สามารถเปิดประมูลใหม่ได้ในปี 2573 เพราะติดสัญญาจ้างให้บีทีเอสเดินรถถึงปี 25854. การคาดการณ์ว่าจะสามารถนำเงินเข้ารัฐได้ถึง 3.8 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2573-2602 อาจเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริง เนื่องจากคาดการณ์จำนวนผู้โดยสารสูงเกินจริง และคิดค่าจ้างเอกชนให้เดินรถและซ่อมบำรุงรักษาต่ำกว่าความเป็นจริงผมอยากให้กำลังใจกระทรวงคมนาคมในการหาแนวทางที่เป็นไปได้ในการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลง แต่จะต้องเร่งทำแข่งกับเวลา เนื่องจากใกล้ถึงกำหนดเวลาที่บีทีเอสขีดเส้นตายให้ กทม.ชำระหนี้ก้อนแรกประมาณ 3 หมื่นล้านบาทภายใน 60 วัน ในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้ มิฉะนั้น บีทีเอสอาจฟ้องให้ กทม.ชำระหนี้ก้อนนี้ในเร็วๆ นี้ก็ได้ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีที่จะเห็นแนวทางที่เป็นไปได้ในการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกลง