
เทือกขอครม.ตั้งทหารช่วยตร.รับมือเสื้อแดง
สุเทพ รับปรับแผนรับมือม็อบแดง แจงขอมติครม.ตั้งทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเพื่อปกป้องคุ้มครองจนท. ปัดใช้ทหารออกโรงแก้ปมตร.เกียร์ว่าง ชี้ แก้รธน.สำเร็จยากแนะ พธม.อยู่บ้านไม่ต้องออกมาป่วน
(27ม.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ครม.มีมติอนุมัติให้ทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการดูแลรักษาความเรียบร้อยรับมือม็อบ จะต้องใช้กำลังเท่าใดและส่งประจำการเท่าใด ว่า ตนได้ทำรายงานเสนอครม.เพื่อให้ครม.ได้ทราบสถานการณ์และโดยกฎหมายของทหารเวลาที่จะออกมาปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่ใช่เป็นการไปปกป้องประเทศต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนดหรือตามติครม.จะสังเกตเห็นว่าเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ตนใช้กำลังทหารเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ตอนนั้นก็อยู่ภายใต้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือตอนที่มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ 27 ประเทศที่จ.ภูเก็ต หรือการประชุมสุดยอดผู้นำอาซียนหัวหิน - ชะอำ เราใช้ทหารออกมาได้เพราะประกาศพื้นที่ความั่นคง ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แต่ในกรณีเดี๋ยวนี้ตนปรับแผนตั้งรับสถานการณ์ตามสิ่งที่ตนประเมินว่าจะเกิดขึ้น คือ ถ้าการชุมนุมมีผู้ชุมนุมไม่มาก และไม่ถึงขั้นที่ตนต้องเสนอให้มีการประกาศพื้นที่ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯหรือไม่รุนแรงถึงขนาดต้องประกาศพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ยังจำเป็นต้องเอากำลังทหารมาเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องขอนุมัติครม.เอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็สามารถเคลื่อนย้ายกำลังออกมาช่วยได้ทันที
นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนจะใช้กำลังเท่าใดแล้วแต่ทางตำรวจจะขอไปเท่าไหร่ในแต่ละสถานการณ์ เช่น ถ้าเป็นไปตามที่บรรดาลูกน้องพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมาป่าวประกาศว่าจะไปยึดสถานที่ราชการแห่งนั้นแห่งนี้หลายแห่งเราก็ต้องใช้กำลังมาก เอากำลังทหารออกมาเพื่อดูแลรักษาทรัพย์สินของราชการและสถานที่ราชการ และปกป้องพี่น้องประชาชนหรือดูแลการจราจร
เมื่อถามว่า ที่ต้องใช้ทหารออกมา เพราะประเมินแล้วสถานการณ์จะรุนแรงยิ่งขึ้นหรือมองว่าตำรวจจะใส่เกียร์ว่าง นายุสเทพ กล่าวว่า ตำรวจเขาไม่เกียร์ว่างถ้ามีกฎหมายหรือคำสั่งที่ชัดเจน เมื่อก่อนที่เขาตัดสินใจลำบาก เพราะทำตามคำสั่งของรัฐบาลแล้วถูกดำเนินคดี บางคนถูกออกจากราชการ ไล่ออก ปลดออก เพราะฉะนั้นตนต้องหากฎหมายมารองรับให้ได้ เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ตนเป็นผู้บังคับบัญชาที่เข้าใจคนรับคำสั่ง ต้องคิดถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย
เมื่อถามว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินสถานการณ์จากเมื่อวันที่ 26 ม.ค.จนถึงวันที่จะมีการตัดสินคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯอย่างไรถึงต้องให้เฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.เป็นต้นไป นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยประมาท ถ้าตนประเมินสถานการณ์ต่ำหรือประมาทผลเสียหายก็จะเกิดแก่บ้านเมือง ขนาดติดตามสถานการณ์อย่างนี้ก็ทำด้วยความยากลำบากอยู่แล้ว ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งตนภาวนาขออย่าให้มีอะไรรุนแรงเลย สงสารประเทศไทยและคนไทยเถอะ อย่าทำอะไรกันรุนแรง ตนจะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารใช้ความรุนแรงเป็นเด็ดขาด และถึงต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ให้เพียงพอเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
เมื่อถามว่า รัฐบาลมั่นใจหรือไม่ว่าจะก้าวข้ามผ่านวันที่ 26 ก.พ. นี้ไปได้ นายุสเทพ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจจะก้าวไปให้พ้นไปถึงปีหน้า เมื่อถามว่า มีการข่าวว่าจะมีกลุ่มกองกำลังต่างๆ ออกมาก่อนคว่ามวุ่นวายอย่างที่มีคนพูดกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ว่าเขาจะคิดอะไรอยู่ก็ เราก็ต้องติดตาม ป้องกันและแก้ไข หน้าที่เราคือปกป้องแประเทศชาติและประชาชน มีอะไรตนจะบอกความจริงให้ประชาชนให้ทราบทุกระยะ ถ้าจะกรุณาช่วยสนับสนุนตนในการทำงานก็ขอให้ประชาชนช่วยกันห้ามปรามลูกหลานญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของเราว่าอย่าไปเป็นเครื่องมือของใคร บ้านเมืองบอกช้ำกันมาแล้ว ช่วยกันแก้ปัญหาบ้านเมืองดีกว่า
เมื่อถามว่า มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯหรือไม่หลังพรรคร่วมยืนยันจะเดินหน้าเสนอแก้รัฐธรรมนูญ นายุสเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เมื่อถามว่าห่วงหรือไม่ เมื่อมีการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญม็อบทั้งแดงทั้งเหลืองจะออกมาพร้อมกันจนวุ่นวาย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะไปพูดแทนเขาไม่ได้ ถ้าประเมนิแบบคนนอกก็จะเห็นว่ากรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้คงสำเร็จยาก เพราะคะแนนเสียงน้อยเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมมือด้วย เพราะฉะนั้นพันธมิตรฯก็ควรจะอยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่า ก็ไม่น่าจะกังวลใจ



