ข่าว

ทหารพล.2ตบเท้าป้อง"อนุพงษ์"ถูกหมิ่น

ทหารพล.2ตบเท้าป้อง"อนุพงษ์"ถูกหมิ่น

28 ม.ค. 2553

กำลังพลสังกัดกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองศ์ ตบเท้าแสดงพลังปกป้อง"พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" ที่ถูกนายทหารบางคนลบหลู่ก้าวร้าว ด้าน“ประวิตร-อนุพงษ์”อึ้งเจอ“เสธ.แดง”ร่วมงานสถาปนา รร.เตรียมทหาร

(27ม.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ ม.พัน 4 รอ. พ.ท. ชินสรณ์ เรืองศุข ผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันของหน่วยเกี่ยวกับการเข้า ออกพื้นที่ ม.พัน. 4 รอ.นั้นก็มีอยู่แล้วในเรื่องของการ รปภ.สถานที่ต้องมีการตรวจค้นยานพาหนะและบุคคลที่ผ่านมาเข้าออกทุกคน ซึ่งสืบเนื่องมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีการตรวจค้นบ้านพักของพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล  ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่ถูกคำสั่งพักราชการ และพบสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธสงครามจำหนวนหนึ่งจึงมีมาตรการเพิ่มเติม ซึ่งทางผู้บัญชาการกองพลทหารม้าเห็นว่าควรเพิ่มเติมเรื่อง รปภ.สถานที่เนื่องจากว่ามีสิ่งผิดกำหมายที่เป็นอาวุธสงคราม ถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายจึงให้สารวัตรทหารมาช่วยดูแลความปลอดภัย

 ซึ่งมีความเป็นห่วงถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะเป็นพื้นที่ของบ้านพักของกำลังพลและครอบครัว กลัวจะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดี และจะส่งผลกระทบต่อกองทัพบก ซึ่งในอดีตก็เคยมีเหตุการณ์การเอาวัตถุระเบิดมาวางหน้าบ้านพักพล.ต.ขัตติยะ ถือว่าเป็นการดูแลรักษาความปลอดภัยตัวเขาด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกเข้ามาทำอะไรที่ไม่ดี

 พ.ท.ชินสรณ์ กล่าวว่าสำหรับการสั่งห้ามพล.ต.ขัตติยะ เข้าพื้นที่ของกองพันทหารม้าที่ 4 รอ.นั้น ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วน พื้นที่แรกคือสำนักงานคือตัว กองพันทหารม้าที่ 4 รอ. และพื้นที่บ้านพัก ซึ่งการแบ่งความรับผิดชอบในพื้นที่สำนักงานคือพื้นที่ห้ามเข้า ส่วนพื้นที่บ้านพักบุคคลที่ผ่านเข้าออก จะเป็นบุคคลภายนอก และกำลังพลภายใน ซึ่งขณะนี้ถ้าใครผ่านเข้าบ้านพักต้องปฏิบัติตามระเบียบการรักษาความปลอดภัยของหน่วยอย่างเคร่งครัด คือการตรวจค้นอาวุธ สิ่งผิดกฎหมาย ซี่งมาตรการนี้ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าก็มีความเห็นชอบ พร้อมกับอกว่าถ้ามีสิ่งผิดกฎหมายก็ให้ยึดและนำส่งเจ้าพนักงานได้ตามระเบียบ และให้กำลังพลที่มีความผิดออกจากพื้นที่ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

 พ.ท.ชินสรณ์ กล่าวว่าสำหรับพล.ต.ขัตติยะ ยังสามารถเข้าพักในบ้านพักได้แต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยอย่างเคร่งครัด ต้องไม่มีอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายนำเข้าไปในบ้านพัก ทั้งนี้ยังไม่มีการสั่งห้ามพล.ต.ขัตติยะ เข้าไปในบ้านพักเพราะทุกขึ้นอยู่กับการดำเนินการของตำรวจด้วย ขณะนี้ยังถือว่าปกติไม่มีเหตุการณ์น่าเป็นห่วง ในส่วนของลูกน้องของพล.ต.ขัตติยะ นั้นก็ต้องปฏิบัติเช่นกัน อย่างไรก็ตามหลังจากมีการตรวจค้นอาวุธ พล.ต.ขัตติยะ ได้เข้าออกบ้านพักของเขาเป็นบางโอกาสตามปกติ

 พ.ท.ชินสรณ์ กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.ขัตติยะ ระบุว่ามีนายทหาร ยศ ร้อยเอก สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก นำของบางอย่างมาไว้ในบ้านพักของพล.ต. ขัตติยะ นั้น ตนขอยืนยันว่าในฐานะที่เป็นผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ บุคคลที่เข้าไปในบ้านพักของพล.ต.ขัตติยะ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นมีนายทหาร 4 คนคือ ผบ.กองพันสารวัตรที่ 11 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตรวจค้น และตนเอง พร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญของ มทบ.11 และผู้บังคับหมวดสารวัตร มทบ.11 ส่วนที่เหลือเป็นนายทหารประทวนรวมถึงเจ้าหน้าที่บันทึกภาพ ทั้งนี้การปฏิบัติต่อพล.ต.ขัตติยะ นั้นเรายังให้เกียรติท่านอยู่เพราะเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งตนเคยพุดคุยด้วยเรื่องการให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าจะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก็ขอให้สัมภาษณ์นอกพื้นที่ ซึ่งพล.ต.ขัตติยะ ก็ได้รับปาก ทั้งนี้ไม่คิดว่า ม.พัน. 4 รอ.จะเป็นเป้าในการโจมตีเพราะไม่มีปัญหา เนื่องจากตนได้ปฏิบัติตามกรอบของกองทัพที่วางไว้ทุกอย่าง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ปรากฏว่ามีเอกสารของทางราชการที่ กลาโหม 0481.1/90 ลงวันที่ 26 ม.ค.2553 ด่วนที่สุด จากกองพลที่ 1 รอ. ได้ติดไว้ที่กองรักษาการณ์กองพันทหารม้าที่ 4 รอ. ด้วยข้อความว่า เนื่องจากปัจจุบันได้ปรากฏข่าวสารของพล.ต.ขัตติยะ ได้ใช้คำพูดข่มขู่ก้าวร้าวต่อ ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ หลังจากที่กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งพักราชการ เนื่องจากมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพเสื่อมเสียและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อผู้บังคับบัญชา อีกทั้งมีการพกพาอาวุธประจำการติดตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทุกกรณี จึงให้หน่วยปฎิบัติดังนี้

 1.1ชี้แจงกำลังพลประจำกองรักษาการณ์ให้เข้าใจสถานการณ์ พร้อมแสดงภาพถ่ายยานพาหนะตามข้อมูลที่ส่งมาเพื่อให้รับรู้กันทั่วหน้า เมื่อมีการเปลี่ยนทหารกองรักษาการณ์ทุกวัน

 1.2 ห้ามบุคคลดังกล่าวผ่านเข้าออกพื้นที่หน่วยอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้หากจำเป็นต้องเข้าต้องปฏิบัติตรมมาตรการ รปภ.ของหน่วยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจค้นอาวุธสงคราม รวมถึงบุคคลติดตามและยานพาหนะ

 1.3 รายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบทันที

 1.4 อุปกรณ์ประจำกองรักษาการณ์มีทั้งกล้องวิดีโอ ถ่ายภาพเคลื่อนไหว และภาพนิ่ง ไฟฉายประจำผู้ปฎิบัติหน้าที่ เครื่องมือหาวัตถุระเบิด ขั้นตอนการตรวจค้นตามระเบียบการผ่านเข้าออก ลงชื่อ พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

ทหารพล.2ตบเท้าฮึ่ม'ผบ.ทบ."ถูกหมิ่น

เช้าวันนี้ที่หน้ากรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (กรม ร.2 รอ.) ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ นำกำลังพลในสังกัดและหน่วยขึ้นตรง 3 กองพัน กำลังพล ประกอบด้วยพลทหาร นายสิบ พลทหาร กว่า 1,000 คน จัดพิธิรวมพลังปกป้องสถาบันทหาร โดยมีตัวแทนทหารนำหนังสือมอบเป็นกำลังใจให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา กรณีถูกก้าวร้าว จากนั้นมีการอ่านแถลงการณ์หน้าแถว การปฏิณาณตนของทหารในสังกัดที่จะเป็นผู้มีระเบียบวินัย พร้อมร้องเพลงไทยสามัคคี 4 เหล่าดังกระหึ่ม

 นอกจากนี้ยังมีป้ายโปสเตอร์ผ้าเขียนกล่าวเป็นคำขวัญต่างๆอาทิ “กองทัพสง่าได้ด้วยทหารปฏิบัติตามคำสั่ง ผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด” “กองทัพเป็นสถาบันหลักไม่ใช่สถาบันของคนใดคนหนึ่งที่จะไม่ไปกล่าวอ้างกองทัพเป็นทหารของประชาชน” “ทหารที่ขาดวินัยไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีไม่เคารพสายการบังคับบัญชาไม่มีอาวุโสย่อมไม่มีค่าต่อกองทัพ ” “ จะแน่งแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกรียรติดำรง จะปิดทองหลังองคืพระปฏิมา”

 พ.อ.กู้เกียรติ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นการแสดงพลังปกป้องสถาบันทหาร จากสถานกรณ์ของชาติห้วงที่ผ่านมามีบุคคลบางกลุ่มบางฝ่ายได้ใช้ข้าราชการทหารเข้ามาจาบจ้วงสถาบันทหาร ดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ซึ่งในระบบทหารถือว่า เป็นการกระทำที่ผิดวินัยอย่างร้ายแรง และจะได้นำหนังสือที่ได้รับนี้ยื่นให้ผู้บังคับบัญชา (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก) ต่อไป
 
 ส่วนเรื่องการปฏิวัตินั้น พ.อ.กู้เกียรติ กล่าวว่า ไม่ขอกล่าวถึง ปราจีนบุรี ไม่มีปฏิวัติ ”
 
 ต่อมา เวลา 09.30 น. ที่ลานเอนกประสงค์ค่ายพรหมโยธี กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พล.ต.วริศ โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นำกำลังพลสังกัดกองทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรงกว่า 1,000 คน ทำพิธีปฏิญาณตน เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีระเบียบวินัย โดยมี พ.อ.ฉมาวิทย์ สารทรอด เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รัก ษาพระองค์ นำกำลังพลกล่าวปฏิญาณ โดยคำกล่าวดังนี้

 “... เรียนผู้บังคับการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ปัจจุบันมีกำลังพลกองทัพบกบางนาย ประพฤตตนไม่เหมาะสม มีการกล่าวตำหนิผู้บังคับบัญชา ผ่านสื่อมวลชน ขาดระเบียบวินัยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่สั่งการไปขาดความเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีจนส่งผลเสียต่อภสพลักษณ์ของกองทัพบก

 กระผม พ.อ. ฉมาวิทย์ สารทรอดในฐานะผู้แทนกำลังพลหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จะขอกล่าวปฏิญาณต่อผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ดังนี้

 ข้าพเจ้า จักยอมตายเพื่ออิสรภาพ,และความสงบสุขแห่งประเทศชาติ ข้าพเจ้าจักอยู่ในศีลธรรมของศาสนา และเป็นมิตรที่ดีของประชาชน ข้าพเจ้าจักดำรงและรักษาไว้ ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

 ข้าพเจ้าจักเชื่อถือผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งจักปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยสุจริตและยุติธรรม ข้าพเจ้าจักจงรักภักดี จักเชิดชูรักษาไว้ ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ของทหารรักษาพระองค์ ทั้งจักปฏิบัติตนให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ข้าพเจ้าจักเทิดทูน และจักยอมตายเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพเจ้าจักไม่แพร่งพรายความลับของทางราชการทหารเป็นอันขาด...”

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากนั้น พ.อ. ฉมาวิทย์ ได้นำกำลังพลร่วมร้องเพลงสามัคคี 4 เหล่าทัพ
 
 ด้าน พล.ต.วริศ โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ให้สัมภาษณ์ว่า พิธีปฏิญาณตนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีวินัยนี้ เนื่องจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์เป็นหน่วยรบ เป็นทหารอาชีพ มีขนบธรรมเนียมระเบียบวินัยของทหาร เคร่งครัด เราเป็นทหารรักษาพระองค์ที่มีเกียรติ ทุกคนต้องยึดมั่นในสถาบันทั้งชาติศาสนา พระมหากษัตริย์เป็นที่ตั้งสูงสุด ทหารทุกคนย่อมยึดมั่นผู้บัง คับบัญชา

 “ทั้งนี้ไม่ได้บ่งบอกถึงกล่าวโจมตีใคร ให้ยึดมั่นสิ่งที่ถูกที่ดี มีวินัย และไม่เกี่ยวกับการปฏิวัติแต่อย่างใด เป็นการชี้แจงให้กำลังพลรับทราบ เราเป็นทหารต้องยึดมั่นสถาบันชาติ ศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์ ” พลตรีวริศ กล่าวในที่สุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมนอกจากนี้ที่หน่วยทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ได้ร่วมจัดกิจกรรมปกป้องสถาบันทหารด้วยเช่นกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.วันเดียวกัน ที่กองบังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ พ.อ.ธรรมนูญ วิถี รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยผู้บังคับกองพัน ร.12 พัน 1 พัน 2 และพัน 3 นำนายทหาร นายสิบ พลทหาร กว่า 600 นาย ร่วมพิธีกล่าวคำปฏิญาณตนว่าจะปกป้องเทิดทูนสถาบัน ปกป้องประเทศชาติ มีระเบียบวินัย

 พ.อ.ธรรมนูญ วิถี รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ กล่าวว่า ข่าวสารทางสื่อมวลชนที่ออกมาทำให้ทหารไม่สบายใจ รวมทั้งกำลังพลชั้นผู้น้อยก็มีความรู้สึกนี้เช่นกัน ทหารจากทั้ง 3 กองพันจึงได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงออกให้สังคมรู้ว่า ทหารต้องมีระเบียบวินัย เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง เป็นการแสดงถึงการขาดระเบียบวินัย

 ร.อ.สมคิด ทรัพย์เจริญ กล่าวว่า ที่ทหารกว่า 600 นายมารวมตัววันนี้ เพื่อมาแสดงจุดยืนทหารอาชีพ ซึ่งต้องยึดถือระเบียบวินัยของทหารอย่างเคร่งครัด ตนรับราชการมานานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เป็นพลทหารจนกระทั่งเป็นร้อยเอก รู้สึกภูมิใจที่เป็นทหารเสือราชินี เป็นทหารอาชีพ ต้องมีระเบียบวินัย ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เพราะถ้าทหารไม่มีวินัยจะเป็นทหารไม่ได้ จากการปฏิบัติดังกล่าวทำให้ตนได้มายืนตรงจุดนี้

 "เป็นทหารอาชีพต้องฟังผู้บังคับบัญชา เพราะถ้าไม่มีระเบียบวินัยก็ไม่ต่างจากกองโจร เท่าที่ผมเคยปฏิบัติราชการชายแดนร่วมกับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ท่านเป็นคนมีเมตตา ถ้าอะไรไม่ดีก็สอน คอยแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ทำให้ทุกคนรักและเคารพท่านอย่างมาก สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ท่านไม่สบายใจ เราก็ไม่สบายใจด้วย"

 ด้านนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาคนหนึ่ง กล่าวว่า การเป็นทหารเขาดูกันที่ระเบียบวินัย ไม่ได้ดูที่ยศ ถึงแม้ติดยศเป็นนายพล ถ้าไม่มีระเบียบวินัย ก็เปรียบเทียบกับทหารท้ายแถวของตนไม่ได้ 

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 08.30น. นายทหารและกำลังพลสังกัดกรมทหารราบราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ที่เป็นกำลังรบหลัก จาก 3 กองพันกว่า 1,000 คน ได้เดินทางมารวมตัวที่บริเวณหน้า กองบังคับการกรมทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
 
 เพื่อแสดงพลังป้องป้องสถาบันทหารในสังกัด ในนามบุรพาพยัคฆ์หรือนักรบภาคตะวันออก โดยผู้แทนกำลังพลได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.กรมทหารราบราบที่ 2 รักษาพระองค์ กองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อแสดงการตอบโต้และไม่พอใจ ที่มีการก้าวร้าว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บังคับบัญชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ รร.เตรียมทหาร เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ประ ธานในพิธีวางพานพุ่มสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 โดยมี พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมนายทหารระดับสูง หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ได้เดินทางขึ้นมายังบริเวณห้องรับรองทันที โดยระหว่างการเดินขึ้นไปยังห้องพักรับรองได้มีนายทหารติดตาม พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ รายงานว่า ขณะนี้ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ได้เดินทางมาร่วมงานศิษย์เก่าของโรงเรียนทหารด้วย

 ทำให้ระหว่างการเดินทางขึ้นบันไดเพื่อจะไปยังห้องพักระหว่าง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์ มองไปที่ พล.ต.ขัตติยะ ด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะ พล.อ.อนุพงษ์ ถึงกับเดินไปมองไป โดยระหว่างการนั้นฝ่ายเสธ.ของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ต่างมาสังเกตการณ์การให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ขัตติยะ พร้อมบอกว่าจะไปให้ความสำคัญกับ พล.ต.ขัตติยะ ทำไม ระหว่างนั้นสารวัตรทหารเดินมาดูแล แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร พร้อมกับพูดว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า

 ทั้งนี้พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์กรณีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาศาลทหารว่า ไม่มีอะไรก็พิจารณากันไปตามปกติ แต่ตนจะไม่ไปชี้แจงเนื่องจากถูกสั่งพักราชการไปแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไป เมื่อถามว่า ศาลทหารได้เรียกตัวไปชี้แจงภายสิ้นเดือนนี้ หากไม่ชี้แจงก็จะส่งฟ้องนั้น พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า เขาเรียกมาก็จริง แต่ก็จะต้องพิจารณาดูก่อนว่าจะไปหรือไม่ เพราะขณะนี้ตนถูกสั่งพักราชการไปแล้วก็ไม่อยากไป

 เมื่อถามว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะท่านก็เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ไม่เคยมีปรากฏว่าสั่งพักราชการทหารชั้นยศนายพล และมีผู้ใต้บังคับบัญชามาบุกที่บ้านพักนายพล พร้อมกับเอาตำรวจเข้ามาบุก และใส่กุญแจมือพลทหาร ทั้งนี้การที่กองทัพบกถูกยิงถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก และพักราชการทหารชั้นยศนายพล โดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่มีการสอบสวนก็ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม

 เมื่อถามว่า เพื่อน ตท.11 แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของท่านนั้น พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ไม่มี เพียงแต่เขาบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และหากตนทำอะไรก็แล้วแต่ตน แต่ขอให้ดูแลครอบครัว ส่วนข้อสุดท้ายก็ให้ปฏิบัติตามข้อระเบียบวินัยของทหาร ซึ่งเขาไม่ได้ว่าอะไรตน เพียงแต่ออกตัวว่าทางใครทางมัน

 เมื่อถามว่า การจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้นโยบายว่าอย่าให้ทหารหลักรบกับทหารพราน หรือทหารเก่าขึ้นมา ท่านก็ไม่อยากให้รบกันเท่านั้น ก็จะต้องมีการป้องกัน โดยตนบอกว่าจะเป็น ผบ.กองกำลังทางนี้ให้ เพื่อไม่ให้รบกันแค่นั้น เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของท่าน จะทำให้กองทัพเสื่อมเสียภาพพจน์หรือไม่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เป็นไร ตนต้องการป้องกันทหารหลักเท่านั้นไม่ต้องการอย่างอื่น วันนี้กองทัพแดงเหมือนกับกองทัพเหมาเจ๋อตุงรบกับกองทัพเจียงไคเช็กคล้ายๆ ลักษณะแบบนั้น ตนจะต้องคุมไม่ให้รบกัน ไม่อย่างนั้นจะเป็นประชาชนจะรบกับกองทัพประจำการ ตนทำเพื่อป้องกันไม่ให้รบกัน

 “วันนี้ผมไม่อยากจะแอคชั่น เพราะเกรงใจโรงเรียนเตรียมทหารมันเป็นงานใหญ่ ทั้งนี้หากเจอกับ รมว.กลาโหม ก็จะคุยกัน รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกด้วย โดยผมจะบอกว่าให้เอาผมกลับรับราชการ เพราะว่าพี่ทำไม่ถูก เพราะยังไม่ได้สอบสวน และผมไม่ได้มีความผิด พี่จะมาใช้อำนาจในการปกครองมาเซ็นพักราชการไม่ได้ พวกพี่จะต้องมีเมตตา” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

 เมื่อถามว่าจะหยุดการเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า ตนก็อยู่ของตนตามปกติ เมื่อถามย้ำว่า ค่ายทหารพยายามบอยคอตเป็นเขตหวงห้ามไม่ให้ เสธ.แดง เข้าพื้นที่ พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า โรงเรียนเตรียมทหารเป็นพื้นที่สาธารณะ และเป็นที่นักเรียนเตรียมทหารทุกรุ่นมีสิทธิ์ที่จะมาได้ ตนจึงมาร่วมงานไม่ได้มาป่วน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ พล.ต.ขัตติยะ ได้รับความสนใจจากนายทหารที่เดินทางมาร่วมงานวันสถาปนาโรงเรียนเตรียมทหาร แต่ พล.ต.ขัตติยะ ยังสัมภาษณ์ไม่ทันเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มาดูแลภายในงานได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาไม่ให้ พล.ต.ขัตติยะ สัมภาษณ์ พร้อมกับเชิญ พล.ต.ขัตติยะ เข้าห้องประชุมทันที จากนั้นไม่นานคณะของ พล.อ.ประวิตร ก็เดินทางเข้าห้องประชุมตามไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม พล.อ.อนุพงษ์ ถึงการเดินทางมาของ พล.ต.ขัตติยะ ในครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าไม่มีอะไร ไม่มีปัญหาอะไร พล.ต.ขัตติยะ เดินทางมาร่วมงานตามปกติของเขา ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีการจับตามองการเดินทางมาครั้งนี้ของ พล.ต.ขัตติยะ แต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.ต.ขัตติยะ เดินทางมาถึงโรงเรียนเตรียมทหาร และได้เดินเข้าไปยังห้องพักรับรอง โดยภายในห้องมีทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก ซึ่งเมื่อ พล.ต.ขัตติยะ เข้าไปในห้อง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.พิรุณ ก็ลุกเดินออกมาจากห้องพักรับรองทันที โดยมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ขณะที่มีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.11 บางส่วนได้เดินทางมาทักทาย พล.ต.ขัตติยะ

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยในวันนี้ทาง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) มาดูแลรักษาความปลอดภัยภายในงานด้วย โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณประตูทางเข้าด้านหลังของโรงเรียนเตรียมทหาร ได้มีการตรวจการเข้าออกของรถยนต์ทุกชนิดอย่างละเอียด โดยเฉพาะรถยนต์ของสื่อมวลชนที่จะต้องเปิดท้ายรถเพื่อตรวจสอบ รวมถึงนำเครื่องสแกนวัตถุระเบิดมาตรวจในครั้งนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มาใช้ด้วย