ข่าว

'เวลา'...มัดมือฆ่าสองแม่ลูกมหาชัย

'เวลา'...มัดมือฆ่าสองแม่ลูกมหาชัย

27 ม.ค. 2553

ความละเอียดรอบคอบในการตรวจที่เกิดเหตุ และการสอบสวนพยานแวดล้อม ช่วยให้ตำรวจมหาชัยคลี่คลายคดีฆาตกรรม 2 แม่ลูกในร้านอาหารพัชรียา และ ด.ญ.ปราณี ทองยอดย้อย" ตามสั่งได้ภายใน 1 สัปดาห์ !?!

 เช้าวันที่ 17 มกราคม 2553 "สองแม่ลูกชาวเมืองสองแคว ถูกฆาตกรรมด้วยการใช้ของมีคมเชือดลำคออย่างทารุณ เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนภายในร้านขายอาหารตามสั่ง ริมปากทางเข้าวัดป่าท่าทราย หมู่ 5 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังเกิดเหตุคดีที่ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อนกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะสถานที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยงัดแงะ ประกอบกับการฆาตกรรมเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ทำให้คิดได้ว่า เด็กน่าจะเห็นหน้าคนร้ายและรู้จักดี ตำรวจจึงมุ่งเน้นไปที่คนใกล้ชิด โดยวางแนวทางการสืบสวนไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องชู้สาวกับฆ่าชิงทรัพย์

 อาวุธมีด ขวดเหล้า แก้วเหล้า และร่องรอยการเข้าออก กลายเป็นหลักฐานสำคัญถูกส่งไปตรวจหารอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย ก่อนที่ชุดสืบสวนจะเริ่มสอบปากคำผู้ต้องสงสัย 7 ราย ที่พยานแวดล้อมระบุว่า ก่อนสองแม่ลูกจะกลายเป็นศพ ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเข้ามาซื้อยาดองดื่ม

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วรภัทร์ วัฒนวิศาล ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมชุดสืบสวนจาก กก.สส.ภ.7 และชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมกันประชุมและรับมอบแนวทางการสืบสวน โดยเน้นตรวจสอบในเรื่อง "เวลาเกิดเหตุที่แท้จริง" เปรียบเทียบกับ "เวลาและการยืนยันแหล่งที่อยู่" ของผู้ต้องสงสัยแต่ละคน

 สาเหตุที่มุ่งเน้นไปที่เรื่องเวลานั้น เนื่องจากชุดสืบสวนตั้งสมมติฐานว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุน่าจะอยู่ระหว่างสามทุ่มวันที่ 16 มกราคม ต่อเนื่องถึงตีสามวันที่ 17 มกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ตำรวจรับแจ้งเหตุฆาตกรรม ระหว่างนี้มีผู้ต้องสงสัยรายใดยังป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านเกิดเหตุหรือไม่ โดยเฉพาะเจ้าของเบอร์โทรศัพท์มือถือที่พัชรียาเหยื่อคนแม่ยืมโทรหารถจักรยานยนต์รับจ้างขาประจำให้มารับไปตลาดสดตอนตีสาม ?

 ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเจ้าประจำ ที่มารับมาส่งพัชรียาไปตลาดตอนตีสามทุกวันยืนยันว่า ตอนสี่ทุ่มวันที่ 16 มกราคมนั้น พัชรียายืมโทรศัพท์มือถือใครบางคนโทรมานัดให้มารับไปตลาดตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลานัดมารับแล้วเห็นไฟปิดอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เมื่อเรียกแล้วไม่มีเสียงตอบรับก็นึกว่าไปกับรถจักรยานยนต์รับจ้างคันอื่น จึงไม่ได้สนใจอะไร กระทั่งมาพบศพสองแม่ลูก

 เมื่อได้ข้อมูลเรื่องเวลา ชุดสืบสวนจึงสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเทียบเคียงข้อมูลเรื่องเจ้าของโทรศัพท์ปริศนา จนได้ความว่า เย็นวันเกิดเหตุเห็น "เสกสรร หรือไกร โชติฤทธิรงค์" วัย 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/2 หมู่ 5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน นั่งดื่มยาดองอยู่จนค่ำมืดดึกดื่น และการสอบสวนเบื้องต้นก็มีพิรุธให้การวกวน แต่ยังขาดพยานหลักฐานไม่สามารถเอาผิดได้ ชุดสืบสวนจึงไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

 ระหว่างนี้ผลการชันสูตรศพของแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แจ้งผลกลับมาว่า ไม่พบร่องรอยข่มขืนหรือสารคัดหลั่ง ทำให้ชุดสืบสวนให้น้ำหนักไปที่เรื่องชิงทรัพย์ จากนั้นจึงย้อนกลับไปตรวจสอบประวัติของเสกสรรอีกครั้ง พบว่าเคยมีประวัติอาชญากรในคดีลักทรัพย์และร่วมกันชิงทรัพย์ด้วยการใช้อาวุธมีดใน จ.ชัยภูมิ เมื่อตรวจสอบแผนประทุษกรรมกับตำรวจชุดจับกุม ก็ทราบว่าเสกสรรต้องการเงินไปซื้อยาบ้าเสพ

 ด้วยข้อมูลนี้ชุดสืบสวนจึงเชิญเสกสรรจากลำพูนมาสอบสวนอีกครั้ง กระทั่งเขาหลุดปากออกมาทำนองว่า เป็นลูกค้าขาประจำของร้านพัชรียา โดยก่อนเกิดเหตุนั่งดื่มยาดองอยู่ในร้าน พัชรียามาขอยืมโทรศัพท์โทรไปหาคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างให้มารับไปตลาด เมื่อจำนนด้วยพยานหลักฐานเสกสรรจึงให้การรับสารภาพ

 พล.ต.ต.สมกียรติ แสงสินศร ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า เมื่อนำคำให้การของพยานแวดล้อมทั้งหมดมาประมวลเข้าด้วยกัน จนได้ข้อมูลว่า นายเสกสรรให้การไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องของเวลาที่อ้างว่านั่งดื่มยาดองเหล้าแล้วออกไปตอนห้าโมงเย็น แต่พอหลุดว่าเหยื่อยืมโทรศัพท์โทรไปหารถจักรยานยนต์รับจ้างตอนสี่ทุ่ม ประกอบกับมีพยานเห็นเสกสรรนั่งอยู่ สันนิษฐานได้ว่า ระหว่างสี่ทุ่มถึงตีสามน่าจะเป็นเวลาเกิดเหตุที่แท้จริง แล้วก็ให้การรับสารภาพ

 "เรื่องเวลากับพยานแวดล้อม ทำให้เสกสรรรับสารภาพว่า วันนั้นเสพยาบ้าไป 8 เม็ด และวันนั้นกลางเดือนลูกค้าที่ซื้อเชื่อของไว้นำเงินมาเคลียร์ให้พัชรียา จึงคิดชิงทรัพย์ไปซื้อยาบ้ามาเสพ และหาเงินไปหาภรรยาที่ จ.ลำพูน ประมาณตีสอง เหยื่อนอนหลับ ได้ร่วมกับเพื่อนร่วมก๊วนยาบ้า คือ นายอิทธิพล เย็นเจริญ อายุ 33 ปี เดินอ้อมไปทางประตูหลัง ใช้นิ้วค่อยๆ เขี่ยกลอนประตูออก พยายามรื้อค้นทรัพย์สิน พบแต่เหรียญหลายชนิดวางอยู่ บังเอิญพัชรียาตื่นมาพบแล้วเอะอะโวยวายเลยตกใจ ประกอบกับเมายาเสพติด คว้ามีดถางหญ้าที่วางอยู่ในห้องฟันไปที่ใบหน้าและลำคอเหยื่อ จังหวะนั้นลูกสาวตื่นขึ้นมาร้องไห้ ทำให้นายอิทธิพลที่ถือมีดมาด้วย ฟันเข้าที่ลำคอจนเด็กเสียชีวิต แล้วแยกย้ายกันหลบหนี"

 ต่อมาตำรวจนำหมายจับไปจับกุมอิทธิพลในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่อิทธิพลให้การภาคเสธว่า ร่วมดื่มเหล้ากับเสกสรรจริง แต่กลับบ้านพักก่อน ไม่ได้อยู่ร่วมก่อเหตุด้วย ?!!