ข่าว

จับตา1เดือนรัฐนาวา“อภิสิทธิ์”อยู่หรือไป

จับตา1เดือนรัฐนาวา“อภิสิทธิ์”อยู่หรือไป

27 ม.ค. 2553

หลังจาก...ที่ "ยื้อ" มาอย่างยาวนาน ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในที่สุด คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ "ต่างส่ายหัว" ลงมติไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาล

 โดยเฉพาะประเด็น "แตกหัก" ที่เหล่าผู้อาวุโส อย่าง “ชวน หลีกภัย-บัญญัติ บรรทัดฐาน” รับไม่ได้ "เซย์โน" อย่างเดียว คือ การขอแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส. จาก "พวงใหญ่" มาเป็นแบบ "พวงเล็ก" ใช้วิธี "เขตเดียว-เบอร์เดียว"

 พร้อมโยน "เผือกร้อน" วัดใจบรรดา "ลูกพรรค" ว่าจะยอมรักษาเกียรติ รักษาศักดิ์ศรี รักษาชื่อเสียงที่สะสมกันมา 60 ปี หรือจะยอมเป็น "ลูกไก่ในกำมือ" ของพรรคร่วมรัฐบาล

 แต่การ "เดินหมาก" เกมนี้ ของผู้อาวุโสในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ทำให้ 5 พรรคร่วมรัฐบาลสั่นคลอน...ซ้ำใช้ความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว

 เพราะรู้ว่า อย่างไรหาก 5 พรรคยังสมัครสมานสามัคคี ย่อมแข็ง-ทนทาน-หนา กว่ากาวตราไหนๆ

 และหลังรู้มติคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ “ชุมพล ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รีบออกโรงทันที

 “ยังไม่ใช่ เป็นเพียงแค่ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาเท่านั้น เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วยเอาไว้ตอนอภิปรายและลงมติ แต่หลังอภิปรายแล้วโลกมันกลม หมุนไปหมุนมาได้”

 เรียกได้ว่า "พรรคร่วมรัฐบาล" รู้ดีว่าอย่างไรเสีย งานนี้พรรคประชาธิปัตย์คงจะไม่กล้า "หักด้ามพร้าด้วยเข่า" เด็ดขาด

 หากประเมินให้ดีจะเห็นว่า เกมของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเป็นเพียงแค่ “เกมยื้อเวลา-สร้างภาพ” เท่านั้น

 ประการแรก เป็นเพียงแค่มติของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่โยนความเห็นไปที่ประชุม ส.ส.พรรค

 ประการที่สอง พรรคประชาธิปัตย์ประเมินแล้วว่า 5 พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงเกิน 95 เสียง ที่จะยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา โดยไม่ต้องสนใจ "เสียงหนุน" จากพรรคประชาธิปัตย์

 ดังนั้น มติที่ออกมาจึงเสมือนแค่ "เครื่องถ่วงเวลา" และ "ขายผ้าเอาหน้ารอด" ไปวันๆ

 ซ้ำยังมีกระแสข่าวว่า ก่อนจะมีการลงมติของเหล่าบรรดากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีการต่อสาย-ขอเวลา "กุนซือ" ของ "5 เสือ" พรรคร่วมรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 เพราะงานนี้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ" ขุนพลมือฉกาจ ทราบดีว่า หากหักด้ามพร้าด้วยเข่า เห็นที "รัฐนาวาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ล้มทั้งขบวนแน่!!

 เพราะในการสัมมนาพรรคที่ จ.กระบี่ ได้ประกาศชัดว่า “เรามีความจำเป็นต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เช่นนั้นจะเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จนทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาธิปไตย ในเมื่อพรรคมีทางเลือกที่จะหยุด แล้วทำไมจึงไม่ทำ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ขอให้นายกฯ เตรียมเหตุผลยุบสภาได้เลย”

 เรียกได้ว่า พรรคร่วมยังไงก็ยังเป็นต่ออยู่วันยังค่ำ

 ซ้ำยังมีการ "ตีฆ้องร้องป่าว" เป็นระยะๆ จากบรรดาเหล่าแกนนำพรรคร่วมว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ "พรรคร่วมรัฐบาล" จะไม่ลงมติไว้วางใจแก่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกฯ

 หรือกระแสข่าว "มือประสานสิบทิศ" อย่าง “บรรหาร ศิลปอาชา” ได้ต่อสายกับคนที่อยู่นอกประเทศเพื่อขอเปลี่ยนขั้วรัฐบาลแล้ว

 งานนี้ทำเอา “อภิสิทธิ์-สุเทพ” ไฟลนก้น แต่ขอเวลา "ล็อบบี้-เจรจา" ภายในพรรคก่อน

 เพราะอย่างไรเสีย กว่าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญจะบรรจุเข้าสภา จนถึงขั้นลงมติในวาระที่ 2-3 น่าจะกินเวลานานนับเดือน

 ซึ่งล่าสุด หลังคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เดินเกมยื้อ-สร้างภาพ

 ในส่วนของ "พรรคร่วมรัฐบาล" ก็เดินเกมรุกทันควัน ด้วยการต่อสายนัดแกนนำ 5 พรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหาร กำหนด "ยุทธศาสตร์ใหม่" เพื่อกดดัน ซ้ำฉายภาพเก่า-แสดงถึงความแน่นปึ้ก ที่มีอยู่ 100 กว่าเสียง

 จากนี้ไปจึงนับได้ว่า เป็น "จุดเดือด-จุดแตกหัก" ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์-พรรคร่วม อย่างแท้จริง

 โดยเฉพาะภาพประวัติศาสตร์การเมืองครั้งใหญ่ ที่ทั้งเดินสายล็อบบี้-ต่อรองผลประโยชน์แบบบ้าคลั่ง

 หนึ่งเดือนนับจากนี้ จึงถือว่าเป็นจุดเสี่ยงของรัฐนาวา “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ว่าจะอยู่หรือจะไป

 

  "เณริศา เนยเขียว" **