ข่าว

นาทีก่อนปชป.ลงมติไม่แก้รธน.

นาทีก่อนปชป.ลงมติไม่แก้รธน.

27 ม.ค. 2553

หากจะเรียกยกสุดท้ายก็คงไม่ผิดนัก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดสินใจว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังจากเวทีสัมมนาพรรคที่ จ.กระบี่ ไม่ได้ข้อยุติ การประชุมเมื่ออังคารที่ 26 มกราคม จึงถือเป็นยกสุดท้าย "คม ชัด ลึก" เห็นว่าเนื้อหาในที่ประชุมที่ระดับแกนนำพูดนั้นน่

ถ้าไม่แก้เขาก็ไม่เอาเราเหมือนกัน

 สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค

 ขอให้ทุกคนคำนึงถึงความรู้สึกว่า ขณะนี้กำลังต่อสู้กับใคร และให้คำนึงถึงประเทศชาติจะอยู่อย่างไร ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะกำลังต่อสู้กับระบอบทักษิณ ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลสามารถต่อสู้กับระบอบทักษิณได้ และต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคร่วมด้วย

 ผมอยากให้ทุกคนได้คำนึงก่อนจะตัดสินใจว่าแก้ หรือไม่แก้ และต้องเห็นใจผมด้วย เพราะในช่วงที่ผมไปเจรจากับพรรคร่วมไปในหน้าตาของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่หน้าของนายสุเทพเพียงคนเดียว ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีใครคาดคิดว่านายสุเทพจะทำได้ จนสามารถดันท่านอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกฯ ไม่มีใครคิดจริงๆ แต่วันนี้เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเขามาทวงสัญญาเราไม่ปฏิบัติตาม ถ้าเราไม่ยอมเขาก็อาจจะตัดสินใจไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยในการหยิบยกเอารัฐธรรมนูญปี 40 รวมถึงไม่ยกมือโหวตในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนตัวก็หนักใจกับเรื่องนี้ แม้ว่าพรรคจะเคยประกาศจุดยืนก็ตาม แต่เมื่อเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็พร้อมที่จะหาทางออกเพื่อสู้กับระบบทักษิณ

 ถ้าไม่แก้ตามที่พรรคร่วมเสนอมา เขาก็พร้อมจะไม่เอาเราเหมือนกัน การทำงานร่วมกันก็จะไม่ค่อยได้ผล จะมีการขัดแข้งขัดขา ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ขอให้ชิงยุบสภาไปก่อนจะดีเสียก่อน เพราะถ้าเกิดการอภิปราย และเกิดพรรคร่วมไม่ยกมือให้แล้ว ถ้ามีการสวนมติไม่หนุนนายกฯ ผมก็ยอมรับไม่ได้

 คนอย่างผมประเมินมิตรและศัตรูได้ถูก ถ้าเราไม่จับมือกับพรรคร่วมต่อไป หากทักษิณกลับมาประชาชนจะเดือดร้อน ประเทศชาติจะได้รับผลกระทบ เพราะเขาเป็นคนที่ไม่สนใจวิธีที่จะใช้ในการจัดการ ประชาธิปไตยจะหายไป จึงขอให้เราร่วมมือกับพรรคร่วมในการแก้ไขปัญหานี้

 ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค :

 วิกฤติที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากการทุจริตการซื้อเสียงและการโกงชาติบ้านเมือง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ไขจากเขตเดียวเรียงเบอร์เป็นเขตเดียวเบอร์เดียวแล้วจะทำให้ชาติอยู่รอดได้ว่าจะเป็นเขตเล็ก หรือใหญ่ ก็สามารถทำให้เราอยู่รอดได้อีก 1 ปี จนครบ 2 ปี แต่เราต้องรู้จักหน้าที่ของนักการเมืองว่า กำลังต่อสู้กับศรัทธาของประชาชน ไม่ต้องห่วงว่าจะอยู่ยาวหรือสั้น ถ้ารัฐบาลอยู่รอดได้ แต่ประชาธิปัตย์เสียศักดิ์ศรีและเสียจุดยืนเราจะเป็นรัฐบาลไปทำไม

 หน้าที่ของ ส.ส.คือ ช่วยรัฐบาลให้แก้ไขวิกฤติ ไม่ใช่ไปซ้ำเติมวิกฤติ ไม่ใช่ไปร่วมมือกับพรรคร่วมเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียว นั่นไม่ใช่วิกฤติของชาติ และไม่สามารถทำให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่รอดได้ ที่มีคนกล่าวว่า ปชป.เป็นพรรคคบยาก ก็อยากจะบอกว่า ถ้าขอคบเราแล้วมาทุจริต เราก็ไม่ควรคบกับเขา

 ทำไมเราไม่ขอให้พรรคร่วมมาจับมือกับเราแทน แล้วเสนอมาว่าอยากแก้มาตราใดบ้าง แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจการเมืองแบบโคตรโกง โกงทั้งโคตร ผลที่จะได้คือรัฐบาลได้ทำงานต่อ พรรคร่วมก็ได้ร่วมกับเรา โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง เพราะประชาชนคาดหวังให้เข้ามาทำงานบริหารประเทศ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อโกง ฉะนั้นความอยู่รอดของรัฐบาลและเกียรติของพรรคประชาธิปัตย์ต้องอยู่ร่วมกัน


เลือกใหม่ถ้าไม่ชนะอย่าหวังใครจะมาร่วม

 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

 เรื่องเขตใหญ่เขตเล็กไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว เพราะไม่ว่าจะใช้รูปแบบการเลือกตั้งอย่างไร เราก็พร้อมที่จะสู้ และการใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ผมเป็นคนเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ให้ใช้เอง เพราะคิดว่ายังมี ส.ส.ที่ดีกว่าไม่ดี ถ้าอยู่กับพรรคร่วม โดยยอมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องมีคำตอบให้สังคม เพราะสังคมจะตีตราว่าประชาธิปัตย์แก้ไขเพราะอยากเป็นรัฐบาลต่อ

 การที่เข้ามาเป็นรัฐบาล 1 ปี ไม่ใช่มาเพื่อหาเงินเตรียมการเลือกตั้ง แต่มาเพื่อทำงาน มีคำกล่าวว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่คบยาก แต่เราก็ไม่เคยหักหลังใคร และส่วนตัวเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ มีความอดทน สัญญาอะไรกับใครไว้จำได้หมด

 ถ้าคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นสารพิษตกค้าง การจะถอนสารพิษได้มีทางเดียว คือ ต้องเรียกคืนศรัทธาจากประชาชนให้ได้จากการเลือกตั้ง เราต้องไม่กลัวเรื่องยุบสภา เพราะไม่มีใครขู่ผมได้ ตราบใดที่ผมยังเป็นนายกฯ การเป็นรัฐบาลที่ดีต้องทำให้แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ถ้าไม่แตกต่างหรือเทียบเท่ากับทักษิณ ก็แพ้ประชาชน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาลหรือกลัวการปฏิวัติ ต้องเป็นหลักให้บ้านเมือง แม้ทุกคนจะลงมติให้เลือกเขตใหญ่แล้วให้ผมยุบสภา ผมก็ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาเพื่อยุบ หากแก้ไปแล้วก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าพรรคร่วมจะอยู่กับเราต่อไป แต่พรรคต้องรักษาจุดยืนและสุดท้ายตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าการเลือกตั้งใหม่เราไม่ใช่ผู้ชนะก็อย่าได้หวังว่าใครจะมาร่วมรัฐบาลกับเรา

 ผมยอมรับไม่ได้ที่จะเป็นรัฐบาลที่พรรคร่วมคอยกดดัน ข่มขู่ หากเขาขู่ได้ ก็จะขู่เรื่อยไป หากเป็นรัฐบาลในสภาพการณ์เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้สมาชิกพรรคตัดสินใจให้ดีอีกครั้ง อย่าไปกลัว หรืออย่าไปสนแรงกดดัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขู่ยุบสภา หรือยกมือโหวตไม่ไว้วางใจ ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริง ต้องยึดมั่นในหลักการ ถ้าประชาธิปัตย์ไม่เป็นหลักให้บ้านเมือง ประเทศชาติก็จะไม่เหลืออะไร ประชาธิปัตย์ก็ไม่อยู่รอด และทักษิณจะกลับมาในที่สุด