
งัดแผนปิดทางลูกหนี้หวนกู้นอกระบบคลังให้ออมสิน-ธ.ก.ส.เปิดวงเงินด่วนไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
คลังงัดมาตรการสกัดลูกหนี้กลับเข้าวงจรหนี้นอกระบบ เปิดวงเงินกู้เพิ่มให้หลังลูกหนี้ผ่อนชำระได้ระยะหนึ่ง ให้บัตรกดเงินด่วนไว้ใช้ยามจำเป็น ส่วนเจ้าหนี้เปิดโอกาสให้รวมกลุ่มกันขอทำไมโครไฟแนนซ์ได้
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลคาดหวังอย่างสูงว่าโครงการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบจะประสบความสำเร็จ และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาไม่ให้ลูกหนี้กลับไปกู้หนี้นอกระบบอีก จึงได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ โดยจะเปิดวงเงินกู้ฉุกเฉินเพิ่ม (เครดิตไลน์) ให้แก่ลูกหนี้ที่มีการผ่อนชำระหนี้ไปแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นลูกหนี้ที่ดีมีการผ่อนชำระอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อาจพิจารณาเพิ่มวงเงินให้แก่ลูกหนี้รายนั้นมากขึ้นกว่าเดิม
"การเปิดเครดิตไลน์ ไม่มีอะไรยุ่งยาก เราจะให้เป็นบัตรกดเงินด่วนไปเลย สำหรับลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างเสร็จแล้ว และมีการผ่อนชำระไปได้ระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของธนาคารที่จะไปดูแล บัตรนี้ก็เปรียบเสมือนวงเงินเครดิตไลน์ ที่ลูกหนี้หากมีความต้องการใช้เงิน และมีวงเงินเหลืออยู่หลังจากผ่อนหนี้ ก็ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มเท่ากับจำนวนเงินที่เหลืออยู่ สมมติว่าเป็นหนี้ 5 หมื่นบาท ผ่อนไปได้ 4 เดือน หนี้ลดไป 1 หมื่นบาท และเกิดเหตุต้องใช้เงิน ก็สามารถไปกดเงินได้ตามวงเงินที่เหลืออยู่ ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของการกู้ซ้ำจากเจ้าหนี้เดิมได้" นายกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่จะเปิดให้ลูกหนี้ในโครงการกู้นั้น จำเป็นจะต้องมีแรงจูงใจ และควบคุมไปพร้อมๆ กันด้วย โดยใช้หลักของกลไกตลาดมาดูแล ซึ่งก็คืออัตราดอกเบี้ย หมายความว่าหากลูกหนี้ต้องการใช้เงินเพิ่ม ก็ไปกดเงินเพิ่มได้แต่อาจจะเสียดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ แต่หากลูกค้ารายนั้นจะรอได้อีก 3 เดือนแล้วค่อยกู้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ยก็จะถูกลงไปอีก ซึ่งโครงการดึงหนี้นอกระบบเข้าสู่หนี้ในระบบ จะเสียดอกเบี้ยในอัตรา 12% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าหนี้นอกระบบ
ในส่วนของเจ้าหนี้นอกระบบนั้น รัฐบาลพร้อมจะดูแลเช่นกัน โดยในช่วงแรกนี้บรรดาเจ้าหนี้ก็จะได้รับเงินกู้คืนเต็มจำนวน และหลังจากนั้น เมื่อกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จ รัฐบาลก็จะสร้างแรงจูงใจเพิ่มเติม โดยอาจจะเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้รวมกลุ่มกัน เพื่อขอใบอนุญาตไมโครไฟแนนซ์ ที่อยู่ในแผนแม่บทสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จะเปิดโอกาสให้คนอีกกลุ่มหนึ่งสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้กว้างขึ้น
"การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจะช่วยให้ความเป็นอยู่ของลูกหนี้ดีขึ้น และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า เปิดโอกาสให้ประชาชนอีก 25-30% ได้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ รวมทั้งให้ประชาชนอีก 15% เข้าถึงการฝากเงินในระบบธนาคารได้ด้วย ซึ่งมีตัวเลขที่น่าตกใจ ว่ายังมีประชาชนอีกประมาณ 15% รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลในจุดนี้" นายกรณ์ กล่าว



