ข่าว

ไฟเขียวงบรายจ่ายปี54เน้นลงทุนพื้นฐาน

ไฟเขียวงบรายจ่ายปี54เน้นลงทุนพื้นฐาน

27 ม.ค. 2553

ครม.อนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 54 วงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท ทำเป็นงบขาดดุล 4.2 แสนล้าน เน้นงบลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว และความเชื่อมั่นให้นักลงทุน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ในวงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท และประมาณการรายได้อยู่ที่ 1.65 ล้านล้านบาท ทำให้เป็นงบประมาณขาดดุล 420,000 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 3.5-4.5% โดยการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดว่าการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2553 ทั้งปีจะสูงขึ้น เป็นไปตามเป้าหมายใหม่ที่ 1.52 ล้านล้านบาท ซึ่งใช้เป็นฐานการคำนวณงบประมาณรายจ่ายปี 2554

 ดังนั้น รัฐบาลจึงเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการให้มีงบประมาณด้านการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2553 ถึง 100,000 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน 16.5% ของวงเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2553 ในอัตรา 12% เมื่อบวกกับการใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท ผ่านโครงการไทยเข้มแข็งวงเงิน 350,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายถึง 200,000 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นตามเป้าหมายอาจมีความจำเป็นน้อยลงในการใช้เงินกู้จากพระราชบัญญัติ 400,000 ล้านบาท และยุทธศาสตร์ปี 2554 จะเน้นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาระบบราง เพื่อปูพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามนโยบายของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว

 ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 โดยมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2553 ถึง 70,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น จึงจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจัดสรรงบประมาณสำหรับใช้งบประจำ 1.6 ล้านล้านบาท เพื่อชดเชยเงินคงคลัง 30,000 ล้านบาท งบประมาณลงทุน 341,000 ล้านบาท และกันไว้ชำระเงินกู้ 67,000 ล้านบาท

 ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณจะเน้นสำหรับใช้ในการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการนักลงทุน การทบทวน ชะลอ หรือยกเลิกโครงการของหน่วยงานจำเป็นน้อยออกไปก่อน เพื่อประหยัดงบประมาณ และนำเงินไปเพิ่มสัดส่วนในงบประมาณด้านการลงทุนมากขึ้น เพื่อมีแรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดให้เพียงพอ ซึ่งเป็นเงินถึง 1.8 หมื่นล้านบาท