ข่าว

กยท.ร่วมพื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดระบาด  อัดงบ1,400ล.เดินหน้าสวนยางแปลงใหญ่ 

กยท.ร่วมพื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดระบาด  อัดงบ1,400ล.เดินหน้าสวนยางแปลงใหญ่ 

15 มี.ค. 2564

กยท.อัดงบ 700 ล้านบาทขยายผลโครงการส่งเสริมการทำสวนยางในรูปแบบแปลงใหญ่   พร้อมสนองนโยบายรัฐฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังการระบาดของโควิด-19 เตรียมจัดสรรงบกลางอีกกว่า 750 ล้านบาท หนุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด  

กยท.อัดงบ 700 ล้านบาทขยายผลโครงการส่งเสริมการทำสวนยางในรูปแบบแปลงใหญ่   พร้อมสนองนโยบายรัฐฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังการระบาดของโควิด-19 เตรียมจัดสรรงบกลางอีกกว่า 750 ล้านบาท หนุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด  หวังยกระดับสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนการผลิต และสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้ยางพารา
นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ กยท. ยังได้เร่งขยายผลโครงการส่งเสริมการทำสวนยางในรูปแบบแปลงใหญ่   ไปยังกลุ่มสหกรณ์อื่นๆใ ห้ครอบคลุมตามเป้าหมาย   หลังจากประสบผลสำเร็จในการสนับสนุน  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำยางข้นในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ยางพารา ของสหกรณ์เครือข่ายยางพาราจังหวัดตราด จำกัด  

ในปัจจุบันมีกลุ่มสหกรณ์ยื่นเสนอเข้าร่วมโครงการ 8 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสหกรณ์จากจังหวัดพะเยา บึงกาฬ บุรีรัมย์ ตราด สุราษฎร์ ธานี ตรัง สงขลา และสตูล

กยท.ร่วมพื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดระบาด  อัดงบ1,400ล.เดินหน้าสวนยางแปลงใหญ่ 
  

ทั้งนี้โครงการส่งเสริมการทำสวนยางในรูปแบบแปลงใหญ่ จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนายางพารามาตรา 49 (3) ในการดำเนินงานปีละ 700 ล้านบาท

กำหนดเป้าหมายครอบคลุมทั้ง 7 เขตของ กยท. งบประมาณเขตละไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี  ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 1 เขตที่จังหวัดตราด   โดย คณะกรรมการ กยท.ได้อนุมัติเงินอุดหนุน เป็นจำนวนเงิน 30.84 ล้านบาท   ส่วนที่ที่เหลืออีก 6 เขตจะพยายามเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในปี 2564 
สำหรับเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาโครงการที่กลุ่มสหกรณ์ต่างๆจะขอรับการสนับสนุนนั้น จะต้องเป็นโครงการที่สร้างผลประโยชน์ให้กับสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรชาวสวนยางที่อยู่ในบริเวณที่สหกรณ์ตั้งอยู่

เช่น สามารถซื้อน้ำยางในราคาที่แพงกว่าท้องตลาดและไม่ต่ำกว่าราคากลางของประเทศไทย เป็นต้น  ไม่จำเป็นจะต้องเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำยางข้น เช่นเดียวกับสหกรณ์เครือข่ายยางพาราจังหวัดตราด จำกัดก็ได้  แต่จะต้องมีแผนงานดำเนินและ เป้าหมายที่ชัดเจน
 อย่างไรก็ตามภายหลังโครงการที่กลุ่มสหกรณ์ผ่านการพิจารณาและได้รับงบประมาณสนันสนุนแล้ว จะต้องดำเนินโครงการตามแผนงานที่วางไว้  การจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์ ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ควบคุมอยู่ และกยท.ก็จะตรวจสอบให้ตรงตามระเบียบที่กำหนดไว้อีกด้วย
 นอกจากนี้ กยท.ได้สนองนโยบายของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

โดย กยท.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากงบกลางในกรอบวงเงินกว่า 754.57 ล้านบาท  เพื่อเข้าร่วมดำเนินโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดในส่วนของยางพารา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพารา ตลอดจนยกระดับการผลิตไปสู่เกษตรสมัยใหม่ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 “ขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจสวนยางแปลงใหญ่เพื่อเข้าร่วมโครงการแล้วมีทั้งหมด 169 แปลง จากที่ กยท. ดูแล จำนวน299 แปลง คิดเป็น 56.52%   จากนั้นจะเสนอโครงการให้คณะกรรมการระดับอำเภอเห็นชอบ และเสนอคณะกรรมการะดับจังหวัดเพื่ออนุมัติในลำดับต่อไป  พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลเพื่อขอรับงบประมาณจากสำนักงบประมาณ คาดว่าจะดำเนินให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2564”  ประธานกรรมการ กยท.กล่าวในตอนท้าย

            กยท.ร่วมพื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดระบาด  อัดงบ1,400ล.เดินหน้าสวนยางแปลงใหญ่ 

                           นายประพันธ์  บุญยเกียรติ ประธานกรรมการกยท.

               กยท.ร่วมพื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิดระบาด  อัดงบ1,400ล.เดินหน้าสวนยางแปลงใหญ่