ข่าว

"มาร์ค"ยันปชป.ไม่ร่วมแก้รธน.ไม่กระทบรบ.

"มาร์ค"ยันปชป.ไม่ร่วมแก้รธน.ไม่กระทบรบ.

27 ม.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"แจงที่ประชุมส.ส.ปชป.มีมติไม่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อไม่นำไปสู่ความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล พผ.ยันเดินหน้าแก้รธน.“ชาญชัย”อัดปชป.ลูกผู้ชายไร้สัจจะแล้วใครจะคบ ท้าไม่กลัวยุบสภา เผยอยู่ในขั้นตอนบันได 3 ขั้น

 เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 26 ม.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อหาข้อสรุปการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นเวลา14.30น.นายอภิสิทธิ์เข้าประชุมส.ส.พรรค โดยนำมติกรรมการบริหารพรรคไปแจ้งกับที่ประชุมส.ส.พรรค ถัดมาเวลา 17.20 น.นายอภิสิทธิ์กล่าวหลังการประชุมส.ส.พรรคว่า ที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่ 82 : 48เสียงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเห็นควรไม่สนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในเรื่องเขตเลือกตั้งและเป็นประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลหารือไว้ก่อนหน้านี้ที่เข้าใจว่าจะเสนอขึ้นมาเป็นร่างเดียว

 เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ นายกฯกล่าวว่าเมื่อไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่เห็นด้วยทั้งร่าง 

 ส่วนตรงนี้จะไม่สร้างปัญหากระทบกระเทือนความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯกล่าวว่าเรื่องนี้ได้มีการคุยกันแล้วว่าเป็นเรื่องของสภาและพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล เราเคารพความตั้งใจและสิทธิของพรรคการเมืองในการเสนอแต่ละพรรคจุดยืนอาจไม่ตรงกันและมันไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯกล่าวว่าคงไม่มีความขัดแย้งใด ๆ เพราะเดิมนั้นก็บอกแล้วว่าพรรคจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พรรคร่วมรัฐบาลก็เดินหน้าต่อ แต่สิ่งเดียวที่ตนขอคือว่าอย่าไปแก้ประเด็นที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งตนคิดว่า2ประเด็น(มาตรา190และเขตเลือกตั้ง)นี้ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งก็ขอให้เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาพิจารณาไป  

 เมื่อถามว่า นายกฯจะต้องชี้แจงกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยตัวเองหรือไม่ นายกฯกล่าวว่ายินดีนัดพบและแจ้งมติพรรค ส่วนจะเมื่อใดนั้นรอให้เจ้าหน้าที่ประสานไปอีกครั้ง เข้าใจว่าพรรคกิจสังคมจะเป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไป

 เมื่อถามว่ามั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่นำการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากดดันเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์การเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในครั้งนี้ นายกฯกล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกันเพราะได้คุยกันแล้วว่าเรื่องของรัฐบาลก็เป็นส่วนของรัฐบาล เรื่องของสภาก็เป็นส่วนของสภา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลขู่ว่าอาจมีบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายกฯกล่าวว่าเป็นสิทธิของแต่ละพรรค เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ว่าจุดนี้จะเป็นชนวนที่นำไปสู่การยุบสภาหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายกฯ ยิ้มและกล่าวว่าตนคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองจะตัดสินใจใด ๆ ต้องมีเหตุผลของตัวเองและมีหน้าที่อธิบายไป

 เมื่อถามว่า ต่อไปนี้คำสัญญาของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องอื่นๆจะเป็นเช่นใด นายกฯกล่าวว่าไม่มีใครผิดสัญญา  เมื่อถามว่า นายกฯเคยรับปากกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกฯกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า”ไปเปิดเทปไหมครับ”

 เมื่อถามว่า นายกฯจะอธิบายเรื่องนี้กับสังคมอย่างไร นายกฯกล่าวว่าตนเรียนแล้วว่า วันที่มีการไปคุยกันในการตั้งรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลสอบถามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้หากไม่แก้ไขเรื่องนิรโทษกรรมคงไม่เป็นปัญหา แต่จุดยืนของแต่ละพรรคไม่ตรงกัน ตนจำได้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลยกประเด็นเขตเลือกตั้ง  ประเด็นนี้จะลำบากหน่อยเพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอตอนที่สสร.ยกร่างรัฐธรรมนูญโดยสสร.ได้สอบถามพรรคการเมืองในเรื่องนี้และพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้ยืนระบบเขตใหญ่

 ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่มีการหารือกันนั้นมีมาก เช่นส.ว.มาจากการเลือกตั้งหรือประเด็นที่บอกว่าจะเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ประเด็นข้างต้นที่กล่าวไว้นั้นคงไม่เป็นปัญหา แต่ประเด็นที่มาคุยในตอนนี้เป็นประเด็นเรื่องเขตเลือกตั้งซึ่งเป็นเรื่องของระบบเลือกตั้ง และแต่ละพรรคการเมืองมีความเห็นแตกต่างกันมันก็เท่านั้นและพรรคประชาธิปัตย์ก็รับเรื่องนี้มาพิจารณา ความจริงมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ตนบอกว่า ยินดี หากเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในภาพรวมและนำไปสู่ความสมานฉันท์โดยมีการลงประชามติของประชาชน ฉะนั้นไม่มีอะไรที่ผิดสัญญา

 "ผมถือเรื่องนี้ถึงได้ระมัดระวังทุกครั้งเวลาที่จะคุยและตกลงอะไรกับใครว่าเราต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจน”นายกฯกล่าว

 เมื่อถามว่าการอยู่ร่วมกันในช่วงหลังจากนี้ไป ประเมินหรือไม่ว่าจะเป็นเช่นใด นายกฯกล่าวว่าคงต้องคุยและทำความเข้าใจกันเพราะบางเรื่องก็มีความเห็นไม่ตรงกัน เพราะเรื่องที่เป็นเรื่องของรัฐบาลในการบริหารงานนั้นต้องเดินไปด้วยกัน หากพรรคร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจว่าไม่เดินไปด้วยกันก็เป็นสิทธิ อันนี้เป็นเรื่องที่เราไม่ได้ไปบังคับกันเพียงแต่ว่าสิ่งที่ตกลงกันมาว่าจะแก้ปัญหาต่างๆ เช่นเศรษฐกิจก็มาทำงานร่วมกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมานายกฯบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยึดประโยชน์ของประชาชน นายกฯกล่าวว่าถูกต้อง  เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่เข้าข่ายประโยชน์ของประชาชนอย่างไร นายกฯกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่าเป็นความเห็นที่ต่างกัน ตนบอกแล้วว่าเรื่องเขตเลือกตั้งใหญ่หรือเขตเลือกตั้งเล็กนั้น พรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่าเขตเลือกตั้งเล็กประชาชนได้ประโยชน์เพราะส.ส.ลงพื้นที่ทั่วถึงกว่าและเป็นระบบสากล แต่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าประโยชน์ของประชาชนคือ เขตเลือกตั้งใหญ่นั้นความแตกแยกน้อยกว่า ได้ส.ส.เข้ามาทำงานระดับชาติมากขึ้นและเชื่อว่าจะช่วยสกัดระบบธุรกิจการเมืองได้ดีกว่า มันเป็นความเห็นที่แตกต่าง

 เมื่อถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่กลัวการเป็นฝ่ายค้านตามที่พรรคร่วมรัฐบาลและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ขู่ไว้ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าขู่ มันเป็นเพียงการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองเท่านั้นและพรรคประชาธิปัตย์ก็วิเคราะห์กันด้วย เช่น หากพรรครว่มรัฐบาลไมพอใจ พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับการตัดสินใจของพรรคเองเพราะเมื่อตัดสินใจแล้วต้องยอมรับผลที่ตามมา

 ต่อข้อถามที่ว่ายอมรับการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าตนมองว่าหากเรายึดถือแนวทางที่ตกลงกันไว้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร มันก็ไม่ได้แปลว่ารัฐญธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์มีส.ส.170กว่าเสียงเท่านั้น

 เมื่อถามว่า ยืนยันว่าพรรคจะโหวตในสภาในทิศทางเดียวกัน นายกฯกล่าวว่า ใช่ เพราะก่อนที่จะมีการลงมติ ที่ประชุมพรรคได้ตกลงกันว่าจะมีการเปิดโอกาสให้ฟรีโหวตหรือไม่ และมีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรมีฟรีโหวต

 เมื่อถามว่าปฏิกริยาของพรรคร่วมรัฐบาลจากนี้ไปนั้นพรรคประชาธิปัตย์รับได้หรือไม่ นายกฯยิ้มและกล่าวว่ารับได้อยู่แล้ว

“ชาญชัย”อัดปชป.ลูกผู้ชายไร้สัจจะแล้วใครจะคบ

 ในการประชุมพรรคเพื่อแผ่นดินโดยมีนายชาญชัย  ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นประธาน ภายหลังการประชุม นายชาญชัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมติกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่ร่วมลงชื่อในญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ว่า แค่เสียงพรรคร่วม 5 พรรค ก็เพียงพอแล้วสำหรับการยื่นญัตติเสนอแก้รัฐธรรมนูญ และพรรคร่วมต้องเดินหน้าเรื่องนี้อยู่แล้ว คาดว่าจะยื่นรายชื่อส.ส.ได้อย่างเร็วสุดสัปดาห์หน้า ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฏร ก็ต้องบรรจุในวาระการประชุม ส่วนในขั้นลงมติในสภาผู้แทนราษฎรว่าเห็นด้วยกับญัตติในเรื่องนี้หรือไม่ ก็ต้องไปวัดใจกันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเอาอย่างไร เมื่อยื่นไปแล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เรามองมุมดีไว้ก่อนว่าเป็นรัฐบาลร่วมกันก็ต้องเดินร่วมกัน

 “ทั้ง 5 พรรคตกผลึกแล้วจะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป เรามีความเชื่อว่าข้อตกลงลูกผู้ชายก่อนร่วมรัฐบาลต้องเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นวาระไหนก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติไม่ได้ทำลายชาติแต่อย่างใด ตอนนี้ก็ร้องเพลงรอปชป. (ประชาธิปัตย์) อยู่ คิดถึงเธอทุกลมหายใจ ถ้าเธอมีหัวใจสักหน่อยเธอคงไม่ปล่อยให้ฉันรออยู่อย่างนี้ ลูกผู้ชายไร้สัจจะแล้วใครจะคบ” นายชาญชัย กล่าว

 ส่วนกรณีที่การแก้รัฐธรรมนูญอาจส่งผลให้เกิดการยุบสภานั้น นายชาญชัย กล่าวว่า จะยุบก็ยุบเราไม่กลัวอะไร แต่มองว่าเรื่องนี้คงไม่ถึงขั้นต้องยุบสภา โดยตอนนี้เราเองก็มีบันได 3 ขั้นอยู่ได้แก่ ขั้นที่ 1 พรรคร่วมรัฐบาลเห็นร่วมกันในการแก้รัฐธรรมนูญ ขั้น 2 รวบรวมรายชื่อยื่นญัตติต่อสภา ส่วนขั้นที่3 ยังไม่บอกขอเก็บไว้เป็นความลับก่อน