
ทหารยันจีที200มีความจำเป็นใช้ใน3จังหวัดใต้
เจ้าหน้าที่ทหารเผยเครื่องจีที 200 มีความจำเป็นต่อกำลังพลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บช.ปส.ชี้ตรวจเครื่องระเบิดจีที 200 ยุ่งยากข้อจำกัดมาก อังคณาจี้ผู้เกี่ยวข้องทดสอบประสิทธิภาพ
ร.ท.ทศดล วงค์บุตร ตำแหน่ง หัวหน้าชุดปฏิบัติการทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย ประจำ ฉก.นราธิวาส เปิดเผยว่า ถึงแม้จะมีการวิพากวิจารว่าเครื่อง จีที200 มีปัญหา นั้น สำหรับชุดของตนนั้น ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้เครื่องตรวจจีที200 เพราะถ้าไม่มีทำให้ขาดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในช่วงเช้าของทุกวันก่อนออกไปทำงาน กำลังพลซึ่งจะมีอยู่ 5 นาย ที่เป็นคนถือเครื่องตรวจ ซึ่งก่อนออกไปทำงานจะต้องนำเครื่องมาเดินตรวจก่อนว่า เครื่องชี้หรือไม่ ถ้าหากเครื่องไม่ชี้ รางกายคนไม่พร้อม ก็จะไม่ให้เดิน จะเปลี่ยนคนใหม่เดินทันที หากคนไหนถือแล้ว เครื่องชี้ก็จะเอาคนนั้น ถือเครื่องตรวจออกทำงาน
อย่างไรก็ตาม กำลังพลของตน ยังจำเป็นต้องใช้เครื่องจีที 200 เพราะเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่ชุดของตนมี ซึ่งยังหาเครื่องมือที่ดีกว่านี้ยังไม่ได้ ถ้าเครื่องชี้วัตถุต้องสงสัย ทำให้เราเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น หากเครื่องไม่ชี้เราก็ไม่ประมาณ จะต้องระวังตัวเองให้มากขึ้น ดีกว่าทำงานมือเปล่า ซึ่งเสี่ยงมาก อย่างน้อยที่ผ่านมา เครื่องตัวนี้ก็รักษาชีวิต กำลังพลชุดปฏิบัติการทำลายระเบิด ในชุดผมให้ปลอดภัยขณะทำงานในพื้นที่มาหลายครั้งแล้ว ผมยังมั่นใจว่าเครื่องจีที200 ยังใช้ได้ แต่ถ้าหากมีเครื่องตรวจที่มีปะสิทธิภาพกว่านี้ ก็ดีจะเป็นการ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ด้วย
บช.ปส.ชี้ตรวจเครื่องระเบิดจีที200ยุ่งยากข้อจำกัดมาก
พล.ต.ท.อดิเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส.เปิดเผยถึงการนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ในหน่วยงานของ บช.ปส.ว่า เครื่องชนิดนี้เคยนำมาทดลองใช้อยู่ประมาณ 1 เดือน ปรากฏว่าการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 นั้นมีข้อจำกัดหลายอย่าง สร้างความยุ่งยากให้กับผุ้ใช้เป็อย่างมาก ทำให้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการค้นหา ทาง บช.ปส.จึงใช้ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ และสุนัขดมกลิ่น รวมทั้งรถเอ็กซ์เรย์ จะคล่องตัวได้ผลมากกว่า โดยสามารถตรวจจับคลี่คลายมาได้หลายคดีแล้ว สำหรับหน่วยงานที่นำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดชนิดนี้มาใช้เท่าที่ทราบ คือหน่วยงาน ปปส.ของกระทรวงยุติธรรม กองทัพอากาศ และกรมการปกครอง เพิ่งซื้อมาใช้เมื่อไม่นานมานี้
“อังคณา”จี้ผู้เกี่ยวข้องทดสอบประสิทธิภาพจีที200
นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เปิดเผยว่า กระแสการเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่ใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน แม้เบื้องต้นจะพบว่าลักษณะของตัวเครื่อง ADE-651 กับจีที 200 จะแตกต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วอุปกรณ์ชนิดนี้ใช้หลักการเดียวกันในการประมวลผล และตรวจหาวัตถุเป้าหมาย
ทั้งนี้ โดยส่วนตัวไม่ปฏิเสธว่าอุปกรณ์จีที200ที่ใช้ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้นั้นสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์และตรวจสอบว่าเครื่องมือชนิดนี้สามารถตรวจสอบและวัดผลได้มากน้อยระดับใด เพื่อจะได้หาแนวทางอื่นๆเข้ามาทำงานเสริมในส่วนที่ยังเป็นช่องว่างของเครื่องมือที่ไม่สามารถทำงานได้เต็ม100เปอร์เซ็นต์
“เราไม่ได้ว่าบอกว่าจีที200ใช้งานไม่ได้ แต่เราอยากรู้ว่าประสิทธิภาพสามารถตรวจหาวัตถุระเบิดได้กี่เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้หากสามารถตรวจสอบได้ผล 50-70เปอร์เซ็นต์ เราก็จะได้รู้ว่าเครื่องมือมีขีดความสามารถระดับใด เพื่อจะได้หาทางป้องกันในช่องว่างที่เหลือเพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วยเช่นเดียวกัน”นางอังคณา กล่าว
ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากสะท้อนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำอุปกรณ์ตรวจหาวัตถุระเบิด คือการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือชนิดนี้เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการใช้งาน เพราะในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่สบายใจคือการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยโดยมีเครื่องจีที200เป็นตัวชี้ว่าบุคคลดังกล่าวมีสารปนเปื้อนของวัตถุระเบิดติดอยู่บริเวณร่างกาย
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวหากอุปกรณ์จีที200ไม่สามารถแสดงผลได้ชนิด100เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะยิ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะญาติพี่น้องของผู้ถูกควบคุมตัวจะยิ่งมีทัศนคติในแง่ลบต่อเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะคนที่ใช้อุปกรณ์ตรวจสอบวัตถุระเบิดที่นำไปสู่การควบคุมตัว
“การทดสอบจีที200 ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า คุณภาพของอุปกรณ์นี้มีขีดความสามารถในการทำงานอยู่ในระดับใด และเป็นการคลายความกังวลใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ได้อีกทางหนึ่ง”นางอังคณา กล่าว



