ข่าว

“สุเทพ"รับสภาพมติปชป.ไม่แก้“รธน.”

“สุเทพ"รับสภาพมติปชป.ไม่แก้“รธน.”

27 ม.ค. 2553

ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคปชป.มีมติไม่ร่วมแก้รธน. ปล่อยพรรคร่วมยื่นญัตติ ขณะที่ประชุม ส.ส.ก็ไม่ร่วมเช่นกัน “ชุมพล”ไม่ติดใจมั่นใจไม่มีปัญหาร่วมรัฐบาล “บรรหาร” ปัดให้ความเห็น ชี้เสียงพอก็ทำได้เสียงไม่พอก็ทำไม่ได้

(26ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่ร่วมในญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนจะลงคะแนนเสียงในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้อย่างไร ก็ให้ที่ประชุม ส.ส. ร่วมกันพิจารณา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุม

ต่อมานายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคว่า ที่ประชุมกรรมกาารบริหารพรรคมีมติไม่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่มีส่วนร่วมในการลงมติในสภา หากญัตติดังกล่าวถูกบรรจุเข้าสภาแล้ว

 ขณะนี้มีพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคได้ลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็จะนำผลการประชุมกรรมการบริหารพรรคไปแจ้งให้ที่ประชุมส.ส.ทราบ  ซึ่งจากนี้จะให้เป็นกระบวนการของส.ส.ว่าจะมีมติในเรื่องนี้อย่างไร แต่ทั้งนี้เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพในการตัดสินใจ

ล่าสุดมีรายงานว่า การลงคะแนนของที่ประชุม ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 82-48 เสียง ทั้งนี้ในชั่นการพิจารณาของรัฐสภาอาจจะงดออกเสียงหรือลงคะแนนไม่เห็นด้วยก็เป็นได้

นักวิชาการมช.เชื่อมติปชป.ตัดสินใจถูกต้อง

 รศ.ไพรัช ตระการศิรินนท์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การที่มติคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาลในมาตรา 194 และมาตรา 94 ในมุมมองของนักวิชาการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะตัดสินใจถูก เชื่อว่ากระแสสังคมในตอนนี้มองไม่เห็นประโยชน์ของการแก้รัฐธรรมนูญว่าจะนำไปสู่อะไรบ้าง แล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรหรือไม่อย่างไร และผมเชื่อว่าการที่มีพรรคการเมืองบางพรรคดึงดันที่จะแก้รัฐธรรมนูญเป็นการแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ที่แตกต่างกันของนักการเมืองมากกว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน ทั้งนี้ จุดอ่อนจุดด้อยของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้เกิดจากตัวรัฐธรรมนูญเองแต่เกิดจากตัวนักการเมืองบางพรรคมากกว่า

 ส่วนปรากฎการณ์หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มการเมืองจะอธิบายให้สังคมเข้าใจได้อย่างไร จะคำนึงถึงฐานเสียงเลือกตั้ง คะแนนเสียง หรือจะคำนึงถึงเฉพาะผลทางการเมือง ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ว่าพรรคไหนจะตัดสินใจอย่างไร ทั้งนี้ ต้องขึ้นกับความสามารถของการบริหารประเทศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทีละเปราะได้อย่างไร

“ชุมพล”ไม่ติดใจมั่นใจไม่มีปัญหาร่วมรัฐบาล
 
นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ตอบรับ 5 พรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ไม่ตอบรับที่จะร่วมเซ็นชื่อที่จะเสนอญัตติ ส่วนความคิดเห็นตอนนี้ยังไม่ใช่ ตอนนี้เพียงแต่ว่านำญัตติเข้าสู่สภาเท่านั้นเอง ความเห็นด้วยไม่เห็นด้วยเอาไว้ตอนอภิปรายและลงมติ แต่หลังอภิปรายแล้วโลกมันกลมหมุนไปหมุนมา แต่หากฟังอภิปรายแล้วอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ดังนั้นยืนยันว่าเราไม่ได้รอมติพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต้องการเสนอญัตติเข้าสู่สภา เพื่อดึงปัญหานอกสภาทั้งหมดเข้าไปพูดในสภาเท่านั้นเอง

“ พรรคประชาธิปัตย์ต้องชมเขาอย่างนะ พรรคเขาค่อนข้างเป็นประชาธิปไตยพอสมควร ประชุมพรรคก็โยนให้กรรมการบริหาร ตอนนี้กรรมการบริหารพรรคก็ยก ยืนยันไม่มีปัญหาในการร่วมรัฐบาล เพราะ คนละประเด็นกัน กติกาในการร่วมรัฐบาลเป็นคนละกติกากันเลย ไม่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา อย่างไรก็ตามร่างญัตติคิดว่าพรุ่งนี้คงจะเสร็จ เพื่อส่งให้ 5 พรรคดูก่อนที่จะนัดหมายว่าจะยื่นกันเมื่อไหร่ ” นายชุมพล กล่าว

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล แต่ในแง่ของความรู้สึกคิดว่าอย่างไร นายชุมพล กล่าวว่า ความรู้สึกตอนนี้ไม่มี ทุกท่านก็ไม่ควรจะมี แต่ควรจะมีในขั้นตอนการอภิปราย และลงมติ อภิปรายกันด้วยเหตุผล ใช้สมองอภิปราย ใช้ปัญญา เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ คนที่เห็นด้วยอาจจะไม่เห็นด้วย แต่คนที่เห็นด้วยอาจจะเห็นด้วยก็ได้ ดังนั้นขอให้ฟังการอภิปรายก่อน

"ชุมพล"ยันเดินหน้าแก้รธน.ไม่ใช่ปมขัดแย้งปชป.

นายชุมพล  กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมยื่นญัตติแก้รธน.กับพรรคร่วมนั้นคงไม่เป็นปัญหากับการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา

 " การแก้รธน.ก็แก้ไป ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องของสภา ไม่ได้ใหญ่โตไปถึงกติกาการ่วมรัฐบาล  ทั้งนี้ขั้นตอนในการแก้ไขจะเริ่มจากการยื่นญัตติในขั้นตอนแรกและจากนั้นจะมีการอภิปรายซึ่งในส่วนนี้อาจมีคนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้ เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของส.ส.และสว.ดำเนินการ  ไม่มีพรรคร่วมหรือฝ่ายค้ายเพราะถือว่าทุกคนมีส่วนร่วม "

 อย่างไรก็ตามในการจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรคเองก็เห็นด้วยกับการแก้รธน.แม้กระทั่งสปป.ก็บอกว่าให้รับไปก่อนแล้วแก้ไขทีหลังโดยได้พูดถึงการแก้ไขกม.เพื่อนิรโทษกรรมให้คมช.ด้วย

“สุเทพ”เสียงอ่อยรับสภาพ“มติปชป.”ไม่แก้“รธน.”

เมื่อเวลา 19.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า คงไม่ต้องไปชี้แจง เขาคงได้ติดตามข่าวจากสื่อมวลชนแล้ว ขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลคงจะทราบมติของพรรคแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่จำเป็นต้องนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคงไม่มีอะไรไปคุย ตนเป็นเลขิการพรรคก็ต้องเคารพในมติของพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล ในอนาคตจะมีปัญหาหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะยอมรับมติพรรคประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ต้องรับว่าผลออกมาเป็นอย่างนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การโหวตของส.ส.ในตอนที่พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคจะมีทิศทางเดียวกันใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ใช่

ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าเสียงข้างน้อยในพรรคจะไม่ไปยกมือให้กับอีกฝ่ายใช่หรือไม่ รองนายฯ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องมีเอกภาพในการปฏิบัติงานในสภา เราโหวตในทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกผิดหวังกับมติวันนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่อยู่ในวิสัยที่จะผิดหวังหรือสมหวังได้ ตนทำหน้าที่ของตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าหลังจากนี้การทำงานในฐานะผู้จัดการรัฐบาลจะเป็นอย่างไร รองนายฯ กล่าวว่า ยาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เสถียรภาพของรัฐบาลหลังงจากนี้จะเป็นอย่างไร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้ยังมั่นคงอยู่
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แล้ววันหน้าจะเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า วันหน้าก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานในฐานะที่เป็นผู้จัดการรัฐบาล ที่บอกว่ายากขึ้นคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้คิดอยอ่างนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก

ผู้สื่อข่าวถามว่า บอกว่าทำงานลำบากแล้วคิดว่าจะสามารถพาพรรคร่วมรัฐบาล ให้ทำงานร่วมกันต่อไปได้หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนก็ต้องพยายามต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้พรรคร่วมฯเข้าใจการตัดสินใจของพรรคอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคร่วมฯก็คงจะเข้าใจวิธีคิดและ ตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ว่าพรรคก็มีวิธีการตัดสินใจ มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมขององค์กร ซึ้งอาจจะแตกต่างจากพรรคอื่น

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะถอดใจจากการทำหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาลหรือเลขาธิการพรรคหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ถอดใจ กว่าจะได้เป็นก็ยาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่เป็นผู้จัดการรัฐบาลคิดว่าอายุรัฐบาลเหลือเท่าไหร่แล้ว เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ สื่อมวลชนถามคำถามง่ายๆหน่อยได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานระหว่างท่านกับนายกรัฐมนตรีจะเหมือนเดิมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เหมือนเดิม เพราะนายกฯเป็นหัวหน้าพรรค ตนเป็นเลขาธิการพรรค ก็ต้องทำงานกันเหมือนเดิม ไม่มีปัญหา พรรคต้องมีวันอย่างนี้อยู่แล้วคือวันที่ต้องตัดสินใจและต้องมีมติ เมื่อพรรคมีมติอย่างไรทุกคนก็ต้องเคารพในมติของพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้พรรคประชิปัตย์มีเพื่อนน้อยลงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกันและไม่มีอะไรจะต้องกังวลแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลนั้นได้มีการตกลงหรือสัญญาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ย้อนไปพูดเรื่องอดีต คิดถึงแต่เรื่องวันนี้วันพรุ่งนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าหลังจากนี้อนาคตรัฐบาลจะเป็นอย่างไร รองนายกฯ กล่าวว่า วันนี้พรุ่งนี้ยังดีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยังดีอยู่แค่ 2 วันเองหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มะรืนนี้ก็ยังอาจจะดีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ต้องต้องค่อยๆดูกันไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า นายสุเทพเป็นคนวิเคราะห์ว่าการเองอาจเปลี่ยนขั้วหรือยุบสภา รองนายกฯ กล่าวว่า ตนคงไม่เอาเรื่องที่อภิปรายมาพูดและเรื่องภายในพรรคก็เป็นเรื่องภายในพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมที่จะเผชิญกับทุกอย่างหลังจากมีการตัดสินอย่างนี้ใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แม้จะเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นพรรคการเมืองก็ต้องพร้อมทุกอย่าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นเรื่องหนึ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลมากดดันพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่คิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องนี้อย่างไร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบจริงๆว่าจะพูดอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกหนักใจกับมติพรรคที่ออกมาและเรื่องที่จะตามมาหลังจากนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า โล่งใจแล้วว่าในที่สุดพรรคก็มีมติชัดเจน ตนก็ทำหน้าที่ของตนแล้วและมีคำตอบให้พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะแยกแยะการทำงาน ทั้งในและนอกสภา ออกจากกันได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามมองโลกในแง่ดี หวังว่าทุกคนจะคิดถึงบ้านเมืองโดยรวม

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิจารณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นเพื่อนที่คบยากมาก นายสุเทพ กล่าวว่า แล้วแต่จะมอง

“บรรหาร”ปัดให้ความเห็นท่าทีปชป.

 ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ขอให้สื่อมวลชนไปถามนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

 เมื่อถามถึงความพอใจต่อการเดินสายพบปะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ผ่านมา นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาล การที่ตนเดินทางไปร่วมก็เป็นเพียงไปนั่งร่วมอยู่ด้านหลัง ส่วนโอกาสที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะประสบความสำเร็จหรือไม่คงต้องไปถามพรรคร่วมรัฐบาล

 เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ดูเหมือนพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคกำลังรอท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เท่าที่ทราบเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อถามต่อว่าหากได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้เสียงสนับสนุนเพียงพอด้วยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า สื่ออย่าถามนำ ถ้าพอมันก็ทำได้ ถ้าไม่พอก็ทำไม่ได้

 เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาลอาจเปลี่ยนขั้วไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย นายบรรหาร กล่าว่า สื่อก็ไปถามพรรคร่วมอย่ามาถามตนตนไม่ทราบ

 เมื่อถามว่ามีความเห็นการเมืองไทยในขณะนี้อย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ตนตอบไม่ถูกคุณต้องไปถามคนสองสีนั้นว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวอยากให้มาร่วมมือกันสมานฉันท์กัน แต่มันทำไม่ได้ เมื่อถามอีกว่าเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความสมานฉันท์หรือไม่ นายบรรหาร ตอบว่า ไม่เกี่ยวมันไม่เกี่ยวกัน

พท.ชี้กองทัพเคลื่อนรถถังหวังข่มขู่พรรคร่วม-คนเสื้อแดง

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเคลื่อนรถถัง 22 คัน ออกมาตามจุดต่างๆ ในกทม.เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า การที่กองทัพอ้างว่าจะนำรถถังไปซ่อมที่จ.ปทุมธานีเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจภาคใต้ และบางส่วนไปประเทศซูดานนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุผลที่แท้จริงหรือไม่ เพราะเป็นการเคลื่อนขบวนโดยไม่มีการประชาสัมพันธ์ อาจจะแสดงถึงนัยทางการเมืองหรือไม่ โดยพรรคเพื่อไทยได้ตั้งข้อสังสัย 3 ประเด็นคือ 1.เป็นการส่งสัญญาณของกองทัพเพื่อข่มขู่พรรคร่วมรัฐบาล ที่กำลังเคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ 2.เป็นการปรามประชาชนที่จะออกมาชุมนุมใหญ่กับกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ และ3.เป็นการแสดงศักยภาพของกองทัพหลังจากถูกลอบยิงระเบิดใส่สำนักเลขานุการกองทัพบกใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องให้กองทัพออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างด้วย เพราะกรณีดังกล่าวสร้างความตระหนกตกใจให้กับประชาชนรวมทั้งส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและการท่อเที่ยวของประเทศ

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า แม้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. จะออกมาย้ำว่าจะไม่มีการปฏิวัติอย่างแน่นอนนั้น แต่ก็ต้องมีความจริงใจในการกระทำด้วย เพราะการเคลื่อนขบวนรถถังควรจะมีการแจ้งเตือนหรือชี้แจงให้ชัดเจนก่อน มิฉะนั้นอาจจะเป็นช่องทางให้มื่อที่ 3 หรือมือที่ 4 ฉวยโอกาสออกมาเคลื่อนไหวจากสถานการณ์ที่คลุมเครือได้

 นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีมติให้นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติด่วนเพื่อติดตามการใช้งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งที่ส่อว่าน่าจะมีปัญหา รวมทั้งติดตามผลกระทบเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการบังคับใช้กฎหมายที่เป็น 2 มาตรฐานด้วย อย่างไรก็ตาม หากประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่บรรจุเป็นญัตติด่วนภายในสัปดาห์นี้พรรคก็จะยื่นกระทู้สดถามแทน

 ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กองทัพอ้างว่าจะให้รถถัง 22 คันไปปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้นั้น ขอตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพจะให้พลขับขับรถถังเป็นระยะทางยาวจากกทม.ไปถึงภาคใต้อย่างนั้นหรือ เพราะที่ผ่านมากองทัพจะใช้วิธีเคลื่อนรถถังโดยใช้รถเทเลอร์ 18 ล้อของทหารในการเคลื่อนย้ายหรือเคลื่อนย้ายโดยทางรถไฟ ดังนั้นเรื่องนี้คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยเป็นประธาน จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการด้วย

"เพื่อไทย”ยันมติพรรคไม่มีพรีโหวตแก้รธน.

 นายพร้อมพงศ์ แถลงภายหลังการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยหารือกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติไม่ร่วมแก้รัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นว่า พรรคเพื่อไทยยังยืนยันในจุดยืนเดิมว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่มีการฟรีโหวตและจะไม่ร่วมแก้รัฐธรรมนูญ แต่พรรคเพื่อไทยจะร่วมแก้รัฐธรรมนูญในกรณีที่มีการนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาปรับใช้ หรือนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนพ.เหวง โตจิราการ มาพิจารณาเท่านั้น