
DSIประสานตร.สากลล่ามือฆ่านักการฑูตซาอุฯ
ดีเอสไอส่งหมายจับ อาบู อาลี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 4 นักการฑูตให้อินเตอรโพลช่วยล่า เผย ซาอุฯอยากให้ขยายอายุความ แต่จนใจขัดหลักกฎหมายไทย
(26ม.ค.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าคดีฆ่ากรรมนักการทูต หลังจากที่ดีเอสไอได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการและอัยการมีความเห็นให้ดีเอสไอออกหมายจับนายอาบู อาลี ชาวอาหรับ ส่งฟ้องศาลเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า ในคืนนี้(26ม.ค)ตนและคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเดินทางไปกรุงริยอง ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำหมายจับและภาพสเก็ตตำหนิรูปพรรณสัณฐานของนายอาบู อาลี ที่ได้จากการสอบพยานบุคคลไปมอบให้กับสำนักเลขาธิการตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลเพื่อประสานให้ช่วยเผยแพร่หมายจับดังกล่าวไปยังประเทศสมาชิกมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา แม้ว่าคดีดังกล่าวจะหมดอายุความในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ทางการซาอุฯมีความประสงค์ให้ยกเว้นการจำกัดอายุความตามสนธิสัญญากรุงเวียนนาซึ่งสามารถให้การคุ้มครองการขยายอายุความต่อไปได้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย เป็นเจ้าหน้าที่นักการฑูต แต่ตามหลักกฎหมายไทยคดีอาญาทุกประเภทจะต้องมีอายุความ ดังนั้นนำหลักฐานที่ดีเอสไอมีอยู่ไปให้กับตำรวจสากลเพื่อต้องการแสดงความจริงใจให้รัฐบาลซาอุดิอาระเบียเห็นว่า ฝ่ายทางไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องดังกล่าว
“คดีดังกล่าวเกิดขึ้นนานเกือบ 20 ปีแล้ว หลักฐานที่มีเป็นเพียงภาพสเกตซ์ตามที่ตำรวจเคยสเกตซ์ไว้ แม้ว่าจะได้หลักฐานจากพยานบุคคลที่เคยมาให้การไว้ และสามารถพยานสำคัญบางคนกลับมาได้ แต่ข้อมูลนายอาบู อาลีที่เรามีอยู่ก็ไม่มีความชัดเจนมากนัก และขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดทราบว่านายอาบู อาลี มีชื่อสกุลจริงอย่างไร ” โฆษกดีเอสไอ กล่าว



