ข่าว

เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 เมืองคอน ปธ.กกต.พึ่งเครื่องเสียงกระบะร้องเพลงชาติ 8 แปดโมง ก่อนเปิดหีบ

เลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 เมืองคอน ปธ.กกต.พึ่งเครื่องเสียงกระบะร้องเพลงชาติ 8 แปดโมง ก่อนเปิดหีบ

07 มี.ค. 2564

สัสันเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 3 เมืองคอน ปธ.กกต.พึ่งเครื่องเสียงกระบะร้องเพลงชาติ 8 แปดโมง ก่อนเปิดหีบ

เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 7 มี.ค.64 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.พร้อมคณะเดินทางไปตรวจความเรียบร้อยก่อนเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเหตุการณ์ปกติเรียบร้อยดี

โดยทางนายอิทธิพร ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าทีประจำหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อยและใช้มาตการเฝ้าระวังโควิดตรวจคัดกรองผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงทุกคนที่เข้าไปในหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวดด้วย

จากนั้นนายอิทธิพร พร้อมด้วยนายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช ไปตรวจหน่วยเลือกตั้งที่ 10 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใต้ หมู่ 6 ต.นาสาร อ.พระพรหม เพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนเปิดหีบบัตรให้ผู้มีสิทธิไปลงคะแนน ในเวลา08.00น.พบว่าเหตุการณ์ทั่วไปปกติ

โดยปรากฏว่า ทางคณะของนายอิทธิพร และผวจ.นครศรีธรรมราชได้มีการยืนเข้าแถวเพื่อรอร้องเพลงชาติไทยพร้อมกัน หน้าบริเวณเสาธงของโรงเรียน

แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดไม่มีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาเปิดเพลงชาติไทยให้คณะได้ร้องเพลง บริเวณหน้าเสาธง ทำให้นายจิรวัฒน์ ปลอดวงศ์ จนท.ของกรมประชาสัมพันธ์ ได้อาสาใช้รถยนต์ส่วนตัวของตัวเอง เปิดเสียงเพลงชาติไทยจากในรถยนต์ของตัวเองเพื่อให้คณะได้ร้องเพลงชาติเพื่อเคารพธงชาติพร้อมกันจนผ่านพ้นไปด้วยดี

จากนั้นนายอิทธิพร ได้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งซ่อม สส.เขต3นครศรีธรรมราชในครั้งนี้ทั่วไปเป็นไปด้วยความปกติไม่พบเหตุผิดปกติแต่อย่างใด

รวมทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับลงหลายชั่วโมงในพื้นที่ อ.จุฬาภรณ์ 1ใน4อำเภอของการเลือกตั้งซ่อม สส.ในครั้งนี้ พบว่าไม่พบเหตุผิดปกติแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตามตนได้สั่งจนท.เฝ้าระวังไม่ให้ไฟฟ้าดับลงอีกในคืนนี้ในช่วงนับคะแนนช่วงค่ำ โดยให้เตรียมไฟสำรองไว้ตลอด24ชม.ด้วย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลไม่เป็นทางการไม่เกิน4ทุ่มคืนนี้เป็นอย่างช้า

สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ซ่อม สส.เขต3 นครศรีธรรมราชครั้งนี้จำนวน 152,427คน จำนวน262หน่วยเลือกตั้ง ครั้งที่แล้วมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 75.04เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้น่าจะเท่าเดิมหรือมากกว่า เพราะประชาชนตื่นตัวมาก