ข่าว

กอ.รมน.ยืนยันเครื่องจีที200มีประสิทธิภาพ

กอ.รมน.ยืนยันเครื่องจีที200มีประสิทธิภาพ

26 ม.ค. 2553

กอ.รมน ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงการทำงานของเครื่องจีที 200 ยันมีประสิทธิภาพทำงานสำเร็จมากกว่าผิดพลาด พร้อมให้ความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน

(26ม.ค.) เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.บรรพต พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าว ถึงกรณีการใช้เครื่องมือ จีที 200 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้กับสื่อมวลชนว่า สำหรับเครื่องจีที 200 ที่นำมาประจำการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2549 นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 535 เครื่อง

 ซึ่งปัจจุบันเครื่องดังกล่าวเป็นที่สงสัยของทุกฝ่าย ได้มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ก็ได้เรียกให้เข้าไปชี้แจง และทำการทดสอบ รวมทั้งนำเสนอผ่านสื่อมวลชนในลักษณะเปิดเผยหลายครั้ง โดยตนจะข้อชี้แจงในฐานะเป็นหน่วยที่ใช้เครื่องมือดังกล่าว ไม่ได้เป็นหน่วยที่จัดหา

 “ ตนเองขอชี้แจงการทำงานของเครื่องมือนี้ว่า เครื่องมือตัวนี้ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่สามารถชี้ หรือค้นหา มวลสารต่างๆ ได้อย่างใจนึก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เครื่อง จีที 200 เป็นเพียงเครื่องมือช่วยชนิดหนึ่ง โดยวิธีการใช้จะใช้ในพื้นที่ทั่วไป พื้นที่ต้องสงสัย วัตถุต้องสงสัย และเมื่อนำเครื่องมือมาตรวจสอบแล้วสงสัยว่าอาจจะมีวัตถุแปลกปลอม ก็จะมีการดำเนินการปิดกั้นพื้นที่ จากนั้นก็จะนำเครื่องมือชนิดอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบอีก 2 ชนิด เพื่อทำการพิสูจน์และยืนยันให้แน่นอน เครื่องจีที 200 เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้เครื่องนี้ใช้พิสูจน์เพียงอย่างเดียว ตามที่คนทั่วไปเข้าใจ รวมทั้งเครื่องจีที 200 ก็ไม่ได้นำไปเป็นเครื่องยืนยันในชั้นศาลแต่อย่างใด ” หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

 พ.อ.บรรพต ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการทำงานของเครื่อง จีที 200 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่นำมาประจำการในพื้นที่ ก็พบว่าสามารถใช้ตรวจสอบตามหลักการข้างต้น ได้เป็นอย่างดีในหลายๆภารกิจ แต่กรณีที่เกิดความผิดพลาดใน 2 กรณี ก็ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบความผิดพลาด ซึ่งผลการตรวจสอบก็ยืนยันว่าเกิดจากความผิดพลาดของผู้ใช้ ที่ไม่พร้อมในการใช้เครื่องมือ ตรวจสอบขั้นต้นแล้วไปพบมวลสารระเบิด จึงไม่ได้นำเครื่องมืออีก 2 ชนิด มาดำเนินการใช้ตรวจสอบซ้ำ

 โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการใช้เครื่องมือดังกล่าว ก็มีการฝึกการใช้ รวมทั้งเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อป้องกันการผิดพลาดในอนาคตแล้ว ซึ่งตนอยากให้ประชาชนมั่นใจในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ต้องการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุด