ข่าว

แก้ไม่แก้ รธน. ... อย่าขู่ประชาชน

แก้ไม่แก้ รธน. ... อย่าขู่ประชาชน

26 ม.ค. 2553

ขณะที่รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาบอก ว่าถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพรรคร่วมรัฐบาลละก็ นายกฯ เตรียมยุบสภาได้

 แต่ นายกฯ อภิสิทธิ์เองบอกว่าไม่เคยขู่พรรคร่วมรัฐบาลว่า จะใช้วิธียุบสภา ถ้าหากมีความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่า วันที่ 26 มกราคม น่าจะรู้ผลของมติคณะกรรมการบริหารประชาธิปัตย์ ว่าจะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ

 นายกฯ ตอบคำถามนักข่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีคำขู่ว่าจะยุบสภา ถ้าพรรคร่วมไม่ดำเนินการตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นเรื่องของการวิเคราะห์สถานการณ์ปกติว่าถ้าหากตัดสินใจอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น

 และนายกฯ บอกว่าตนคิดว่าในส่วนของสมาชิกพรรคก็ไม่มีใครคิดว่าจะต้องเกรงกลัวในเรื่องใดๆ อยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เกรงกลัวเรื่องใดๆ แปลว่าถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์มีมติว่าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ตามที่พรรคร่วมเสนอ ก็ไม่กลัวว่าพรรคร่วมจะถอนตัวหรือว่าแปรพักตร์ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่

 เพราะเรื่องนี้ คุณอภิสิทธิ์ ก็คงจะรับรู้อยู่แล้วว่า หากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นจริงก็ต้องพร้อมจะรับ เพราะว่านี่คือเรื่องปกติของการเมือง

 จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นเรื่องที่พรรคนี้จะต้องยืนยันกับประชาชน มิใช่ว่าถูกแรงกดดันจากพรรคร่วมแล้วจะโซซัดโซเซหรือว่าเอียงไปเอียงมา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้บอกตลอดว่าจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพียงเพื่อให้พรรคของตัวเองมีโอกาสได้ที่นั่งมากกว่าครั้งที่แล้วเท่านั้น เช่นเขตเล็กหรือเขตใหญ่

 ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็จะต้องยืนยันว่า เรื่องของการที่พรรคร่วมรัฐบาล บอกว่าจะให้พรรคประชาธิปัตย์อนุญาตให้ ส.ส.ในพรรคฟรีโหวตเพื่อจะได้มีบางส่วนโอนเอนไปตามพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ถ้าทำเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเท่ากับว่าวินัยของพรรคหมดสิ้นไปแล้ว และเป็นการปล่อยให้ลูกพรรคเฮโลไปตามกระแสความต้องการของตัวเอง ไม่สนใจว่ามติของพรรคที่สอดคล้องกับรู้สึกนึกคิดของประชาชนเป็นอย่างไร

 ฉะนั้น ที่ นายกฯ บอกว่าไม่ได้ขู่ว่าจะยุบสภาถ้าพรรคร่วมไม่เดินตามแนวของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ต้องยืนยันต่อด้วยว่า ไม่เพียงแต่ไม่ขู่เท่านั้น แต่ยังจะมีจุดยืนที่แน่ชัดกับประชาชนด้วย เพราะนี่คือหัวใจของคำว่า ระบบพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่กลัวอะไรแต่ต้องกลัวความรู้สึกประชาชน

 

สุทธิชัย หยุ่น