ข่าว

แค่ก้มหยิบขวดน้ำ...พุ่งชน ตร.ทางหลวงขาขาด-ชีวิตเปลี่ยน !

แค่ก้มหยิบขวดน้ำ...พุ่งชน ตร.ทางหลวงขาขาด-ชีวิตเปลี่ยน !

25 ม.ค. 2553

ถึงขณะนี้ประชาชนที่ช่วยกันบริจาคเลือดกรุ๊ป บี อาร์เอช (เนกาทีฟ) รวมถึงผู้บังคับบัญชาและครอบครัวยังรอความหวังและเป็นกำลังใจให้ "ด.ต.อนุศักดิ์ ขมิ้นทอง" ผบ.หมู่ กก.1 บก.ทล. ที่อยู่ระหว่างการผ่าตัดของแพทย์ รพ.ตำรวจ ครั้งแล้วครั้งเล่า หลังประสบอุบัติเหตุถูกร

 เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดบอกเวลาเลยเที่ยงคืนไป 45 นาที วันที่ 24 มกราคม 2553 ด.ต.วิสิทธิ์ ปัญญาแก้ว และ ด.ต.อนุศักดิ์ ขมิ้นทอง คู่บัดดี้ประจำรถสายตรวจตำรวจทางหลวง หมายเลข 1102 ฮอนด้า แอคคอร์ด สีน้ำตาล-เหลือง อันคุ้นตาก็ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถตกคูน้ำหน้าโรงไฟฟ้าวังน้อย ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 71-72 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งสองจึงรุดไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

 เมื่อไปถึงพบรถเก๋งนิสสัน เทียน่า ทะเบียน ศฎ 8735 กรุงเทพมหานคร ตกลงไปในคูน้ำข้างทาง ด.ต.วิสิทธิ์ กับ ด.ต.อนุศักดิ์ จึงลงจากรถสายตรวจไปดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ทั้งสองพบผู้ขับขี่เป็นผู้ชายติดอยู่ในรถ ไม่สามารถออกมาได้ จึงขึ้นมาที่ท้ายรถสายตรวจหาสิ่งของลงไปช่วยเหลือ พร้อมวิทยุขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย ระหว่างนี้ ด.ต.วิสิทธิ์ ยืนอยู่หน้ารถสายตรวจ ส่วน ด.ต.อนุศักดิ์ ยืนอยู่ข้างท้ายรถ จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่ารถกระบะคันหนึ่งวิ่งมาจากไหนพุ่งชน ด.ต.อนุศักดิ์ อัดติดกับท้ายรถสายตรวจอย่างแรง

 "ผมได้ยิน ด.ต.อนุศักดิ์ร้องจนเสียงหลง เลยรีบวิ่งไปดู ก็พบว่า ด.ต.อนุศักดิ์ขาซ้ายขาด ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ผมพยายามปฐมพยาบาล และสอบถามอาการอยู่ตลอดเวลา จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึง บางส่วนลงไปช่วยผู้ขับรถที่ประสบอุบัติเหตุ อีกส่วนมาช่วยกันนำ ด.ต.อนุศักดิ์ ส่ง รพ.วังน้อย" ด.ต.วิสิทธิ์ เล่าถึงนาทีชีวิตที่เกิดกับเพื่อน

 ส่วนคนขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ณอ 9757 กรุงเทพมหานคร ตัวต้นเหตุ คือ "วิชาญ นายสอง" วัย 52 ปี จากการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่าสูงถึง 112 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัวดำเนินคดี ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และดื่มสุราขณะขับรถ หลังจากได้ประกันตัว ผ่านพ้นไป 1 วัน "คม ชัด ลึก" โทรศัพท์พูดคุยกับวิชาญถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ความว่า...

 ก่อนเกิดเหตุวิชาญขับรถไปคุยเรื่องงานที่ จ.สระบุรี และมีการดื่มสุรายาเมาด้วย โดยวิชาญบอกว่าดื่มไปแค่นิดหน่อยเท่านั้น แต่ดูเหมือนผลตรวจแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดจะปรากฏเกินกว่ากฎหมายกำหนดอยู่หลายเท่า พร้อมกันนี้วิชาญยืนยันว่าปกติแล้วจะคิดถึงเรื่องความไม่ประมาทอยู่เสมอ ขณะขับมาตามทาง ก็เห็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นข้างหน้า ทว่าเป็นจังหวะที่ขวดน้ำพลาสติกหล่นจึงเอื้อมหยิบ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุอย่างรุนแรงขึ้น

 "ผมแค่ก้มเอื้อมไปเก็บขวดน้ำ ทำให้เกิดปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ผมฝากขอโทษ ด.ต.อนุศักดิ์ และครอบครัวด้วย ผมเองก็มีครอบครัว ผมรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นอย่างไร ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่อง ผมยินดีดูแล ด.ต.อนุศักดิ์ หลังจากพบตำรวจแล้วผมก็จะเดินทางไปเยี่ยม ด.ต.อนุศักดิ์ ที่โรงพยาบาลเหมือนกัน" วิชาญ กล่าว

 ด้าน "สรัญญา ขมิ้นทอง" ภรรยาวัย 42 ปี ซึ่งเปิดร้านขายอาหารอีสานธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัว โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง ด.ต.อนุศักดิ์ เป็นคนหารายได้มาจุนเจือครอบครัว หลังเกิดอุบัติเหตุเธอและลูกชายทั้ง 2 คน อายุ 14 ปี กับ 6 ขวบ ต่างเป็นกังวลถึงหัวหน้าครอบครัวตลอดเวลา สิ่งเดียวที่ทำได้คือการให้กำลังใจและคำปลอบโยนลูกๆ ว่า "พ่อจะไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวก็หาย"

 "ตั้งแต่เกิดเหตุก็เดินทางไป รพ.วังน้อย อยู่กับพี่ดาบอนุศักดิ์ คอยให้กำลังเขาตลอดเวลา ขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ไม่ทอดทิ้ง คอยเป็นกำลังใจให้ และฝากขอบคุณประชาชนที่บริจาคเลือดช่วย ถ้าไม่ได้เลือดของผู้ใจบุญ พี่ดาบอนุศักดิ์คงต้องลำบาก ขอบคุณจากใจจริงๆ" สรัญญา กล่าว

 พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รอง ผบก.ทล. กล่าวถึงขั้นตอนให้ความช่วยเหลือรถประสบอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ว่า มีขั้นตอนปฏิบัติชัดเจน ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยตำรวจ หน่วยแพทย์กู้ชีวิต อาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิ จะเปิดสัญญาณไฟวับวาบแสดงให้รู้ก่อนถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ และก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกการจราจร โดยใช้สัญญาณมือและสัญญาณไฟกะพริบทรงกระบอกสีแดง รวมถึงเสียงนกหวีดบอกให้ผู้ขับขี่ที่กำลังจะผ่านจุดเกิดเหตุได้ทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างหน้าและใช้เส้นทางเบี่ยง หรือใช้เส้นทางด้วยความระมัดระวัง 

 "เรื่องนี้ตำรวจทางหลวงได้ทำตามขั้นตอนปฏิบัติอย่างถูกต้อง แต่ปัญหาเกิดจากผู้ขับขี่ที่ขาดความระมัดระวังและดื่มสุรามาด้วย อยากฝากถึงผู้ขับขี่รถทุกประเภท ต้องมีสติและมีความระมัดระวังให้มาก" พ.ต.อ.พินิต กล่าวทิ้งท้าย