
คุณแม่ผู้หยั่งรู้ฟ้าฝน
อากาศแปรปรวนเดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก ทำให้ผู้อ่านข่าวพยากรณ์อากาศต้องเสียท่า พยากรณ์อากาศผิดอยู่บ่อยๆ
แต่สำหรับ ชากีรา ร็อบสัน นักธุรกิจคุณแม่ลูกสาม กลับสามารถบอกได้ว่า ฝนจะตกเมื่อไร โดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับกรมอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษ (เม็ท) ใช้เลยแม้แต่น้อย โดยเธอใช้แค่เพียงหัวของเธอเท่านั้น
ร็อบสัน ที่ถูกเพื่อนๆ ตั้งฉายา "เครื่องจักรอากาศ" เผยว่า ก่อนที่ฟ้าจะรั่วส่งฝนพร่างพรูลงมา เธอมักจะปวดหัวเพราะไมเกรน โดยเธอสามารถบอกได้แม้กระทั่งว่าฝนจะตกหนักแค่ไหนโดยดูจากอาการปวดหนักของตัวเองว่ารุนแรงแค่ไหน ความสามารถพิเศษของร็อบสันนี้เพิ่งเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากที่เธอคลอดลูกชายวัย 4 ขวบ
"แรกๆ ก็เป็นสัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง ฉันเริ่มรู้ว่าฉันสามารถรู้สึกได้ถึงแสงออร่าที่เปล่งมายังตัวฉันก่อนฝนตก ตอนแรกก็เห็นเป็นเรื่องตลกๆ ฉันยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนๆ และเตือนว่าให้เอาร่มไปด้วย หากฉันเริ่มเป็นไมเกรน แต่พอเริ่มแม่นยำทุกครั้ง ฉันก็เลยคิดว่าต้องจับตาอาการนี้เพื่อพิสูจน์" ร็อบสันบอก
คุณแม่วัย 29 ปีเผยว่า เธอต้องจดตารางเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และเขียนลงไปหากเธอเริ่มเป็นไมเกรนตอนที่ฝนตก และนั่นทำให้เธอพบว่า อาการของเธอนั้นแม่นยำจริงๆ
"ตอนนี้ฉันเหมือนกับเป็นมนุษย์ปรอทเลย ฉันสามารถบอกได้ว่าเมื่อไรฝนจะตกหรือจะตกนานแค่ไหน และหากฝนกระหน่ำ หรือพายุเข้า อาการปวดหัวก็จะยิ่งมากขึ้น บางทีอาจเป็นไมเกรนนานกว่า 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว" คุณแม่ลูกสามกล่าว
มีอยู่หลายครั้งที่เธอต้องปวดไมเกรนถึงวันละ 4-5 ครั้ง ขณะที่แพทย์หลายคนแนะนำให้เธอกินแค่ยาแก้ปวดธรรมดา ทั้งๆ ที่อาการปวดของเธอเลวร้ายและแทบจะทำลายชีวิตเธอ
"หน้าที่การงานของฉันต้องเสียหายไปด้วยเพราะฉันต้องหยุดงานบ่อย ขณะที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็กำลังจะพังพาบเพราะฉันป่วยบ่อยเหลือเกิน มีอยู่วันหนึ่ง ฉันพยายามจะลงจากรถของเพื่อนไปรับลูกจากโรงเรียน และพบว่า ขยับตัวไม่ได้ อาการปวดไมเกรนเลวร้ายมากเสียจนทำให้ร่างกายฉันเป็นอัมพาต" ร็อบสันกล่าว
อาการเจ็บป่วยนี้ถึงกับทำให้เธอวิตกจริตไปเลยว่า อาการอัมพาตของเธอเป็นเพราะเส้นเลือดตีบ
"ฉันกลัวมาก ฉันคิดว่าตัวเองเส้นเลือดตีบ ขณะที่เพื่อนต้องไปรับลูกชายมาให้ และพาไปหาหมอที่คลินิก ซึ่งเขาได้ส่งตัวฉันต่อไปยังโรงพยาบาลทันที" คุณแม่วัย 29 ปีเล่าย้อนเหตุการณ์ให้ฟัง
หลังจากที่ทำเอ็มอาร์ไอสแกน เธอก็ได้รับการจ่ายยาแก้ปวดชนิดแรงมาให้ ซึ่งเป็นยาแก้ปวดชนิดฉีดที่ต้นขาเวลาที่เริ่มมีอาการไมเกรน
การทำเช่นนี้ แม้จะทำให้อาการปวดหัวหมดไป แต่เธอกลับต้องแลกมาด้วยการที่ร่างกายต้องเป็นอัมพาตนานถึง 40 นาทีทุกๆ ครั้งที่ฉีดยาชนิดนี้
"เมื่อฉันฉีดยาเข้าไป ฉันจะไม่สามารถเดินหรือพูดได้ แต่หลังจากที่ฉีดยานี้ติดต่อกันนานถึง 5 เดือน ร่างกายก็เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานยานี้ขึ้นมาแล้ว" ร็อบสันเผย
ทุกวันนี้ เธอต้องกินยาถึงวันละ 9 เม็ด และต้องเปลี่ยนการกินอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและแอลกอฮอล์
"ชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงเพราะอาการไมเกรน เด็กๆ ต้องเรียนรู้ว่าพวกเขาต้องทำตัวเงียบๆ เรียบร้อยตอนที่แม่ป่วย ซึ่งนั่นไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเลย ตอนนี้ฉันกำลังปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่ และได้แต่สวดมนต์ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น" ร็อบสันกล่าวทิ้งท้าย



