
ดิ้นหาทางออก"มาบตาพุด"อีกรอบนายกฯ ถกเอกชน 27ม.ค.นี้-มั่นใจยังไม่ถึงทางตัน
"กอร์ปศักดิ์" มั่นใจปัญหามาบตาพุดยังมีทางออก ขอดูรายละเอียดโครงการอีกครั้ง นายกฯอภิสิทธิ์ เปิดเวทีหารือเอกชน 27 มกราคมนี้ ด้านคณะกรรมการ 4 ฝ่าย มองศาลยกคำร้องเพราะยังไม่เดินตามกรอบรัฐธรรมนูญ
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางยกคำร้องขอให้มีการทบทวนคำสั่งระงับโครงการลงทุนในมาบตาพุด 30 โครงการว่า ยังมั่นใจว่ามีทางออกในการแก้ไขปัญหา โดยเวลา 1-2 วันทำความเข้าใจกับ 30 โครงการก่อน ซึ่งศาลไม่ได้ปิดกั้นโอกาส หากโครงการใดดำเนินการตามกฎ หรือระเบียบที่ผู้มีอำนาจกำหนดตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ก็อาจมีคำขอต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณามีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งนั้นได้
ทั้งนี้ วันที่ 26 มกราคมนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะรายงานผลสรุปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ และได้แต่งตั้งให้นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อดูแลปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดโดยเฉพาะ มีผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ประจำอยู่ที่ศูนย์โอเอสโอเอสโดยตรง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า วันที่ 27 มกราคมนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะนัดหารือประชุมร่วมกับภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เกี่ยวกับปัญหามาบตาพุดทั้งหมด เพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ โฆษกคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กล่าวว่า การที่ศาลยกคำร้อง เพราะเอกชนยังไม่ได้ดำเนินการตามกรอบกติกาที่วางไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งขณะนี้กฎกติกาต่างๆ ที่ให้เอกชนดำเนินการเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือเพียงการจัดตั้งองค์กรอิสระเฉพาะกาลเท่านั้น คาดว่าจะเสร็จทันก่อนที่เอกชนจะทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ (เอชไอเอ) และรับฟังความเห็นของประชาชนแน่นอน
ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ได้หารือร่วมนายกอร์ปศักดิ์ ถึงรายละเอียดของแต่ละโครงการที่เอกชนขออุทธรณ์แต่ถูกยกคำร้อง ว่าแต่ละโครงการเป็นอย่างไรเพื่อดูว่าจะมีช่องทางใดที่จะดำเนินการได้อย่างไรได้
"ยอมรับว่าหลายคนยังมึนงงกับกรณีนี้ ซึ่งภาคเอกชนจะหารือกันอีกครั้งในวันที่ 26 มกราคมนี้ เพื่อพิจารณาคำอุทธรณ์และคำพิพากษาของศาลให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรเพื่อให้เกิดความรอบคอบ" นายพยุงศักดิ์กล่าว
ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อดูคำสั่งของศาลปกครองกลาง พบว่ามีช่องทางกฎหมายที่จะดำเนินการให้โครงการเดินหน้าได้ เช่น การหารือกับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต ว่าจะให้ใบอนุญาตประกอบกิจการหรือไม่ ขณะเดียวกัน ปตท.จะหารือกับฝ่ายกฎหมายว่ากรณีนี้จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอถอดจากการระงับโครงการได้หรือไม่



