ข่าว

ชงตั้งกก.ระดับชาติศึกษามาบตาพุด

ชงตั้งกก.ระดับชาติศึกษามาบตาพุด

10 มี.ค. 2552

เล็งเสนอกกร.ตั้งคณะกรรมการระดับชาติดูแลกรณีปัญหามาบตาพุด หวั่นความเห็นขัดแย้งส่งผลกระทบการลงทุน ระบุขณะนี้ 138 โรงงาน เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 4-5 แสนล้านบาทได้รับผลกระทบแล้ว

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองการประชุมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน จะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กกร.) วันที่ 18 มีนาคม ให้มีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อดูแลกรณีมาบตาพุด โดยจะให้มีการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในการแก้ปัญหา จนส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอนาคตและที่กำลังจะลงทุน ซึ่งขณะนี้มีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายจะได้รับผลกระทบ 6 นิคม 138 โรงงาน มีเม็ดเงินลงทุนรวมกันประมาณ 4-5 แสนล้านบาท มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังมีการจ้างงานเกี่ยวเนื่องนับแสนคน ซึ่งขณะนี้ยังมีโครงการรอการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านปิโตรเคมี นอกจากนั้นยังเห็นว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ควรยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองระยองที่ให้มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษก่อน เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลของผลได้ผลเสียก่อนจะประกาศเขตควบคุมมลพิษเมื่อมีข้อมูลที่แน่ชัด
 "ขณะนี้ต่างชาติเริ่มมีความไม่แน่ใจการลงทุนในไทยบ้างแล้ว ทั้งที่เศรษฐกิจไทยเองก็มีปัญหาและมีแนวโน้มว่าจะยืดเยื้อออกไป  ทั้งนี้อยากให้ภาคประชาชนมีธรรมาภิบาล รับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมด้วย เพราะภาคเอกชนและภาครัฐก็มีธรรมาภิบาลอยู่แล้ว” นายพยุงศักดิ์กล่าวและว่า การดำเนินการของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการลดมลพิษในระยอง ที่ผ่านมาทำได้ดี คือหากเอกชนลดมลพิษได้ 100% ก็จะขยายงานได้ 80% แนวโน้มของสิ่งแวดล้อมก็จะดีขึ้น ขณะที่แผนจัดการมลพิษที่มีอยู่ 73 โครงการใหญ่ และกว่า 100 โครงการย่อย ที่เอกชนจะต้องลงทุนเพื่อแก้ปัญหามลพิษกว่า 2 หมื่นล้านบาท ก็ดำเนินการอยู่แล้วและมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีชาวบ้านจากมาบตาพุดและบ้านฉาง รวมทั้งกลุ่มกรีนพีซ ได้มายื่นพวงหรีดและจดหมายปิดผนึกให้สภาอุตสาหกรรม โดยเรียกร้องให้สภาอุตสาหกรรมหยุดให้ข่าวบิดเบือน ว่าการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษจะกระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัด เพราะเห็นว่าเป็นการนำเสนอเพียงด้านเดียว