
ฉาววงการสื่อ เร่งล่าตัว 3 นักข่าวอ้างเป็น จนท.รีดเงินผู้ประกอบการค้าชายแดน
ฉาววงการสื่อ เร่งล่าตัว 3 นักข่าวอ้างเป็น จนท.กรรโชกทรัพย์ รีดเงินผู้ประกอบการค้าชายแดน ใช้ภาพพจน์เข้าทำการเจรจาต่อลองกับผู้กระทำผิดในคดีต่างๆ จนพัฒนามาเป็นการแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานเสียเอง
จากกรณี 3 นักข่าวอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ระนอง และเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าภูมิภาคระนอง มาตรวจเรือบรรทุกสินค้านำเข้าและส่งออกต่างประเทศที่โกดังและท่าเรือส่งสินค้าระหว่างประเทศในพื้นที่บ้านเขานางหงส์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จากนั้นทำการขู่กรรโชกทรัพย์ นายเตน อู่ คนงานชาวเมียนมาซึ่งเป็นผู้ดูแลการนำสินค้าจากโกดังลงเรือโดยมีการเรียกรับเงินจำนวน 70,000 บาท
ความคืบหน้าล่าสุด หลังมีความพยามจาก 3 นักข่าวติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าพบแสดงตัวหรือรายงานตัวเกี่ยวกับการแจ้งข้อกล่าวหาแต่ทั้งหมดกลับไม่มาตามที่ตกลงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการขออนุมัติออกหมายจับบุคคล ทั้ง 3 คน
โดยศาลจังหวัดระนองอนุมัติหมายจับคดีอาญาที่ 25,26,27 ของ ลงวันที่ 24 ก.พ.2564 ตามที่นายเตน อู่ ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาประกอบด้วย
1.นายพัสกร สุขแก้ว หรือ สายัณห์
2.นายสิทธิศักดิ์ นิยมไทย หรือโกแอ็ด
3.นายสันติ สุขทวีกุล หรือโกตี๋
ที่ได้ร่วมกันกรรโชกทรัพย์โดยแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น และได้ทรัพย์เป็นเงินสดไปจำนวน 70,000 บาทที่นายเตน อู่อ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ไปโดยสุจริตเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งทั้ง 2 ข้อหา คือ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น
หลังจากนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ใดพบเจอบุคคลซึ่งเป็นนักข่าวทั้ง 3 ดังกล่าวสามารถทำการจับกุมเพื่อส่งตัวดำเนินคดีได้ทันทีเนื่องจากเป็นภัยร้ายแรงในสังคม
หากมีการขอประกันตัวเจ้าพนักงานจะทำการร้องคัดค้านการประกันตัวทันทีเนื่องจากในกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวและอาจจะไปยุ่งเหยิงกับพยานได้ ส่วนตัวผู้เสียหายขณะนี้ยังอยู่ในความหวาดกลัวเนื่องจากผู้ต้องหามีอิทธิพลรู้จักเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานและมีพฤติกรรมเป็นนักล็อบบี้ยิสต์หรือนักวิ่งเต้น
โดยใช้ภาพพจน์เป็นนักข่าวสายโปลิศบางเวลา เข้าทำการเจรจาต่อลองกับผู้กระทำผิดในคดีต่างๆ จนพัฒนามาเป็นการแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์เสียเอง โดยมีผู้เสียหายหลายรายในจังหวัดระนองเคยถูกรีดไถ แต่ไม่ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ส่วนผู้เสียหายในขณะนี้ได้ร้องขอให้ทางทหารเรือทัพภาค 3 ได้พาไปดูแลและคุ้มครองเป็นการชั่วคราว
กฤษดา เอกวานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ระนอง



