ข่าว

บช.น.จัดกำลัง 4 กองร้อย คุมม็อบเยาวชนปลดแอกบุกบ้าน นายกฯ"บิ๊กตู่" หวั่นมือที่3 ป่วนสถานการณ์ 

บช.น.จัดกำลัง 4 กองร้อย คุมม็อบเยาวชนปลดแอกบุกบ้าน นายกฯ"บิ๊กตู่" หวั่นมือที่3 ป่วนสถานการณ์ 

27 ก.พ. 2564

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผย พรุ่งนี้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 4 กองร้อย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่นัดรวมตัวเดินเท้าไปยังบ้านพักของนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้อง 3 ข้อ 

     เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการนัดชุมนุมทำกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่นัดเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปยังบ้านพักพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในวันพรุ่งนี้ ว่า ได้เตรียมกำลังพลไว้เบื้องต้นประมาณ 4 กองร้อย แบ่งเป็นกำลังตำรวจปฏิบัติหน้าที่จริง 2 กองร้อย และกำลังสำรองอีก 2 กองร้อยในการดูแลความสงบเรียบร้อย     

 โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ด้านการข่าว ทั้งเรื่องจำนวนผู้ที่จะมาชุมนุม และความเสี่ยงต่อมือที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ความรุนแรง พร้อมยอมรับว่ายังไม่ตัดสินใจเรื่องการเตรียมอุปกรณ์ปิดกั้นเส้นทาง ว่าจำเป็นต้องใช้ตู้คอนเทนเนอร์ในการปิดกั้นเส้นทางบริเวณทางเข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 เหมือนกับครั้งที่แล้วหรือไม่ เพราะการวางเครื่องกีดขวาง จะใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ชีวิตตามปกติด้วย

    อย่างไรก็ตามยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เนื่องจากการชุมนุมในระยะหลัง พบมีการใช้วัตถุระเบิดมากขึ้น อีกทั้งข้อความที่มีการเชิญชวน ก็คล้ายต้องการสื่อให้เห็นว่าอาจมีสถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นด้วย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลการข่าวต่างๆ ให้ชัดเจน ก่อนกำหนดวางมาตรการรับมือที่เหมาะสมต่อไป

     สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก มีการโพสต์เฟซบุ๊กชักชวนให้ผู้ชุมนุมออกมาร่วมทำกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีการเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เพื่อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ จำกัดอำนาจสถาบัน , ปลดแอกประชาธิปไตย ขับไล่ทหารออกจากการเมือง และ ลดความเหลื่อมล้ำด้วยรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า 

     โดยการชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่จะเกิดขึ้น ระบุว่า จะไม่มีแกนนำ ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการ์ด ไม่มีรถเวที และให้มวลชนเป็นผู้ตัดสินใจ