ข่าว

ประชาธิปไตยไม่กลัวเต้าหู้ยี้!!!

ประชาธิปไตยไม่กลัวเต้าหู้ยี้!!!

26 ม.ค. 2553

แม้ว่าช่วงนี้ความตึงเครียดทางการเมืองจะเริ่มก่อตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องราวของการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดูจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนอยู่มิใช่น้อย

  แต่ทีนี้ก็ดูเหมือนว่าสื่อมวลชนก็สนใจที่จะให้นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมืองพยายามวิพากษ์ไปในทิศทางเดียวในแง่ของความเหมาะสมของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะอาจจะเป็นเรื่องของอคติของเราที่มีต่อการกระทำทางการเมืองที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเรา ซึ่งอาจจะมีผลต่อวิถีชีวิตประชาธิปไตย ที่ควรจะเชื่อว่าคนทุกคนนั้นมีโอกาสที่จะเป็นผู้บริหารหรือผู้ปกครอง

 แต่กระนั้นก็ตาม จะขอขยายความเห็นในเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาไว้สักหน่อยดังนี้

 ประการแรก การปรับคณะรัฐมนตรีสะท้อนให้เห็นเรื่องของพัฒนาการที่เรียกว่า "ราชวงศ์ท้องถิ่น" (local dynasty) หรือการผนึกอำนาจในท้องถิ่นโดยตระกูลสำคัญที่ขยายวงอำนาจของเขาเข้ามาในสถาบันทางการปกครองท้องถิ่น เช่น มีพี่ ป้า น้า อา ลุงอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ  ดังนั้นจะเห็นว่าในบางกรณีที่นักการเมืองที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ด้วยเงื่อนไขทางกฎหมายบางประการ และภรรยาที่มาดำรงตำแหน่งต่อก็โดนเงื่อนไขทางกฎหมาย ก็จะลงไปที่น้องสาว เป็นต้น

 ประการที่สอง การปรับคณะรัฐมนตรีสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินในยุคนี้ที่มีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยและลูบหน้าปะจมูกอยู่บ้าง กล่าวคือ เนื่องจากรัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลผสม ไม่ใช่รัฐบาลพรรคใหญ่ครอบงำ ดังนั้นอำนาจในการล้วงลูกของพรรคใหญ่ และความเป็นผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของคณะรัฐมนตรีจึงมิได้มีในลักษณะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด (ไม่ใช่ว่าไม่มี)

 เมื่อไม่มีอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดังนั้นนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีวิธีการในการบริหารที่พึ่งพากับภาพลักษณ์ของสื่อมิใช่น้อย และนี่ก็คือการพยายามสร้างกลุ่มก้อนการสนับสนุนใหม่ของนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด

 ดังนั้นสิ่งที่เราควรจะต้องตั้งคำถามอยู่เสมอก็คือ ลักษณะเด่นประการหนึ่งของการปรับ ครม.ในครั้งนี้อยู่ที่เป็นการปรับ ครม.ภายใต้แรงกดดันทางสังคม และภายใต้รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ตามสไตล์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นเรื่องที่น่าชมเชย เพราะหลายครั้งแล้วที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามนำเสนอรูปแบบทางสถาบันใหม่ (institutional arrangement) ในแง่ของการบริหารราชการแผ่นดินที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงาน และมีการแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบทำงานได้ โดยไม่ต้องยื้อไปถึงเกมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 แต่ต้องไม่ลืมว่า เมื่อมีการกระทำดังกล่าวแล้ว เราก็จะต้องมีกัดติดและตรวจสอบต่อไป ว่าข้อกล่าวหาเดิมนั้นได้รับการตรวจสอบต่อไปหรือไม่ หรือการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อให้คนบางคนเข้าไปทำงานอยู่เบื้องหลังโดยไม่ต้องถูกตรวจสอบอีกต่อไป

 ประการสุดท้าย เราคงห้ามที่ความรู้สึก "ยี้" ในหน้าตาของ ครม.เต้าหู้ยี้ไม่ได้ เพราะนั่นคือความรู้สึกส่วนตัว แต่เมื่ออยู่ในสังคมประชาธิปไตยแล้ว เราต้องมั่นใจในอำนาจของกระบวนการการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่จะต้องสามารถตรวจสอบเต้าหู้ยี้เหล่านี้ได้ เพราะนี่คือเสน่ห์ของประชาธิปไตยที่โดยหลักการแล้วใครๆ ก็เป็นผู้ปกครองได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักการและกฎระเบียบเดียวกัน