ข่าว

สศช.ชี้ว่างงานครึ่งปีแรกน่าห่วงคาดยอดปี 52 พุ่ง 1.3 ล้าน-ห่วงคนเครียด-ปัญหาสังคม

สศช.ชี้ว่างงานครึ่งปีแรกน่าห่วงคาดยอดปี 52 พุ่ง 1.3 ล้าน-ห่วงคนเครียด-ปัญหาสังคม

10 มี.ค. 2552

สศช.เผยปี 51 คนว่างงาน 5.1 แสนคน มองปีนี้แนวโน้มรุนแรงขึ้นยอดสูง 1.3 ล้านคน ชี้เลิกจ้าง 40% ไม่ได้รับเงินชดเชย รับครึ่งปีแรกสถานการณ์น่าเป็นห่วง หวังครึ่งหลังดีขึ้น กังวลคนเครียด-ปัญหาสังคม

 นางสุวรรณี คำมั่น รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงสถานการณ์ภาวะสังคมปี 2551 ว่า สิ้นไตรมาส 4 ปี 2551 มีผู้ว่างงาน 5.1 แสนคน เพิ่มขึ้น 9 หมื่นคนจากปี 2550 และจากรายงานการเลิกจ้างของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีคนงานถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีเพียง 29,915 คน เป็น 55,549 คนในปี 2551 ขณะที่ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2552 มีผู้ถูกเลิกจ้างแล้ว 17,474 คน หรือ 31.5% ของผู้ถูกเลิกจ้างในปี 2551
 นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่ราว 40% ยังไม่ได้รับค่าชดเชยการเลิกจ้างอย่างทั่วถึง เพราะเป็นลูกจ้างชั่วคราว หรือถูกบีบให้ออก และ 30% ไม่ได้รับเงินชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด มีเพียง 10% ที่ได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานและ 11% ไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากไม่ตรงตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม
 “สถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัวส่งผลให้ปัญหาการว่างงานในปี 2552 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนปรับลดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับภาวะตลาดทั้งในและนอกประเทศ กระทบต่อการจ้างงาน เช่น กิจการรถยนต์ กำลังดำเนินการลดพนักงาน ซึ่งหากคิดตามสมมติฐานอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลบ 1% ถึง 0 คาดว่าจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นจากปี 2551 อีกจำนวน 5 แสนคน นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาจบใหม่ที่ว่างงานอีก 2-3 แสนคน ดังนั้น ในปี 2552 จะมีผู้ว่างงานทั้งสิ้นประมาณ 9 แสน-1.3 ล้านคน หรือ 2.5-3.5% ของกำลังแรงงาน” นางสุวรรณี กล่าว
 สำหรับมาตรการที่รัฐบาลออกมา เช่น การเพิ่มกำลังซื้อและลดค่าครองชีพ เพิ่มศักยภาพการจ้างงาน สินเชื่อเพื่อชะลอการเลิกจ้าง กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน จ้างบัณฑิตจบใหม่ สวัสดิการสังคมต่างๆ คาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ระดับหนึ่ง ซึ่งภาวะว่างงานในปี 2552 จะน่าเป็นห่วงเพียงครึ่งปีแรกเท่านั้น ส่วนในไตรมาสที่ 3-4 จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
 นางสุวรรณีกล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงานที่มีแนวโน้มรุนแรง ได้ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพจิตด้วย โดยในปี 2551 มีผู้ป่วยสุขภาพจิต 1.4 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2550 ที่มีเพียง 70,988 ราย พบว่ามีอาการวิตกกังวล เครียด ใกล้เคียงกัน  3.9 แสนราย รองลงมาซึมเศร้า พยายามฆ่าตัวตาย 48.1% เนื่องจากปัญหาการงานและปัญหาการเงิน และพบว่าพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของคนเปลี่ยนไป เป็นผลมาจากความไม่มั่นคงต่อสถานการณ์ของรายได้ ในขณะเดียวพบว่าคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์และคดียาเสพติดเพิ่มขึ้น