
ดันแจกันต้นปาล์มบุกยุโรป-อเมริกาเตรียมเพิ่มการผลิต
ผวจ.สตูล ดัน แจกันต้นปาล์มบุกตลาดยุโรป-อเมริกา เตรียมเพิ่มการผลิตรองรับตลาดขยายตัว เปิดตลาดใหม่ญี่ปุ่น
นายวรวุฒิ เอี้ยวเหล็ก อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 / 6 ม.1 ต.ท่าเรือ อ.ท่าแพ จ.สตูล เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" จากเดิมที่ตนเองมีอาชีพรับจ้างล้มต้นปาล์ม ในพื้นที่ อ.ท่าแพ และในพื้นที่ต่างจังหวัด ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าต้นปาล์มเมื่อล้มแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์แต่อย่าใด จึงได้คิดที่จะประดิษฐ์เป็นแจกัน
โดยในขั้นแรกได้นำต้นปาล์มที่ตนเองไปล้มบรรทุกรถนำกลับมาทดลองทำแจกัน จนมารู้จักเพื่อนที่เป็นฝรั่งชาวยุโรป จึงได้ออกหาตลาดให้ เนื่องจากตลอดยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่นเป็นที่นิยมของตกแต่งบ้านที่ทำจากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ หรือ ชิ้นส่วนของต้นไม้ต่าง ๆ จึงได้หาตลาดให้แล้วให้ตนเองผลิตโดยตั้งเป็นโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เล็ก ๆ มีคนงานเพียง 4 คนรับผลิตแจกัน จากต้นปาล์ม
โดยต้นปาล์มนั้นจะรับซื้อมากจากชาวสวนปาล์มที่ต้องการโค้นทิ้งในราคาต้นละ 500 บาท แล้วนำมาตัดคว้านให้เป็นรูปแจกันแล้วเข้าห้องอบให้แห้งโดยใช้ระยะเวลาอบแห้งถึง 30 วัน เนื่องจากแจกันจะมีขนาดใหญ่ ทำให้การอบให้แห้งนั้นต้องใช้เวลาถึง 30 วัน และหลังจากเสร็จขบวนการจะมีบริษัทของชาวฝรั่งมารับซื้อถึงโรงงานเพื่อนำไปตกแต่งอีกครั้งหนึ่ง โดยปริมาณในแต่ละเดือนจะสามารผลิตได้เดือนละ 150 ตัน ส่งขายต้นละ 1500บาท
สำหรับต้นปาล์มที่จะนำมาผลิตเป็นแจกันนั้นต้นปาล์มจะต้องมีอายุ 30ปี ขึ้นไป ดังนั้น พัฒนาการจังหวัดสตูล ได้รายงานให้ผู้ว่าฯสตูลทราบ ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ว่าฯและสื่อมวลชน จ.สตูล เป็นอย่างมาก จึงได้เดินทางมายังโรงงานของตนเพื่อติดตามและเสนอข่าว ซึ่งต้องขอขอบคุณทางผู้ว่าฯสตูลที่จะมีการผลักดันให้แจกันต้นปาล์มของตนเป็นสินค้าโอท๊อปต่อไป
ดร.สุเมธ ชัยเลิศวนิชกุล ผวจ.สตูล ถือว่าเป็นความคิดที่ดีในการนำวัสดุเหลือใช้มาทำแจกันเนื่องจากในพื้นที่ภาคใต้ จะมีสวนปาล์มเป็นจำนวนมาก เมื่อชาวสวนทำการตัดต้นปาล์มทิ้งจะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อมีผู้คิดหาวิธีการนำต้นปาล์มมาทำเป็นสิ่งประดิษฐ์โดยเฉพาะนำมาทำเป็นแจกันเพื่อส่งขายต่างประเทศ จะเป็นผลดีต่อ จ.สตูล เนื่องจาก จ.สตูล มีสวนปาล์มร่วม 3 แสนไร่ และมีกำลังการผลิตค่อนข้างสูงหาตลาดยุโปรและอเมริกา สามารถรับออเดอร์ได้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่ขายเมล็ดปาล์มก็ยังสามารถขายต้นปาล์มได้อีกด้วย และยังถือว่าเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่ต้นปาล์มอีกทางหนึ่ง และในอนาคตอันใกล้นี้ ตนเองจะสนับสนุนให้เป็นสินค้าโอท๊อปของ จ.สตูลและจะเปิดตลาดไปทั่วโลก ต่อไป