ข่าว

โคลท์ส-เซนต์ส
ชิงดำศึกชนคน

โคลท์ส-เซนต์ส ชิงดำศึกชนคน

25 ม.ค. 2553

ศึกชนคนเอ็นเอฟแอล ได้คู่ชิงดำซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 "ไอ้ลูกม้า" อินเดียนาโปลิส โคลท์ส ถล่ม นิวยอร์ก เจ็ทส์ 30-17 เข้าไปดวลกับ "นักบุญ" นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ที่ต้องเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษเฉือน มินเนโซตา ไวกิ้งส์ 31-28 ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ที่ไมอามี สหรัฐ

 การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล สหรัฐ เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ม.ค. เป็นการเล่นรอบชิงแชมป์สาย โดยในสายเอเอฟซี "ไอ้ลูกม้า" อินเดียนาโปลิส โคลท์ส ทีมที่มีสถิติดีที่สุดในลีกในการเล่นฤดูกาลปกติ เปิดบ้านรับมือ นิวยอร์ก เจ็ทส์ เกมนี้เจ้าถิ่นมี เพย์ตัน แมนนิ่ง ควอเตอร์แบ็คมือทองนำทัพเช่นเคย ขณะที่เจ็ทส์ ก็มี มาร์ค ซานเชส ควอเตอร์แบ็ครุกกี้เป็นคนบัญชาเกมเหมือนเดิม


 หลังจากที่ควอเตอร์แรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เกมเริ่มมาสนุกตั้งแต่ต้นควอเตอร์ที่ 2 เมื่อ แมตต์ สโตเวอร์ ตะบันฟิลด์โกล์ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำก่อน แต่เจ็ทส์ก็ตอบโต้ทันควันเพียงเพลย์แรกหลังจากเสียคะแนน มาร์ค ซานเชส บอมบ์ยาว 80 หลา ให้ เบรย์ดอน เอ็ดเวิร์ดส รับบอลทำทัชดาวน์ได้สำเร็จ จากนั้นเข้าสู่กลางคอวเตอร์ สโตเวอร์เตะฟิลด์โกล์ให้โคลท์สจี้มาเป็น 7-6 แต่ ซานเชสก็นำทีมบุกของเจ็ทส์ทำแต้มหนีห่างออกไป เป็น 14-6 จากการขว้างให้ ดัสติน เคลเลอร์ ทำทัชดาวน์ ช่วง 2 นาทีสุดท้ายเจ็ทส์ได้แต้มเพิ่มอีกจากฟิลด์โกล์ของ เจย์ ฟิลีย์ ทว่า เพย์ตัน แมนนิ่ง ก็นำทีมบุกเจ้าบ้านลงมาทำแต้มได้จากการขว้างให้ ออสติน โคลลี รับทำทัชดาวน์ ก่อนหมดครึ่งแรก เจ็ทส์พลิกนำ 17-13


 ครึ่งหลังเจ้าบ้านปรับแผนมาใช้การขว้างบอลสั้นทำเกมรุก และก็ได้ผลแมนนิ่งผ่านบอลให้ ปิแอร์ กากอง แซงกลับมานำเป็น 20-17 ซึ่งถือเป็นการพลิกสถานการณ์ให้ทีมกลับมาครองเกมได้อย่างสิ้นเชิง ทำทัชดาวน์เพิ่มได้อีกในต้นควอเตอร์สุดท้าย แมนนิ่งขว้างระยะ 15 หลา ให้ ดัลลัส คลาร์ก ทำทัชดาวน์ ทำสถิติขว้างสำเร็จ 26 จาก 39 ครั้ง ทำระยะได้ถึง 377 หลา ก่อนที่สโตเวอร์ ที่จะทำสถิติกลายเป็นผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุด 42 ปี ที่ได้ลงเล่นในเกมซูเปอร์โบว์ล จะตะบันฟิลด์โกล์ในช่วงท้ายเกมให้เจ้าถิ่นชนะขาด 30-17 คว้าแชมป์สายเอเอฟซี จองที่ว่างในซูเปอร์โบว์ลปีนี้ได้สำเร็จ
 ส่วนคู่ชิงสาย เอ็นเอฟซี "นักบุญ" นิวออร์ลีนส์ เซนต์ส ที่มี ดรูว์ บรีส์ นำทัพ เฝ้าถิ่นรับมือ มินเนโซตา ไวกิ้งส์ ที่มีจอมเก๋าอย่าง เบรตต์ ฟาฟร์ นำทีม เพียงการบุกชุดแรกของเกมก็มีสกอร์เกิดขึ้น ฟาฟร์นำทีมรุกของไวกิ้งส์ มาถึงเส้น 19 ในแดนของเจ้าถิ่น ก็จะส่งบอลให้ เอเดรียน ปีเตอร์สัน วิ่งทะลุแนวรับทำทัชดาวน์ ทว่าดรูว์ก็นำทีมลงมาทำแต้มคืนให้เจ้าบ้านได้ทันควัน ด้วยการขว้างบอลจากระยะ 38 หลา ให้ ปิแอร์ โธมัส ทำทัชดาวน์ แต่ไวกิ้งส์ก็หนีออกไปอีกอย่างรวดเร็ว ฟาฟร์นำทีมบุกมาจ่อที่โซนอันตรายของเจ้าบ้าน ก่อนขว้างให้ ซิดนีย์ ไรซ์ รับทำทัชดาวน์สำเร็จ


 จากนั้นในควอเตอร์ที่ 2 เจ้าบ้านตีเสมอได้สำเร็จจากทัชดาวน์ของ เดเวอรี เฮนเดอร์สัน และแซงนำเป็นครั้งแรกของเกมได้ในต้นควอเตอร์ที่ 3 จากทัชดาวน์ของ ปิแอร์ โธมัส แต่ฟาฟร์และทีมรุกของไวกิ้งส์ก็ลงมาบุกจนถึงเส้น 1 ก่อนที่ เอเดรียน ปีเตอร์สัน จะถือบอลลุยเข้าเอนด์โซนให้สกอร์เสมอกันที่ 21-21 เข้าสู่ควอเตอร์สุดท้ายทั้ง 2 ทีมทำเพิ่มได้ฝั่งละ 1 ทัชดาวน์ โดยเจ้าบ้านได้ก่อนจาก เรจจี บุช ส่วนทีมเยือนได้คืนจากการวิ่งของ เอเดรียน ปีเตอร์สัน คนเดิม หมดเวลาเสมอกันอย่างดุเดือด 28-28 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป
 เซนต์สเสี่ยงท้ายได้เล่นก่อน และก็ไม่เปิดโอกาสให้ทีมเยือนได้มีลุ้นอีกเลย หลังบรีส์นำทีมบุกจากเส้น 39 ในแดนตัวเอง มาจนถึงเส้น 22 ในแดนของไวกิ้งส์ ก่อนที่ การ์เรต ฮาร์ลีย์ จะรับหน้าที่ซัดฟิลด์โกล์ระยะ 40 ตัดสินเกมนี้ให้เจ้าบ้านชนะ 31-28 คว้าแชมป์เอ็นเอฟซี ผ่านเข้าชิงซูเปอร์โบว์ลเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ทีม โดยจะไปพบกับ อินเดียนโปลิส โคลท์ส ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ.นี้ หรือช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 8 ก.พ. ตามเวลาประเทศไทย ที่ไมอามี สหรัฐ