
รัฐจับมือ อปท.ฟื้นคลองบางใหญ่ ใช้งบ800ล.หวังแก้น้ำท่วม-กักน้ำใช้หน้าแล้ง
ภูเก็ต-เร่งบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ และอปท.ฟื้นชีวิตคลองบางใหญ่ แก้น้ำท่วมเมือง คาดใช้งบร่วม 800 ล้านบาท
นายพรเทพ บุณยะผลึก หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมรักษาการแทนผู้อำนวยการโครงการชลประทานภูเก็ต กล่าวว่า ความคืบหน้าการทำโครงการขุดลอกและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองบางใหญ่ขึ้นที่เริ่มตั้งแต่ปี 2548 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้บูรณาการแผนงานกันเป็นเรียบร้อยแล้ว และค่อนข้างมีความชัดเจนมาก บางโครงการก็ดำเนินการเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นส่วนน้อย เช่น ปรับปรุงภูมิทัศน์ฝั่งถนน 200 ปี การขุดลอกคลองตั้งแต่ข้างห้างเทสโก้ โลตัส-สะพานหิน เป็นต้น
"พบว่าปัญหาการทำโครงการดังกล่าว ส่วนใหญ่ยังติดขัดเรื่องงบประมาณ แม้ว่าจะมีการออกแบบรายละเอียดและจัดลำดับความสำคัญไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น ก่อสร้างเขื่อนริมคลอง เสริมขั้นเขื่อนในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ขุดลอกคลองและสร้างเขื่อนกันดินพังในเขตเทศบาลตำบลวิชิตกับรัษฎา สร้างเขื่อนแท่นคอนกรีตในเขตเทศบาลเมืองกะทู้ เป็นต้น ซึ่งจะต้องหาช่องทางดำเนินการ สำหรับโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในแต่ละพื้นที่ก่อน เนื่องจากงบในส่วนของท้องถิ่นมีไม่เพียงพอ"
นายพรเทพกล่าวว่า นอกจากการขุดลอกและปรับภูมิทัศน์ของคลองบางใหญ่แล้ว ในขณะเดียวกันก็จะต้องหาแนวทางในการระบายน้ำลงทะเลทางด้านอ่าวสะปำอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะทราบจากผู้เกี่ยวข้องว่า ในอดีตก็เคยมีแนวลำรางสาธารณะอยู่ แต่ปัจจุบันปรากฏว่าอยู่ในพื้นที่เอกชน ดังนั้นหากได้ข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอก็จะจัดทำโครงการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจะสามารถช่วยระบายน้ำออกจากเมืองได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุน นอกจากนี้ยังสามารถหาพื้นที่ในการจัดทำเป็นแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้ด้วย
นายไพบูลย์ อุปัติศฤงค์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในภาพรวม ซึ่งเป็นผลมาจากคลองบางใหญ่ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันนั้น อบจ.เป็นห่วงมาก จึงได้มีการประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าในการจัดทำโครงการต่างๆ จะใช้งบประมาณรวมค่อนข้างสูง รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องมีการจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะในโครงการที่มีการออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะมีการปรับปรุงเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของทางชลประทาน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นก็นำเสนอของบประมาณ ซึ่งขณะนี้มองไว้ 2 ช่องทาง คือ งบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง กับงบประมาณจังหวัด เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด



