ข่าว

ผู้ว่าฯสั่งล่า"เสือปลา"หลังออกกินไก่ชาวบ้าน

ผู้ว่าฯสั่งล่า"เสือปลา"หลังออกกินไก่ชาวบ้าน

25 ม.ค. 2553

หัวหน้าชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่า เตรียมจัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์เสือปลา เนื่องจากเป็นแหล่งสมบูรณ์และเป็นสัตว์สงวนใกล้ศูนย์พันธุ์ ผู้ว่าฯอ่างทอง ประสานชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่าส่งเจ้าหน้าที่สแกนพื้นที่ ไล่ล่าเสือปลา

จากกรณีที่นายสมพงษ์ ระวังถอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.โพธิ์รังนก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว ให้ไปตรวจสอบบริเวณบ้านของนายพนม สุวรรณแก้ว อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 1 ต.โพธิ์รังนก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ได้มีสัตว์คาดว่า น่าจะเป็นเสือออกอาละวาดกัดกินไก่และสุนัขภายในวัดข่อยเขมาราม

 หลังจากผู้สื่อข่าวลงตรวจสอบก็พบรอยเท้าของสัตว์ดังกล่าวจำนวนมาก ต่างก็วิเคราะห์รอยเท้าดังกล่าวไปกันต่างๆนาๆ จนชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ลงตรวจสอบจึงทราบว่า รอยเท้าดังกล่าวไม่ใช่รอยเท้าสุนัข และรอยเท้าตัวเงินตัวทอง แต่เป็นรอยเท้าของสัตว์กินเนื้อ

 ความคืบหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว โดย เมื่อคืนวันที่ 23 ม.ค. นายเบ็งจะ ตรีสาร หัวหน้าชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ได้นำทีมงานลงมาตรวจสอบและไล่ล่าเจ้าของรอยเท้าดังกล่าวว่า เป็นสัตว์ชนิดใด

 หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วจึงมั่นใจว่า รอยเท้าดังกล่าวที่ออกมาอาละวาดกัดกินไก่ชาวบ้านนั้นไม่ใช่รอยเท้าสุนัขอย่างแน่นอน น่าจะเป็นรอยเท้าของเสือชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะเสือปลา ที่มีลักษณะรอยเท้า ที่ใกล้เคียงกับที่ค้นพบมากที่สุด แต่การเฝ้าค้นหาก็ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่พบร่องรอยเท้าของสัตว์ดังกล่าวอีกหลายพื้นที่

 ต่อมาเมื่อคืนที่ผ่านมา นายเบ็งจะ ได้นำทีมงานกลับมาล่าสัตว์ดังกล่าวอีกครั้ง ครั้งนี้ได้นำไก่ 2 ตัว ขังไว้ในสุ่มวางไว้ริมชายน้ำบริเวณที่มีรอยเท้าสัตว์ดังกล่าว นอกจากนั้นยังนำผ้าที่มีกลิ่นสาบควายแขวนไว้ด้วยเพื่อเป็นการล่อเสือดังกล่าวออกมากิน

 โดยมีทีมแม่นปืน ที่ใช้ปืนยิงยาสลบเฝ้าสังเกตุการอยู่ จนถึงตี 3 ของวันที่ 25 ม.ค.จึงยุติการเฝ้าเนื่องจากสัตว์ดังกล่าวคงไม่มา เพราะบริเวณใกล้เคียงที่เฝ้ามีการจัดงานเสียงดัง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทีมงานของชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่าได้มี นายเอ (นามสมมุติ) ชาวบ้าน หมู่ที่ 1 ต.โพธิ์รังนก นำซากของเสือปลา ซึ่งมีขนาดน้ำหนักประมาณ 1 กก. ยาวประมาณ 40 เซนติเมตร คาดว่า น่าจะมีอายุประมาณ 6 -7 เดือน มาให้ทางชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่า

 โดยบอกว่าเมื่อคืนนี้ระหว่างใช้สายไฟช๊อตหนูอยู่ภายในบ้าน ลูกเสือปลาตัวดังกล่าวได้ถูกไฟช๊อตจนตาย จากนั้นก็ได้แล่เอาเนื้อออกไปรับประทาน และทราบว่า มีเหตุการณ์สัตว์ไม่ทราบชนิดออกอาละวาด ตนจึงนำซากเสือปลามาให้ เพราะมั่นใจว่าน่าจะเป็นเสือปลาที่ออกอาระวาด

 ด้าน นายเบ็งจะ กล่าวว่า หลังจากได้ซากเสือปลาดังกล่าวมา จึงมั่นใจได้ว่าสัตว์ที่มากินไก่และกัดสุนัขของชาวบ้านนั้น น่าจะเป็นเสือปลา แต่ก็ไม่ฟันธงไปเสียทีเดียว เนื่องจากลูกเสือปลา ที่พบมีขนาดเล็กถ้าเทียบกับรอยเท้าของสัตว์ดังกล่าวที่พบตามพื้นดิน และอาจเป็นไปได้ว่ารอยเท้าที่พบนั้นเป็นตัวพ่อหรือตัวแม่ของลูกเสือปลา ที่ชาวบ้านจับได้ จึงต้องให้ทีมงานทำการล่อและเฝ้าจับให้ได้

 นายเบ็งจะ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่สอบถามชาวบ้านทราบว่า บริเวณดังกล่าวเมื่อก่อนเคยมีเสือปลาชุกชุม จึงคาดได้ว่าพื้นที่ในตำบลโพธิ์รังนกแห่งนี้ เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลาและพืชผักตนจึงจะนำข้อมูลดังกล่าวไปเสนอทางผู้ใหญ่ให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์เสือปลา เพราะเสือปลาเป็นสัตว์สงวนที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์และหายากมากในตอนนี้

 "ผมมั่นใจว่าในพื้นที่นี้น่าจะมีเสือปลามากกว่า 2 ตัว เพราะรอยเท้าที่พบมีมากกว่า 1 ตัว โดยรอยเท้าที่ใหญ่ที่สุดมีรัศมีกว่า 5 ซ.ม. ซึ่งจากการสันนิฐานน่า จะเป็นเสือปลาที่ตัวใหญ่มาก และอาจจะมีเป็นครอบครัว และอาจจะมีหลายครอบครัว "นายเบ็งจะ กล่าวและว่า

 ทั้งนี้พฤติกรรมของเสือปลานั้นจะออกหากินจากแหล่งอาศัยไม่เกิน 2 กิโลเมตร และลูกเสือปลา ที่จับได้นั้นห่างจากบ้านนายพนม เพียง 500 เมตรเท่านั้น ตอนนี้จึงต้องให้ทางชาวบ้านต้องคอยระวัง เพราะเสือปลามันเป็นเสือชนิดหนึ่งมีความดุร้าย

 ด้านนายประยูร เทพระพี อายุ 61 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 2 ต.โพธิ์รังนก ที่ได้มาดูการล่าเสือปลากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ทางวัดข่อย ได้เลี้ยงเสือปลาไว้ 1 ตัว ตัวใหญ่กว่าสุนัขทั่วไปและได้แหกกรงหนีออกไป โดยเมื่อก่อนนี้บริเวณริมแม่น้ำน้อยแห่งนี้มักจะมีเสือปลาชุกชุม แต่ก็เงียบหายไปนานมากจนมาพบเสือปลาอีกครั้ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่า เตรียมขนกำลังเต็มพิกัด เพื่อตามล่าเสือปลาตัวพ่อเพราะอาจเป็นครั้งแรกที่พบเสือปลา ที่มีขนาดใหญ่มาก

 ด้านนายวิศว ศะศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงมาในพื้นที่บ้านของนายพนม เพื่อตรวจสอบและหาข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งของเสือปลาและรอยเท้าที่พบว่าเข้ามากินไก่ชาวบ้าน โดยได้พูดคุยเรื่องราวต่างๆจากนายพนม จากนั้นก็ไปตรวจสอบรอยเท้าและดูซากของเสือปลา โดยนายวิศว กล่าวว่า หลังจากทราบข้อมูล และดูซากของลูกเสือปลาก็ไม่ฟันธงว่าเป็นตัวที่เข้ามากินไก่ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่มีเสือปลาขนาดใหญ่กว่าตัวที่จับได้ ตนจึงประสานไปยังชุดปฎิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ขอกำลังเจ้าหน้าที่ออกมาค้นหาโดยใช้วิธีการสแกนพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อหาเสือปลาที่เหลือ โดยทางจังหวัดจะให้ทางอำเภอโพธิ์ทองคอยอำนวยความสะดวกส่งเจ้าหน้าที่อส.มาสนับสนุนอีกแรง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีข่าวว่าพบเสือปลาและยังจับตัวเสือปลาที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวกันแล้วบางรายถึงกลับไม่ลงจากบ้านเลยในเวลากลางคืน