ข่าว

ราชกิจจานุเบกษา คลังกู้เงินให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ 2 โครงการ 9,677,000,000 บาท

ราชกิจจานุเบกษา คลังกู้เงินให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ 2 โครงการ 9,677,000,000 บาท

18 ก.พ. 2564

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 2 สำหรับ 2 โครงการ วงเงินรวม 9,677,000,000 บาท

18 กุมภาพันธ์ 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ครั้งที่ 2 ความว่า เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า

กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 20 (4) และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ สำหรับ 2 โครงการ วงเงินรวม 9,677,000,000 บาท โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี - ปากน้ำโพ วงเงิน 5,905,000,000 บาท (ห้าพันเก้าร้อยห้าล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารออมสิน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.1 การเบิกเงินกู้ กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 21 เมษายน 2565 โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ

1.2 อายุเงินกู้ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ครบกำหนดในวันที่ 21 ธันวาคม 2567

1.3 อัตราดอกเบี้ย

1.3.1 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง บวกส่วนต่างร้อยละ 0.30000 (ศูนย์จุดสามศูนย์ศูนย์ศูนย์ศูนย์) ต่อปี

1.3.2 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้น ตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ 6 เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

 

1.3.3 การปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน หากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราดอกเบี้ยงวดแรกจะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันเบิกเงินกู้ สำหรับการใช้อัตราดอกเบี้ยในงวดต่อๆ ไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยเพื่อใช้คำนวณดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถัดไป การคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่าหนึ่งปีมี 365 วัน นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 21 มิถุนายน 2564 และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันที่ 21 ธันวาคม 2567

1.4 การชำระดอกเบี้ย ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวดคือวันที่ 21 มิถุนายน และ 21 ธันวาคม ของทุกปี สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ ยกเว้นการชำระต้นเงินกู้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้

 

2. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร วงเงิน 3,772,000,000 บาท (สามพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบสองล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารออมสิน

2.1 การเบิกเงินกู้ กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2564 จนถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2564 โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ

2.2 อายุเงินกู้ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2564 ครบกำหนดในวันที่ 21 มกราคม 2568

2.3 อัตราดอกเบี้ย

2.3.1 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง บวกส่วนต่างร้อยละ 0.30000 (ศูนย์จุดสามศูนย์ศูนย์ศูนย์ศูนย์) ต่อปี

2.3.2 อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้น ตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ 6 เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

 

2.3.3 การปรับอัตราดอกเบี้ยทุกงวด 6 เดือน หากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลง โดยอัตราดอกเบี้ยงวดแรกจะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันเบิกเงินกู้ สำหรับการใช้อัตราดอกเบี้ยในงวดต่อๆ ไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ณ วันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยเพื่อใช้คำนวณดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลา 6 เดือนถัดไป การคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่าหนึ่งปีมี 365 วัน นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้ายในวันที่ 21 มกราคม 2568

2.4 การชำระดอกเบี้ย ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวดคือวันที่ 21 มกราคม และ 21 กรกฎาคม ของทุกปี สำหรับดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระพร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ ยกเว้นการชำระต้นเงินกู้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้

 

3. การชำระคืนต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังสามารถชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนครบกำหนดได้ทั้งจำนวนหรือบางส่วนก็ได้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระ พร้อมกับการชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้ ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนด โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระคืนในวันทำการถัดไป

4. ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ

ประกาศ ณ วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จำเริญ โพธิยอด รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง