
Exclusive Interview ไขข้อสงสัย"อาวุธพิเศษ" ปราบผู้ชุมนุม
ไขข้อสงสัย "อาวุธพิเศษ" โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แจงเป็นเพียงอาวุธปกติ ที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะใช้ระดับไหน ขณะที่อำนาจสั่งยกระดับการใช้อาวุธเป็นของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เน้นความปลอดภัย-ความสงบเรียบร้อย
เริ่มมีการตั้งข้อสังเกตุว่า การปฎิบัติการสลายการชุมนุมในแต่ละครั้งของตำรวจ ในการควบคุมฝูงชนและปฎิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนหรือไม่ ซึ่งเราลองมาดูว่า “การใช้กำลังตำรวจในการควบคุมฝูงชน” ตามหลักสากลนั้น แนวทางปกติเพื่อป้องกันเหตุ จะต้องเริ่มจากเบาไปหาหนัก โดยตำรวจยึดหลักการควบคุมฝูงชนตามขั้นบันได 10 ข้อ
เริ่มจาก 1.วางกำลังในเครื่องแบบปกติ 2.จัดตั้งรูปขบวน 3.วางกำลังพร้อมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน 4.เคลื่อนไหวกดดัน 5.ใช้เครื่องกระจายเสียงระดับสูง 6.ใช้แก๊สน้ำตา 7.ปะทะบังคับร่างกาย 8.ใช้น้ำฉีด 9.ใช้กระสุนยางเฉพาะบุคคล และ 10.ใช้อาวุธปืนเฉพาะบุคคล
โดยทุกขั้นตอน ทุกระดับนั้น แต่ละครั้งตำรวจจะต้องมีการเจรจา หรือกล่าวแจ้งเตือนกับทางแกนนำ รวมถึงกลุ่มผู้ชุมนุมเสมอ ไม่ว่าขั้นตอนที่ใช้จะหนักหรือเบาก็ตาม ซึ่งถือเป็นการใช้หลักจิตวิทยา ในการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ และการจัดระเบียบฝูงชนในขณะนั้น
“สถานการณ์ตึงเครียด” ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง นั้นคือ ฝูงชนมักจะมีการยั่วยุให้เกิดการปะทะ หรือฝ่าฝืนขัดคำสั่ง คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่เห็นได้ชัด คือการรุกล้ำพื้นที่ เส้นทางหวงห้าม ดังนั้นตำรวจจึงต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ในลักษณะเชิงรุกตลอดเวลา และต้องเตรียมพร้อมเสมอ
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ทางแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม มักจะพูดบ่อยครั้งว่า ในปี 2564 นี้การชุมนุมแต่ละครั้งจะต้องถูกยกระดับ สร้างเซอร์ไพร์สให้กับเจ้าหน้าที่่ตำรวจ
ซึ่งปกติแล้วการตั้งรับควบคุมฝูงชนแต่ละครั้ง ตำรวจจะตั้งกั้นแนวตั้งรับไว้ 3 ชั้น เพื่อลดแรงปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เคยบอกว่า การชุมนุมแต่ละครั้ง หากผู้ชุมนุมมีการบุกเข้าเกินแนวของตำรวจ 2 แนว อาจจะต้องมีการใช้ “อาวุธพิเศษ” เกิดขึ้น
“อาวุธพิเศษ” ที่กล่าวถึงมีหลายคนสงสัยคืออะไร
คำตอบเรื่องนี้ ทีมข่าวอาชญากรรมออนไลน์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าอาวุธพิเศษ ก็คืออุปกรณ์ปกติที่ตำรวจสากลใช้กับผู้ชุมนุม ประกอบด้วย กระสุนยาง ปืนตาข่าย ปืนเชือก และอุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ในการจับกุม ควบคุมฝูงชน แต่ในปัจจุบันกองบัญชาการตำรวจนครบาล ใช้เพียงโล่ และ มือเปล่าเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะดูตามสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยอีกว่า อาวุธพิเศษที่ถูกพูดถึงและเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ หากจะมีการใช้อาวุธชนิดอื่นนอกจากโล่ที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน ต้องขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรณีที่มีเหตุการณ์รุนแรงและอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงาน หรือประชาชนคนอื่นๆ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจึงจะสั่งยกระดับการใช้อาวุธ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนคนอื่น ส่วนลำดับการใช้โล่ ยกระดับเป็นแก๊สน้ำตา หรือ กระสุนยาง จะต้องดูตามความเหมาะสมของเหตุการณ์
พล.ต.ต.ปิยะ ยืนยันอีกว่า การทำงานของตำรวจมุ่งเน้นที่การรักษาความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย ให้เป็นไปตามพรก.ฉุกเฉิน และพรบ.ควบคุมโรค การปฏิบัติจะเน้นไปที่ป.วิอาญาเป็นหลัก ไม่ได้ใช้พรบ.ชุมนุมสาธารณะ
“อาวุธที่ใช้ยืนยันยังคงใช้เพียงโล่ เนื่องจากการข่าวในขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตาหรือ รถควบคุมฝูงชน แต่ก็จะมีการเตรียมพร้อมเอาไว้ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลย้ำว่าให้ใช้มาตราการพอสมควร และใช้ความอดทนอดกลั้นตามมาตรฐานสากล” พล.ต.ต.ปิยะระบุชัดเจน
นั้นคือคำยืนยันของ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในการรับมือการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ตามที่แกนนำได้ประกาศเชิญชวน มวลชนให้มารวมตัว จะต้องติดตามดูว่าเจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์ จัดเตรียมกำลังเพื่อรับมือการชุมนุมครั้งนี้ในระดับขั้นไหน เพื่อจะไม่ให้เกิดภาพความรุนแรง และดูแลความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด



