
"เรืองไกร" ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่
"เรืองไกร" ร้อง ป.ป.ช. สอบนาฬิกาพล.อ.ประวิตร คืนเพื่อนหมดแล้ว หรือไม่ และ ขอให้สอบพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ ด้วย
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2564 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ส่งจดหมาย EMS ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าคืนนาฬิกาที่ยืมเพื่อนมาหมดแล้ว หรือไม่ และขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ ด้วย โดยแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
นาฬิกาเป็นเหตุ "เรืองไกร" สบช่องร้อง ป.ป.ช. ตรวจสอบยุทธพงศ์
ข้อ 1. นายเรืองไกร กล่าวว่า เห็นข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 64 เรื่อง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่นครศรีธรรมราช หลายข่าว โดยในข่าวมีภาพพล.อ.ประวิตร ใส่นาฬิกาอยู่ด้วย 1 เรือน
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า นาฬิกา ที่พล.อ.ประวิตร ใส่ให้เห็น จึงกระตุ้นเตือนความจำของตน เพราะตนจำได้ว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวไว้ส่วนว่า
"สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จำนวน 4 ครั้ง ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมดจำนวน 22 เรือน ได้ยืมมาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว..."
นายเรืองไกร กล่าวตามมาว่า นาฬิกาที่ปรากฎให้เห็นในข่าวเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา จึงเป็นมูลเหตุที่ต้องกลับมาร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบพล.อ.ประวิตร อีกครั้งว่า นาฬิกาที่ปรากฏนั้น เป็นนาฬิกา 1 ใน 22 เรือน ที่คืนไปหมดแล้วหรือไม่ ถ้าใช่ นาฬิกาที่ใส่อยู่นั้น เป็นการยืมกลับมาใช้คงรูป หรือเปล่า และยืมจากใคร เพราะเพื่อนที่ให้ยืมนาฬิกาก็ตายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ใช่ การชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ของพล.อ.ประวิตร เป็นความจริง หรือไม่
ข้อ 2. นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อเดือนกันยายน 2563 ป.ป.ช. ได้เผยแพร่คู่มือการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยให้ความหมายของรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะว่า รวมถึงจักรยานด้วย
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ณ วันที่ 25 พ.ค. 2562 ส.ส.หลายคน เช่น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายสุภดิช อากาศฤกษ์ ได้ยื่นจักรยานไว้ในบัญชียานพาหนะหรือบัญชีทรัพย์สินอื่น ซึ่งสอดคล้องกับคู่มือฯ ของ ป.ป.ช.
แต่จากข่าวที่ปรากฏ สังคมรับรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีจักรยานด้วย ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 1 แสนบาท และพล.อ.อนุพงษ์ ก็มีจักรยานเช่นกัน ตามข่าวมีราคาคันละกว่า 6 หมื่นบาท
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อนุพงษ์ ณ วันที่ 4 ก.ย. 2557ไม่พบการยื่นบัญชีจักรยานไว้แต่อย่างใด และเมื่อดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองประกอบคู่มือฯ ป.ป.ช. จึงมีเหตุต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทั้งสองคนได้ยื่นบัญชีจักรยานไว้ด้วย หรือไม่ ถ้าไม่ยื่น ขอให้ ป.ป.ช. รีบตรวจสอบจักยานดังกล่าว เพื่อมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย
นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ตามจดหมายที่ส่งไป ยังได้ขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่ 1/2564 ให้ตนทราบด้วย



