ข่าว

จีนเตรียมแผนพัฒนาทิเบตครั้งใหญ่

จีนเตรียมแผนพัฒนาทิเบตครั้งใหญ่

25 ม.ค. 2553

ปักกิ่ง-จีนเตรียมพัฒนาภูมิภาคทิเบตครั้งใหญ่ รวมทั้งมณฑลใกล้เคียง ตั้งเป้ารวมเป็นหนึ่งเดียว ผู้เชี่ยวชาญมอง รัฐบาลใช้แผนพัฒนากลบปัญหาแตกแยก

 สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานเมื่อวันเสาร์ (23 ม.ค.) ว่าบรรดาผู้นำระดับสูงในรัฐบาลจีนกำลังเตรียมแผนพัฒนาภูมิภาคทิเบตครั้งใหญ่ โดยแผนนี้รวมทั้งการพัฒนาภูมิภาครายรอบเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเป็นมาตรการที่ถูกมองว่าเป็นการผูกมัดทิเบตเข้ากับส่วนอื่นๆ ของประเทศให้แน่นแฟ้นขึ้น นับแต่เกิดเหตุชาวทิเบตประท้วงต่อต้านจีนจนนำไปสู่การปราบปรามนองเลือดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

 ประธานาธิบดีหู จินเทาแห่งจีนได้กล่าวต่อที่ประชุมระดับสูง ซึ่งจัดขึ้นในทิเบตเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ว่า การพัฒนานี้จะต้องใช้การทำงานหนักเพื่อป้องกันการแทรกซึม และบ่อนทำลายจากกลุ่มแยกดินแดนที่ต้องการเอกราชให้ทิเบต และการตระหนักของประชาชนเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งของจีนนั้น จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง

 การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมระดับสูงครั้งแรกที่จัดขึ้นนับแต่เกิดเหตุจลาจลนองเลือดเมื่อเดือนมีนาคม 2551 ซึ่งนับเป็นการลุกฮือประท้วงจีนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยประชาชนท้องถิ่นพากันทำลายร้านค้าและสถานที่ราชการในกรุงลาซา และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งเคยเป็นของทิเบตในจีน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คนในกรุงลาซา โดยทางการจีนกล่าวหาว่า กลุ่มที่สนับสนุนทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณทิเบตที่ต้องการแยกตัวเป็นเอกราชเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ดี กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มระบุว่า แท้จริงแล้วมีชาวทิเบตเสียชีวิตจากการประท้วงและปราบปรามมากถึง 140 คน

 ซินหัวระบุอีกว่า บรรดาผู้นำซึ่งร่วมการประชุมที่จัดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้เดินหน้าพัฒนาภูมิภาคทิเบต รวมทั้งมณฑลใกล้เคียงอย่างมณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยูนนาน และมณฑลชิงไห่ ซึ่งล้วนแต่เป็นพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุประท้วงรัฐบาลจีนเมื่อปี 2551

 ด้านนายไมเคิล ซี เดวิส ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยฮ่องกงระบุว่า บรรดาผู้นำจีนต้องการรวมปัญหาของทิเบตเข้าไปอยู่ในประเด็นเดียวกับการพัฒนา เพื่อลดความสำคัญของปัญหาความแตกต่างด้านวัฒนธรรมในภูมิภาค ขณะที่การรวบรวมพื้นที่รายรอบทิเบตเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานั้น ดูจะเป็นการเชื่อมทิเบตเข้ากับส่วนอื่นๆ ของจีนให้มากขึ้น

 รายงานข่าวไม่ได้ระบุว่าจีนจะทุ่มงบประมาณลงไปในพื้นที่มากเพียงใด แต่ประธานาธิบดีหู จินเทา ระบุว่า จะยกระดับคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานและรายได้ด้านเกษตรกรรมให้เทียบเท่าระดับชาติภายในปี 2563 ซึ่งปัจจุบัน เกษตรกร ซึ่งมีจำนวนถึงร้อยละ 80 ในทิเบต มีรายได้เฉลี่ยปีละ 3,410 หยวน ซึ่งน้อยกว่ารายได้เฉลี่ยของประเทศกว่าครึ่ง