
"อานนท์-เพนกวิน" เมินศาล บอกนอนคุกปลอดภัยดี
"อานนท์" เผยนอนคุกปลอดภัยดี ขณะที่ "เพนกวิน-สมยศ" ป่วยหอบหืด-ไขข้อ พร้อมย้ำไม่รู้สึกวิตกกังวล โดยในวันที 17 ก.พ.นี้ สั่งฟ้องเพิ่มอีก นำโดย ไมค์ภาณุพงศ์ จาดนอก , รุ้ง น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา "ไผ่ ดาวดิน"
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมแกนนำราษฎร ผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากมาตราการเฝ้าระวังโควิด-19 ตามระเบียบเรือนจำ ว่า แกนนำทั้ง 4 คน มีกำลังใจดี ไม่วิตกกังวล เชื่อว่าทำสิ่งที่ถูกต้อง
และคาดว่าผลสรุปอาจถูกจับ ในข้อหาตาม ม.112 , ม.116 และ ข้อหาอื่นๆ รวม 11 คดี รวมทั้งได้ฝากบอกมายังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า จะเคลื่อนไหวในเรือนจำอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ พบว่า นายสมยศ มีอาการปวดตามไขข้อ ส่วน นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน มีโรคประจำตัวหืดหอบ เพราะอยู่แออัดรวม 26 คน มีหัองน้ำเพียง 1 ห้อง ส่วนคนอื่นๆ สุขภาพแข็งแรงดี
สำหรับการต่อสู้คดีเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว ระหว่างพิจารณาคดีนั้น คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งศาลชั้นต้นไม่อนุญาต เพราะเกรงว่าจากกระทำผิดซ้ำและข้อหา มาตรา 112 มีโทษสูงสุด 5 ปี โดย นายอานนท์ ตั้งข้อสงสัยถึงการปล่อยตัวชั่วคราวของแกนนำทั้ง 4 คนว่า ทำไมคำสั่งศาลพิจารณาว่า หากปล่อยตัวเกรงจะกระทำผิดซ้ำ
และพนักงานอัยการไม่คัดค้านการประกันตัว ซึ่งขณะนี้ทีมทนายได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ยังไม่มีคำสั่งให้ประกันตัวหรือไม อีกทั้ง นายอานนท์ ฝากบอกมาว่ารู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ข้างในเรือนจำ เพราะเชื่อว่ามีขบวนการสั่งเก็บ แต่ก็ต้องระวังตัว เนื่องจากอาจมีคนเห็นต่างอยู่รวมกัน
ส่วนการชุมนุมหน้าศาลฎีกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ตำรวจได้จับผู้ชุมนุมทั้งหมด 11 ราย แต่ปล่อยตัว 3 ราย ส่งควบคุม ตชด.ภ.1 รวม 8 ราย โดยไม่ให้ทีมทนายเข้าร่วมการไต่สวน จึงได้ไปฟ้องร้องต่อศาลอาญา และศาลได้อนุญาตให้ร่วมรับฟังการพิจารณาคดี แต่ประชาชนก็นับได้ว่าขาดโอกาสในการต่อสู้คดี
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ จะมีนัดหมายสั่งฟ้องอีก 24 คน โดย นายภาณุพงศ์ จาดนอก “ไมค์” , น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “รุ้ง” และ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “ไผ่ ดาวดิน” ซึ่งอาจมีการยื่นฟ้องมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย และหากศาลใช้คดีของแกนนำทั้ง 4 รายดังกล่าวเป็นบรรทัดฐาน เชื่อว่าอาจไม่ได้รับการประกันตัวเช่นเดียวกัน แต่ทุกคนก็พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย
ทั้งนี้ ทางศูนย์ทนายความ เพื่อสิทธิมนุษยชน ขอเรียกร้อง 3 ประเด็น 1.ให้เจ้าหที่ตำรวจยุติการตั้งข้อกล่าวหาที่เกินจริง และไม่ป็นธรรม และปฏิบัติตามกฎหมายในการนำตัวบุคคลไปยังที่ทำการพนักงานสอบสวน ไม่ใช่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 และเคารพสิทธิในการเข้าถึงทนายความของผู้ถูกจับและผู้ต้องหา
2.ให้พนักงานอัยการพิจรณาสั่งไม่ฟ้องหรือถอนฟ้องคดีต่อผู้ที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือเสรีภาพชุมนุมโดยสงบ คดีที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมถึงคดีที่ไม่เข้าองค์ประกอบทางกฎหมายอย่างชัดแจ้ง
3.ให้ศาลพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราวบนฐานหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมายอาญา



