
'ไม่ใช่อาชีพพยาบาลตามอ้าง' ตำรวจไม่มีการใช้อาวุธรุนแรง
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุชัดมีพยานหลักฐานชัดเจน หนุ่มสวมเสื้อกั๊กไม่ใช่อาชีพพยาบาล อยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ส่วนอาจจะทำหน้าที่พยาบาลของกลุ่มหรือไม่นั้นไม่ทราบ อยู่ใกล้เคียงกลุ่มบุคคลที่ขว้างปา- ทำร้ายเจ้าหน้าที่
หลังปรากฎภาพในโซเชียลมีเดียระบุว่า “ทีมแพทย์”โดนกระทืบบาดเจ็บสาหัส จนกลายเป็นแอชแท็กติดเทรนด์ และได้มีการแชร์ภาพ คลิป ออกไปอย่างรวดเร็ว ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ากระชับพื้นที่ และมีทีมแพทย์อาสา ที่สวมเสื้อกั๊กสีเขียวบนรถจักรยานยนต์ถอยร่นออกมาไม่ทัน ทำให้ตกอยู่ในท่ามกลางวงล้อมตำรวจที่ยิงแก๊สน้ำตาไล่หลัง
เรื่องนี้ร้อนถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า บุคคลดังกล่าวไม่มีมีอาชีพพยาบาล และยังอยู่ในกลุ่มที่ก่อความวุ่นวาย ตำรวจเลือกที่จะไม่ใช้น้ำ แก๊ส กระสุนยาง และมีการประกาศแจ้งเตือนให้ระยะเวลาออกนอกพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นก็มีความจำเป็นต้องเข้ารักษาความสงบ
มีข้อมูลจากบางกลุ่มยืนยันว่า บุคคลดังกล่าวเป็นพยาบาลอาสา โดยมีการสวมเสื้อกั๊กบอกสัญลักษณ์ว่าเป็นทีมแพทย์อาสา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ บอกชัดเจนว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เขาไม่มีอาชีพเป็นพยาบาล ส่วนในการชุมนุมเขาอาจจะทำหน้าที่พยาบาลของกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้อันนี้ตนไม่ทราบ แต่บริเวณที่เขาอยู่ใกล้เคียง มีกลุ่มบุคคลที่ขว้างปาสิ่งของ และใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราได้ประกาศแจ้งเตือนหลายครั้งให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ชมนุม เนื่องจากมีแกนนำบางส่วนได้ประกาศยุติการชุมนุมไปแล้ว
“หลังประกาศยุติการชุมนุม เลยเวลาไปแล้วกลุ่มที่สร้างความวุ่นวาย ทางตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนให้ออกจากพื้นที่ชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมยังคงขว้างปาทำร้ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องตั้งแนวและผลักดันคนออกไป ตำรวจไม่ได้มีเจตนา แก้แค้น ตอบแทน หรือกลั่นแกล้ง ได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ทุกครั้งก็มีการประกาศแจ้งเตือนก่อนทุกครั้ง”
ภาพที่ปรากฎอาจจะมีเพียงแค่เพียงมุมของประชาชนที่ร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บ แต่ในขณะเดียวกันตำรวจเองก็บาดเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว โดยข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งตำรวจที่ประจำจุดศาลหลักเมือง 19 คน ประจำจุดเคลื่อนที่เร็ว ฝ่ายปราบปรามสน.นางเลิ้ง 1 รายรวมทั้งสิ้น 20 ราย ถูกกลุ่มผุ้ชุมนุมใช้ระเบิดปิงปอง ใช้ก้อนอิฐ วัตถุของแข็งขว้างปาใส่ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ บางรายมีอาการหูอื้อจากเสียงระเบิด



