ข่าว

 “ดร.ไตรรงค์” ช่วยชี้ขาด “โรงไฟฟ้าปรมาณู” ด้วยครับ !

“ดร.ไตรรงค์” ช่วยชี้ขาด “โรงไฟฟ้าปรมาณู” ด้วยครับ !

25 ม.ค. 2553

ขอต้อนรับ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ครับ หลังจากได้ยินการให้สัมภาษณ์เครือเนชั่นแล้ว คงต้องบอกว่าไม่เสียทีที่รอคอยและคงไม่เกินเลย หากจะบอกว่า ดร.ไตรรงค์ กำลังจะเข้ามา “กู้หน้า” ให้ประชาธิปัตย์ได้อย่างทันท่วงที แผนงานต่างๆ ที่ท่านพูด

 วันจันทร์ที่แล้ว ผมเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้เห็นถึงความสำคัญของภาคการเกษตร เพื่อเสนอแนะรัฐบาลให้ทบทวนนโยบาย ดร.ไตรรงค์ก็น้อมรำลึกถึงพระบรมราโชบายนั้น โดยกล่าวว่า “โชคดีที่ประเทศไทยปลูกพืชอะไรก็ขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชี้ทางสว่างให้เราเห็นว่าประเทศไทยต้องยึดภาคเกษตรเป็นหลัก เราจะพัฒนาอะไรขึ้นมาต้องยึดภาคเกษตรเป็นฐาน”

 ที่ผมชื่นชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ แนวความคิดที่ว่า “เราต้องมาดูเรื่องพลังงานทดแทน ควรจะนำพืชเกษตรทั้งมันสำปะหลัง กากน้ำตาล ปาล์มน้ำมันมาแปรสภาพเป็นไบโอดีเซล เอทานอล อย่างน้อยต้องทำให้ได้ 50% ของการใช้พลังงานในประเทศ” พูดอย่างวัยรุ่นก็ต้องว่าโดนใจครับโดนใจ

 นอกจากเรื่องนี้ ผมมีเรื่องฝาก ดร.ไตรรงค์พิจารณาอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ นโยบายเกี่ยวกับพลังงานทั้งระบบครับ ตอนนี้เรามีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นผู้กำหนดทิศทางไว้ แต่ก็ยังมีบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ทำงานกันเปะปะ บางหน่วยก็ยึดนโยบายดั่งเดิมอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เสียทั้งเงินและเวลาโดยใช้เหตุ โดยเฉพาะนโยบายการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโรงไฟฟ้าปรมาณูนั่น ดร.ไตรรงค์ต้อง “ชี้ขาด” ลงมาครับว่าจะเอาหรือไม่เอา

 ทุกวันนี้มีหน่วยงานบางหน่วยเบิกเงินงบประมาณไปทำการสำรวจ เพื่อหาสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้ากันอยู่นะครับ ทั้งๆ ที่โผล่ไปที่ไหนก็ถูกชาวบ้านร้านตลาดเขาไล่เหมือนหมูเหมือนหมาทุกครั้ง ชาวบ้านรู้ครับว่า โรงไฟฟ้าปรมาณูนั้นให้ประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ชาวบ้านกลัวอันตรายจากการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีครับ ดร.ไตรรงค์ก็น่าจะได้ข่าวนะครับว่า แค่มีก๊าซรั่วที่โน่นที่นี่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ยังหามชาวบ้านไปรักษาแทบไม่ทัน

 เรื่องนี้ ดร.ไตรรงค์ต้องเอาให้เด็ดขาดครับ จากนั้นขอให้โยกงบประมาณที่จะใช้ในการสำรวจที่สร้างโรงไฟฟ้าไปสนับสนุนมหาวิทยาลัยในภูมิภาคต่างๆ ไปค้นคว้าและวิจัยพลังงานจากธรรมชาติ เช่น พลังแสงอาทิตย์ พลังงานจากลม และพลังงานจากน้ำ เหมือนที่บางแห่งได้งบสนับสนุนไปบ้างแล้ว

 รัฐบาลต้องหนุนให้แต่ละท้องถิ่นสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากธรรมชาติเหล่านั้นในละแวกบ้านให้ได้ ส่วนกระแสไฟฟ้าที่จะใช้ในภาคอุตสาหกรรมหรือในเมืองใหญ่ๆ ก็ให้เป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าที่มีอยู่แล้วพัฒนาตัวเองเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ตั้งหน้าแต่จะของบสนับสนุนหรือขอให้รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ให้ไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเหมือนทุกวันนี้... ผมไม่รู้ว่าพวกนี้จะเห็นแก่ตัวกันไปถึงไหน ขาดทุนทุกปีแต่ทะลึ่งแจกโบนัสพนักงานได้ทุกปี ห่วยแตกจริงๆ พับผ่า

ภาณุมาศ ทักษณา