ข่าว

รวบแล้วสาว18มงกุฎ ตุ๋นขายหน้ากากอนามัย

รวบแล้วสาว18มงกุฎ ตุ๋นขายหน้ากากอนามัย

14 ก.พ. 2564

ตำรวจกองปราบ บุกจับสาววัย 23 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ข้อหา ฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังก่อเหตุหลอกขายหน้ากากอนามัยทางโลกออนไลน์

กองปราบ - วันนี้ (14 กุมภาพันธ์ 2564) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. ตำรวจชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป.

 

รวบแล้วสาว18มงกุฎ ตุ๋นขายหน้ากากอนามัย

ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี และชุดสืบสวน  สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ร่วมกันจับกุมน.ส.สุนิสา หรืออ๋อม (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุทัยธานี ที่ จ132/2563 ลง 20 ส.ค.2563 ในข้อหา ฉ้อโกง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมได้บริเวณ ม.6 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

           

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 มีสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ซึ่งคนส่วนใหญ่ได้จัดหาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ มาไว้สำหรับป้องกันเชื้อ และมีกลุ่มคนใจบุญได้จัดหาซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อนำไปบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์หรือกลุ่มคนตามชุมชนที่ขาดแคลน โดยผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพยาบาลอยู่ใน จ.อุทัยธานี ได้ติดต่อซื้อหน้ากากอนามัยกับ น.ส.สุนิสา ซึ่งได้ประกาศขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก โดย ผู้เสียหายโอนเงินไปกว่า 20,000 บาท แต่กลับไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดต่อกับทางน.ส.สุนิสาได้อีก ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

           

รวบแล้วสาว18มงกุฎ ตุ๋นขายหน้ากากอนามัย

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.สุนิสา  มีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง มีกลุ่มผู้เสียหายได้ประชาสัมพันธ์เตือนภัยไว้ที่สื่อออนไลน์จำนวนมาก โดยมีผู้เสียหายที่ต้องการจะนำหน้ากากอนามัยไปบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์และชุมชนที่ขาดแคลน ในพื้นที่ สภ.เมืองปาน จ.ลำปาง ถูกหลอกโอนเงินค่าหน้ากากอนามัย จำนวนกว่า 60,000 บาท

 

น.ส.สุนิสา ให้การรับสารภาพว่า  ได้ร่วมกันกับเพื่อนหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย  โดยเพื่อนของตนจะทำหน้าที่โพสต์หลอกขายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก โดยจะใช้ชื่อและรูปของตน ซึ่งตนมีหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารไว้สำหรับใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน  โดยตนจะไปกดเงินสดออกมาแบ่งกับเพื่อน และจะได้รับส่วนแบ่งค่ากดเงินประมาณ 800 - 2,000 บาท ซึ่งกระทำในลักษณะเช่นนี้มาเพียง 1 สัปดาห์ มีเงินเข้าบัญชีที่ใช้หลอกเหยื่อกว่า 300,000 บาท โดยหลังจากที่ทราบว่าถูกแจ้งความ จึงหยุดก่อเหตุ แต่ไม่ทราบว่าตนเองถูกหมายจับแต่อย่างใด สำหรับเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

           

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป