ข่าว

อย่ากะพริบตา"ป๊อก-เสธ.แดง"

อย่ากะพริบตา"ป๊อก-เสธ.แดง"

25 ม.ค. 2553

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า “บิ๊กป๊อก" พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กับ “เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จะไม่ “เผาผี” หลังจากเกิดเหตุการณ์ยิงถล่มเอ็ม 79 ใส่บริเวณหน้าห้องทำงานของผู้บัญชาการทหารบก

 ทำให้เวลานี้ “บิ๊กป๊อก" ลุกขึ้นมาปฏิวัติจัดระเบียบกองทัพใหม่ เพื่อควบคุมกำลังพลที่มีอยู่ในกองทัพมากกว่า 2 แสนนาย ให้อยู่ในระเบียบ โดยสั่งการไปยังผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกให้เข้มงวดกวดขันกำลังพลที่อยู่ในความดูแล โดยเฉพาะประเด็นดูหมิ่นผู้บังคับบัญชา

 การสั่งตรงไปยังผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงครั้งนี้ สาเหตุเพราะ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ต้องการให้เกิดแบบกรณีของ พล.ต.ขัตติยะ ที่ลุกขึ้นมาต่อต้าน พล.อ.อนุพงษ์ แม้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะเหลืออายุราชการในตำแหน่ง “แม่ทัพบก” ขณะนี้เพียง 8 เดือนเศษก็ตาม

 รวมถึงการส่งหน่วยข่าวทหารตาม “ประกบ" พล.ต.ขัตติยะ อย่างใกล้ชิด ติดตามการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว แม้แต่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ เสธ.แดง ใช้เป็นที่กบดาน

 แม้ว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ จะออกมาปฏิเสธ ไม่มีการสั่งการให้หน่วยทหารทั่วประเทศไล่ล่า พล.ต.ขัตติยะ ตามที่สื่อมวลชนเสนอ

 “ผมไม่เคยประชุมลับ และไม่ได้ส่งหน่วยข่าวทางทหารติดตาม พล.ต.ขัตติยะ เรื่องดังกล่าวต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย กองทัพไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง ตำรวจต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของตำรวจ เพราะกองทัพไม่มีอำนาจหน้าที่ไปจับกลุ่ม และไม่ใช่เรื่อง” พล.อ.อนุพงษ์ ระบุ

 แม้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ ย้ำด้วยว่า การดำเนินการกับ พล.ต.ขัตติยะ จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะไปทำอย่างอื่นไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งนี้ การข่มขู่ของ พล.ต.ขัตติยะ ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว และไม่มีอะไรที่ต้องไปกลัว สิ่งที่ พล.ต.ขัตติยะ ทำจะไปรวมอยู่ในคดีอาญาทหารที่เขาทำอยู่แล้ว

 ส่วนระเบิดเอ็ม 79 ที่ยิงใส่ถล่มหน้าห้องสำนักงานผู้บัญชาการทหารบกนั้น พล.อ.อนุพงษ์ บอกว่า ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ หรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

 ความหมายและที่ต้องการแสดงให้เห็นของ พล.อ.อนุพงษ์ ก็คือ การปล่อยให้กลไกดำเนินไปตามธรรมชาติ ที่ตำรวจเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

 ส่วน พล.ต.ขัตติยะ แม้จะถูกตาม “ไล่ล่า" อย่างกระชั้นชิดก็ไม่ได้หวาดหวั่น ยังคงเดินหน้า “ท้าทาย” อำนาจของผู้บัญชาการทหารบกรายนี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ฝากเตือนไปยัง “เพื่อนป๊อก” คนนี้ว่า ขอให้อนุมัติให้กลับเข้ารับราชการภายใน 1 เดือน หากไม่ฟังไม่รับรองความปลอดภัยในอนาคต

 “เดี๋ยวอีก 7 เดือน พล.อ.อนุพงษ์ก็จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ถ้ามานั่งกินก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยย่านพุทธมณฑลสาย 4 กองทัพแดงจะไปกระทืบ ซึ่งผมจะไม่เข้าไปช่วย และเมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ไปไหนโดยที่ไม่มีขบวนนำก็จะไม่สะดวกเหมือนตอนที่อยู่ในอำนาจ ดังนั้นภายใน 1 เดือนต้องเอากลับราชการ ถ้าไม่อย่างนั้นอีก 7 เดือนครั้งหน้า กองทัพเสื้อแดงจะกระทืบแล้วจะไม่ช่วย” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

 พล.ต.ขัตติยะตบท้ายด้วยสไตล์เดิมว่า มีคนจ้องจองกฐินจัดการ พล.อ.อนุพงษ์ เป็นจำนวนมาก

 งานนี้คงต้องดูว่า จะหาทางลงอย่างไร หรือจะปล่อยให้เรื่องค่อยๆ เงียบหายเหมือนที่ผ่านมา

 เพราะเรื่องราวระหว่าง พล.ต.ขัตติยะ กับ พล.อ.อนุพงษ์ นั้น มีเรื่อง "ลับ ลวง พราง" กันลึกซึ้ง จนถ้าใครได้รู้ได้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังแล้วอาจจะสงสัยว่า แท้จริงแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นเป็นอย่างไรกันแน่

 ที่สำคัญมันจะเกี่ยวกับขั้วอำนาจในกองทัพอย่างที่ร่ำลือกันหรือไม่ ?


ทีมข่าวความมั่นคง