
กฎหมายกับชาวบ้าน
แม้จะพูดเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ยังมีข่าวชาวบ้านตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่แบบไม่รู้ตัวอยู่เป็นระยะและทำท่าจะบานปลายกลายเป็นจลาจลเสียด้วยซ้ำ
หรือประเด็นผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองที่พุ่งเป้าไปที่การครอบครองที่ดินของอดีตนายกรัฐมนตรีก็ยังสะท้อนปัญหาการถือครองที่ดินของชาวบ้านในลักษณะทำนองเดียวกันนี้อีกหลายแห่งในประเทศนี้และต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานและยังหาทางออกไม่เจอ
ประเด็นสำหรับชนชั้นอื่นก็พอจะรู้ๆ อยู่ แต่ที่ผมสนใจคือกลุ่มของชาวบ้านรากหญ้าไม่ว่าจะเพราะไม่รู้กฎหมายหรือรู้แต่ยังอยากหลีกเลี่ยงคิดว่าไม่หนักหนาอะไรและไม่จำเป็นต้องมองไปถึงผลกระทบที่จะตามมาภายหลังทั้งกับตัวเองและบ้านเมือง หรืออีกประเด็นที่สำคัญไม่น้อยคือกฎหมายไม่เป็นธรรม
ผมยอมรับว่าหนักใจในการที่จะหาทางสื่อสารทำให้ชาวบ้านระดับรากหญ้าได้รู้กฎหมายที่จำเป็นกับการดำรงชีวิตประจำวัน แม้จะรู้ว่าต้องใกล้ชิดกับชาวบ้านมากกว่านี้จึงจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร อย่างน้อยที่สุดต้องรับฟังความต้องการของชาวบ้านให้มาก เพราะวิธีการเดิมๆ ที่ใช้กันอยู่ในรูปของการอบรมความรู้ด้านกฎหมายและการพิมพ์คู่มือ แผ่นพับ หรือหนังสือแจกจ่ายต้องยอมรับว่าไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ ก็ขนาดนักเรียนกฎหมายยังนั่งหลับในห้องเรียนและรู้ว่าคนไทยยังอ่านหนังสือกันน้อยมาก
การรู้กฎหมายแล้วยังหลีกเลี่ยงก็ต้องถือว่าเป็นวัฒนธรรมทางกฎหมายที่เด่นชัดของคนทั่วไปเมื่อมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาประกอบด้วยไม่ว่าจะเป็นความไม่สะดวกในการเข้ารับบริการปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย เนื้อหาและข้อความของกฎหมายที่เขียนไว้อ่านไม่เข้าใจต้องให้คนรู้กฎหมายอธิบายขยายความให้แต่ก็หาคนเหล่านั้นไม่ง่ายนักในละแวกบ้าน หรือมิฉะนั้นก็เป็นเรื่องของเงินๆ ทองๆ ที่ไม่เข้าใครออกใครตามสำนวนพื้นบ้านที่เข้าใจกันได้ การหลีกเลี่ยงกฎหมายจึงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเป็นคนละเรื่องกับการกระทำผิดทางอาญาซึ่งแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายเช่นเดียวกันแต่มีคติยอมรับกันว่าถ้าไม่ถูกตำรวจจับคงไม่เป็นไร
ในด้านเนื้อหาของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นเรื่องเชิงระบบและเชิงโครงสร้างของสังคมไทยอันมีปัจจัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่ต้องอาศัยผู้คนในรัฐสภาเป็นคนเขียนกฎหมายผสมผสานกับข้าราชการ นักวิชาการที่เกี่ยวข้องแต่การรับฟังเสียงของชาวบ้านแม้ในยุคนี้พอจะมีอยู่บ้างคงอยู่ในข้อจำกัดที่ไม่ทั่วถึงและเพียงพอ ทำให้กฎหมายที่ออกมาบังคับใช้มีปัญหาในทางปฏิบัติและไม่เท่าทันกับสภาพเป็นจริงในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
กฎหมายกับชาวบ้านจึงดูเหินห่างกันและเป็นผลสำคัญให้สังคมไม่เป็นธรรมเชื่อมโยงไปถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมตามมาอีกด้วย และความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับความไม่เป็นธรรมจะเป็นแผลเรื้อรังที่แก้ไขยากดังที่สัมผัสกันได้ในปัจจุบันจนกระทั่งเป็นปัญหาความมั่นคงด้วยเช่นกัน
การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่หยิบยกขึ้นมานี้ดูจะไม่เคยเป็นวาระสำคัญในระดับชาติที่รัฐบาลให้ความสนใจด้วยแทบทุกรัฐบาล แม้โพลล์ความคิดเห็นของชาวบ้านก็ยังเห็นว่าเรื่องปากท้องต้องมาก่อนเรื่องอื่นและในช่วงที่ผ่านมายังเพิ่มประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองของแต่ละกลุ่มเข้ามาอีก การหยิบยกเรื่องนี้มาคุยกันจึงต้องพักไว้ก่อน คงไม่ต้องพูดถึงงบประมาณซึ่งเทียบสัดส่วนแล้วแทบจะไม่อาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ แต่ก็นั่นแหละเมื่อหน่วยงานของรัฐคิดเรื่องนี้ไม่ออกแล้วจะมีงบประมาณมาทำงานได้อย่างไร
ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนมุมมองกันว่าเรื่องของปากท้องต้องควบคู่กับเรื่องความเป็นธรรมในสังคม ท้องจะอิ่มได้ต้องคิดว่าสังคมต้องมีความเป็นธรรมด้วย การทำมาหากินที่เป็นไปอย่างสงบและพอมีพอกินนั้นบ้านเมืองต้องมีความสงบสุขและมีกติกาในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเสมอภาค เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็จัดการกันได้ด้วยสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างเหลื่อมล้ำไม่ถือว่าเป็นสังคมที่เราต้องการ
เปลี่ยนมุมมองเรื่องปากท้องต้องควบคู่กับกฎหมายและความเป็นธรรม สังคมไทยจะสงบสุข



