
ยุทธศาสตร์ละลายสี
ในเวลาเดียวกับที่ "สงครามครั้งสุดท้าย" ในสายตาของพวกแบ่งฝ่ายสุดขั้วใกล้จะเกิดขึ้นเต็มที พวกที่ยังรักในความสมานฉันท์ อยากให้ทุกสีอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติก็เร่งหาวิธีการเพื่อหยุดยั้งวิกฤติความขัดแย้งนี้ให้เร็วที่สุดก่อนจะถึงขั้นนองเลือดและให้ยั่งยืนที่สุดเ
คนประเภทหลังนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เลือกฝ่ายในใจหรือว่าแอ๊บขาวอย่างน่าอดสู แต่ได้ใช้ความคำนึงที่เห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้งในการหาทางเพื่อละลายสีที่อยู่ในใจคนไทยให้ได้ การหาวิธีลดความรุนแรงนี้กำลังดำเนินไปตามสถาบันและชุมชนองค์กรต่างๆ รวมทั้งงานสัมมนาชิ้นหนึ่งที่ผมเห็นว่าน่าจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องฉุกคิดได้บ้าง
เมื่อวันที่ 20-21 มกราคม ที่ผ่านมา ผมเผอิญได้เป็นเลขานุการในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศได้จัดให้ตัวแทนหัวกะทิของสถาบันศึกษาภายในหน่วยงานที่เป็นคลังสมองของกองทัพแห่งนี้ ซึ่งประกอบด้วยทหารและพลเรือนระดับสูงและกลางจำนวนหนึ่งหายุทธศาสตร์ที่ทำให้คนไทยเลิกแบ่งแยก โดยตระหนักว่าเลือดของตนล้วนเป็นสีเดียวกันให้จงได้
กระบวนการเริ่มจากการพิจารณาปรากฏการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังแห่งชาติ 5 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย การเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การทหาร และวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี/พลังงาน/สิ่งแวดล้อม ในที่นี้ก็เห็นเหมือนกับที่คนส่วนใหญ่ของสังคมกำลังเห็น ก็คือความอ่อนแอของระบบการเมือง นิติบัญญัติและตุลาการ ที่เกิดอย่างเป็นกระบวนการตั้งแต่เมื่อ 6-7 ปีก่อน จนมีส่วนอย่างมากในการขยายปัญหาโครงสร้างของชาติ โดยเฉพาะความคับแค้นของคนชายขอบที่เพิ่มพูนขึ้นด้วยความไม่เป็นธรรมของการกระจายส่วนแบ่งในทุกด้าน เหตุที่เป็นเช่นนี้สืบเนื่องมาจากการฝังรากลึกของวัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนายและการคอรัปชั่นทางการเมือง นอกจากนี้ยังโทษอีกหลายประเด็น เช่น สังคมบริโภคนิยม ระบบการศึกษาอ่อนด้อย สื่อที่ควบคุมไม่ได้ จริยธรรมของคนในชาติเสื่อมโทรม ไปจนถึงการล้ำเส้นทางการเมืองของทหารบางคน ทั้งหมดนี้ยิ่งไปกันใหญ่เมื่อมีคนบางกลุ่มแสวงประโยชน์จากมวลชน จนนำไปสู่การเผชิญหน้าเช่นทุกวันนี้
ในระยะยาวนั้นต้องใช้กำลังอำนาจ 5 ด้านเท่าที่มีแก้ปัญหาทางการเมือง ตุลาการภิวัตน์ รัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ให้ได้ไปพร้อมกับการปรับค่านิยมร่วมของคนไทย ผ่านทางกระบวนการขัดเกลาทางสังคมจากหน่วยที่เคยเข้มแข็ง เช่น วัด บ้านและโรงเรียน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งพึ่งตนเอง อุดมปัญญาและอยู่ร่วมกันอย่างมีพัฒนาการได้โดยไม่แบ่งแยก หากได้อย่างนี้ ทุกอย่างจะดีหมดและไม่นองเลือด อย่างไรก็ตามหากจะหยุดยั้งปัญหาอย่างเร่งด่วนให้ทันท่วงทีก่อน ฝ่ายที่กุมอำนาจควรพร้อมใจกันประกาศให้ทุกอย่างยุติโดยไม่มีเงื่อนไข จากนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาเจรจากัน ก่อนที่จะเลือกคณะกรรมการประชาชนพิจารณาข้อเรียกร้อง เลือกข้อที่เหมาะสมแล้วดำเนินการตามนั้น



