ข่าว

ก.สาธารณสุข จับมือ ก.มหาดไทย ส่งต่อ "วัคซีนใจฉีดได้ไม่ต้องรอ" ครบทุกตำบล

ก.สาธารณสุข จับมือ ก.มหาดไทย ส่งต่อ "วัคซีนใจฉีดได้ไม่ต้องรอ" ครบทุกตำบล

11 ก.พ. 2564

กระทรวงสาธารณสุข บูรณาการความร่วมมือร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย พร้อมส่งต่อ วัคซีนใจ ฉีดได้ไม่ต้องรอ ขยายผลจาก 1,120 ชุมชน ครบทุกตำบล

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2564) กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนไปใช้ดูแลใจประชาชนทั่วทั้งประเทศ พร้อมเน้นย้ำ “วัคซีนใจฉีดได้เลยไม่ต้องรอ” ตั้งเป้าหมายให้ประชาชนได้รับ           

การส่งเสริมสุขภาพจิตทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน มีความเข้มแข็งทางใจในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19และสามารถก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลกทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สุขภาพกายและสุขภาพจิต ในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขเร่งมาตรการควบคุมโรค จัดหาวัคซีนเพื่อลดการติดเชื้อและลดความสูญเสียต่อชีวิตคนไทย การดูแลสุขภาพจิตของประชาชนก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญและไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง การเสริมสร้างวัคซีนใจให้กับประชาชนให้เกิดภูมิคุ้มกันทางใจ 

จึงเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินงานอย่างเร่งด่วน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระทรวงมหาดไทย มาร่วมกันเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนครอบคลุมพื้นที่ทุกตำบลให้เกิดมีภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อพี่น้องประชาชนไทย สุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีความเข้มแข็งด้านจิตใจ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเสริมสร้างวัคซีนใจเป็นการเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้กับประชาชน เพราะการแพร่ระบาดในครั้งนี้ส่งผลให้คนมีความเครียด มีความกังวล มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง หลายคนมีภาวะซึมเศร้าและจำเป็นต้องได้รับการดูแลทางจิตใจ ดังนั้นหัวใจของการดำเนินงานสุขภาพจิตภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดจึงไม่ได้อยู่ที่
 

การให้การบำบัดรักษาผู้ที่เจ็บป่วยทางจิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานเชิงรุกโดยการเสริมสร้างให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดี มีวิธีในการจัดการจิตใจ อารมณ์ของตนเองและคนรอบข้างที่เหมาะสม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ลดโอกาสในการเจ็บป่วยทางจิตที่รุนแรง นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงมหาดไทย
ได้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการสร้างเสริมวัคซีนใจให้กับประชาชน การที่ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญและร่วมกันดูแลจิตใจประชาชน โดยเฉพาะฟากของปกครองและท้องถิ่น ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเหล่านี้ ซึ่งมีความใกล้ชิดและเข้าใจประชาชนในชุมชนเป็นอย่างดี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานร่วมกับบุคลากรทางสาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดูแลจิตใจประชาชนได้ทั่วถึง ทั้งประเทศ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การเสริมสร้างวัคซีนใจเป็นเครื่องมือที่จะช่วยดูแลและเยียวยาจิตใจให้กับประชาชนเพราะ “วัคซีนใจฉีดได้เลยไม่ต้องรอ”

ทั้งนี้วัคซีนใจนั้น สามารถฉีดได้ใน 3 ระดับตั้งแต่ ระดับบุคคล ระดับครอบครัวและระดับชุมชน โดยวัคซีนใจในระดับบุคคลหรือการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจให้เกิดขึ้นในระดับบุคคล ด้วย หลัก “อึด ฮึด สู้” เพื่อให้ประชาชนมีกำลังใจที่เพียงพอในการเผชิญปัญหา พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปได้ วัคซีนใจในระดับครอบครัว มุ่งเน้นให้สมาชิกในครอบครัวมีพลังฟันฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน ด้วย “3 พลัง” ได้แก่ พลังบวก พลังยืดหยุ่น และพลังร่วมมือ ขณะที่วัคซีนใจในระดับชุมชน                   

ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ส่งเสริมให้คนในชุมชนดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันผ่านหลักการ “4 สร้าง 2 ใช้” คือการใช้ศักยภาพที่มีในชุมชนร่วมกับใช้สายสัมพันธ์ที่ดีของสมาชิกในชุมชนมาร่วมกันสร้างให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย รู้สึกสงบ รู้สึกมีความหวัง เข้าใจและให้โอกาสกันและกัน โดยกรมสุขภาพจิต ได้กำหนดเรื่องการเสริมสร้างวัคซีนใจนี้เป็นนโยบายสำคัญของทุกหน่วยงานในสังกัดและมีแผนจะบูรณาการความร่วมมือและฉีดวัคซีนใจ ทั้ง 3 ระดับให้กับประชาชนครอบคลุมทุกชุมชนอีกด้วย กรมสุขภาพจิตจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน รวมถึงแกนนำชุมชนทุกแห่งมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการฉีดวัคซีนใจให้กันเพื่อเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึงนี้ ให้ทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดี มีภูมิคุ้มกันทางใจและสามารถก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน