
น.1 ชี้ คนไทย มือปาระเบิดสถานทูตเมียนมา ยังไม่ชัดมีเอี่ยวเหตุสามย่าน
ผบช.น. เชื่อ มือปาระเบิดสถานทูตเมียนมา คือคนไทย แต่ยังไม่ยืนยัน เชื่อมโยง 3 ผู้ต้องหาก่อเหตุสามย่าน ชี้ขอเวลาฝ่ายสืบสวน รวมรวบพยานหลักฐานเพิ่ม ปรามกลุ่ม 'ราษฎร' ประกาศชุมนุมพรุ่งนี้ ระวังกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
จากกรณีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด บริเวณใกล้เคียงกับสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ หลังจากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่าเป็นลูกบอลประทัด มีพลาสติกห่อหุ้ม ดินระเบิดแรงดันต่ำ ไม่พบสะเก็ดระเบิด และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงการติดตามผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังพิสูจน์ทราบ โดยในช่วงเวลาเกิดเหตุไม่มีคนสัญชาติเมียนมาอยู่เลย จึงคาดว่าจะเป็นคนไทย แต่จะเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุบริเวณสามย่านหรือไม่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดต่างกัน ที่สามย่านมีลักษณะสะเก็ดระเบิดเด่นชัดกว่า แต่ก็สามารถดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ ฐานทำให้เกิดเสียงดังอื้ออึง และทำให้ประชาชนตกใจกลัว
ส่วนการรักษาความปลอดภัยสถานเอกอัคราชทูตเมียนมาฯ ตำรวจนครบาลยังปฏิบัติตามปกติ แม้ว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะตึงเครียดมากขึ้นก็ตาม
ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ตัองหาที่ก่อเหตุปาระเบิดในพื้นที่สน.ปทุมวัน ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว 3 คน ส่วนผู้ที่ร่วมชุมนุม และจัดให้มีการชุมนุมกำลังตรวจสอบพยานและพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพิ่มเติมอยู่
อย่างไรก็ตาม ที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมที่หน้าห้าง MBK ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 17.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อยู่ หากกลุ่มใดทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ทางเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรม แต่ยืนยันว่าจะดูแลให้มีความเรียบร้อยมากที่สุด และขอความร่วมมือให้ทุกคนคำนึงถึงการแพร่ระบาดของโรค และอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย



