
วินาทีบุกจับ "ไอ้โหม่ง" มือยิง "รองสารวัตร" ดับคาปั้ม
เปิดภาพ วินาทีบุกจับ "ไอ้โหม่ง" มือลั่นไกอาวุธปืน .38 ยิงเจาะท้ายทอย "รองสารวัตร" ตำรวจสืบสวนสุพรรณบุรี นิ่ง สีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้าน
จากกรณี ร.ต.ต.ชาญวิทย์ ดิษฐ์เจริญ อายุ 53 ปี หรือ หมวดโย่ง รอง สว.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้พบกลุ่มวัยรุ่นขณะกำลังนั่งดื่มสุรา ภายในปั้มน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่ ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
ด้วยความหวังดีจึงได้เข้าไปตักเตือน และขอให้แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้าน เนื่องจากฝ่าฝืน พรบ.ควบคุมโรค และห้ามจับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราในยามวิกาล ซึ่งในขณะที่พูดตักเตือนอยู่นั้น หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิพงษ์ หรือ “โหม่ง” จ่าสอาด อายุ 23 ปี ได้เดินอ้อมรถกระบะที่จอดอยู่ และเข้าประชิดตัวทางด้านหลังของ ร.ต.ต.ชาญวิทย์ จากนั้นจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ที่พกมา จ่อยิงบริเวณท้ายทอยของร.ต.ต.ชาญวิทย์ จำนวน 1 นัด จนทำให้ร่างของร.ต.ต.ชาญวิทย์ ล้มฟลุบไปกองอยู่กับพื้น
หลังเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดประมาณ 9 คน ได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยนายสิทธิพงษ์ หรือ “โหม่ง” ได้ขึ้นรถกระบะของเพื่อน เพื่อไปลงที่ บขส.สุพรรณบุรี จากนั้นจึงได้ขึ้นทัวร์หลบหนีไปที่ จ.ชลบุรี
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ออกหมายจับ นายสิทธิพงษ์ หรือ “โหม่ง” จ่าสอาด อายุ 23 ปี พร้อมกับพวก ซึ่งต่อมาได้มีกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล ผกก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี จำนวน 3 คน คือ นายสมโภชน์ ทองลิ้ม (ก้อง โรงช้าง) อายุ 26 ปี , นายนัฐพล สันติธรรมเมธี (ปุ๊กลุ๊ก) อายุ 26 ปี และนายมนต์ชัย สนิทหันธ์ (รัน) อายุ 22 ปี
จากการสอบสวน นายนัฐพล (เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์) เล่าว่า ได้มานั่งดื่มกินกันภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. จำนวน 9 คน เป็นผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 6 คน หลังเกิดเหตุตนได้กระโดดขึ้นหลังรถกระบะหลบหนีไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนรู้จักและเคยพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกยิงเสียชีวิต แต่คิดว่านายสิทธิพงษ์ คงไม่น่าจะรู้จัก
“ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ผมกำลังเดินไปขอโทษตำรวจที่ถูกยิง ซึ่งขณะเดินไปถึง และกำลังจะขอโทษอยู่แล้ว จู่ๆ นายสิทธิพงษ์ ก็เดินอ้อมมาด้านหลัง แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าบริเวณท้ายทอยของตำรวจที่เสียชีวิตทันที โดยไม่ลังเลเลย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนตกใจ เพราะไม่คิดว่า นายสิทธิพงษ์ จะกล้าใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเกิดเหตุทุกคนต่างวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง”
ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสุพรรณบุรี ได้ขออนุมัติศาลสุพรรณบุรี ออกหมายจับ นายสิทธิพงษ์ ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมทั้งรายงานเหตุสะเทือนขวัญดังกล่าวให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผล.ตร. ได้รับทราบ
โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. เดินทางมาบัญชาการเปิดปฎิบัติการไล่ล่าคนร้ายรายนี้ และทันทีที่เดินทางมาถึง พล.ต.อ.สุชาติ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดสุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนภูธรภาค7 เพื่อสรุปเหตุการณ์ พร้อมสั่งให้เร่งแกะรอย นายสิทธิพงษ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า นายสิทธิพงษ์ ได้ขึ้นรถกระบะเพื่อนให้ไปส่งที่ บขส.สุพรรณบุรี และได้ซื้อตั๋วรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จากนั้นจึงได้ซื้อตั๋วรถทัวร์จากสถานีขนส่ง เพื่อเดินทางต่อไปที่จังหวัดชลบุรี
จนกระทั่งเวลา 22.00 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธุ์ 2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค7 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค2 ได้ทำการแกะรอยนายสิทธิพงษ์ จนทราบสถานที่กบดานและพิกัดที่แน่ชัด จากนั้นจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมได้ภายในห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม นายสิทธิพงษ์ ไม่มีอาการสะทกสะท้าน โดยมีสีหน้าเรียบเฉย และอยู่ในอาการสงบนิ่ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้แล้ว จึงได้ควบคุมตัว นายสิทธิพงษ์ ผู้ต้องหาฆ่า ร.ต.ต.ชาญวิทย์ หรือ หมวดโย่ง เดินทางกลับมาที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการปฎิบัติการไล่ล่า ดำเนินการสอบปากคำ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าในวันนี้ (9กพ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชุดจับกุม จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดที่ถูกจับกุม รวมทั้งนายสิทธิพงษ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.สวนแตง จะเร่งทำสำนวนและนำตัวผู้ต้องหาฝากขัง เพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป



