
ทหารไทย-เขมรถกด่วนมีมติถอนตัวจากจุดปะทะ
ทหารพรานไทย ปะทะเดือด กลุ่มมอดไม้เขมรนาน 10 นาที หลังนำกำลังทหารติดอาวุธหนัก คอยคุ้มกันเข้ามาตัดไม้ในพื้นที่ไทย บริเวณแนวชายแดน
เมื่อเวลา 09.25 น. วันที่ 24 ม.ค. กองร้อยทหารพราน ที่ 2304 (ค่ายค้างคาวดำ) และกองร้อยทหารพรานจู่โจม ที่ 959 (ค่ายปักธงชัยเก่า) สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จำนวน 12 นาย ถูกกองกำลังทหารไม่ทราบสังกัดของกองทัพกัมพูชา ดักซุ่มโจมตี ขณะออกเดินลาดตระเวนไปถึงบริเวณ หนองใหญ่ หัวเขื่อนห้วยขนุน ห่างจากฐานปฏิบัติการค้างคาวดำ ประมาณ 2 กม. ด้านทิศตะวันออกซำแต ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ เขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
แหล่งข่าว เปิดเผยต่อไปว่า ขณะที่ทหารพรานชุดปฏิบัติดังกล่าวเดินลาดตระเวนไปถึงที่เกิดเหตุ ได้ถูกทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนชนิด อาร์พีจี ยิงเข้าใส่จำนวนหลายนัด พร้อมทั้งยิงปืน ค. 60 สนับสนุนจำนวน 5 นัด ซึ่งชุดปฏิบัติการทหารพรานของไทยทั้งสองชุด ได้หลบเข้าที่กำบังและยิงตอบโต้ด้วยอาวุธประจำกายนานประมาณ 10 นาทีเหตุการณ์จึงสงบลง และจากการตรวจเชคกำลังพลฝ่ายไทยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้าน พ.ท.ณัฐ ศรีอินทร์ ผบ.พัน.ร.63 ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร (หน่วยเฉพาะกิจที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย - กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร รับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่ซำแต - ช่องตาเฒ่า ) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทหารพราน ฉก.ทพ. 23 อ.กันทรลักษ์ เดินลาดตระเวนไปเจอกลุ่มตัดไม้เถื่อนเข้า ทำให้ฝ่ายตรงข้ามยิงปืนขู่เข้ามา ซึ่งจากรายงานทราบว่าลักษณะการยิงเข้ามานั้นเป็นเพียงการยิงขู่ ไม่ได้ยิงเพื่อหวังจะสังหารบุคคล ทางฝ่ายเราก็ยิงตอบโต้ในลักษณะเดียวกันเพื่อให้กลุ่มตัดไม้ล่าถอยกลับไป ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ก็ปกติเหมือนเดิมแล้ว โดยผู้บังคับบัญชาระดับสูงทั้งสองฝ่ายได้โทรศัพท์ประสานงานเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว คิดว่าเหตุการณ์คงไม่ลุกลามบานปลายไปกว่านี้
ขณะที่แหล่งข่าวสายทหาร รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากมีเสียงปืนดังขึ้น กองกำลังทหารของกัมพูชา (ไม่ทราบสังกัด) ได้สั่งกำลังพลเตรียมความพร้อม โดยที่บริเวณฐานเบาะสะเบา ตามแนวป่าหญ้าคา ตรงข้ามซำแตของไทย มีกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาเตรียมความพร้อมมากกว่า 1,000 นาย
เขมรรายงานยิงปะทะเล็กๆ2ยกกับทหารไทยวันนี้
สำนักข่าวเอพีรายงานในวันนี้โดยอ้างถ้อยแถลงของพลโทเจี่ย ทารา รองผู้บัญชาการทหารกัมพูชา และเป็นผู้บัญชาการทหารภาคสนามในภูมิภาคที่ว่า กองกำลังกัมพูชาได้เกิดการปะทะกันช่วงสั้นๆกับทหารไทยตามแนวชายแดนที่มีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ โดยเขาอ้างว่าเกิดการยิงต่อสู้กันเพราะทหารไทยรุกล้ำเข้าเขตแดนของกัมพูชา และว่าฝ่ายกัมพูชาไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณห่างจากเขาพระวิหารไปทางตะวันออก 20 กิโลเมตร ในช่วงเช้าวันนี้
ทางด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า ได้เกิดการยิงปะทะกัน 2 ช่วงๆละ 5 นาที โดยเริ่มขึ้นหลังเวลา 09.00 น.ของวันนี้เล็กน้อย ขณะที่รายงานข่าวระบุว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันเรื่องนี้จากทางกระทรวงกลาโหมของไทย แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่แถบนั้น
ทหารไทย-เขมรถกด่วนมีมติถอนตัวจากจุดรปะทะ
ต่อมาเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน พ.อ.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม เสนาธิการกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และคณะนายทหารของกองกำลังสุรนารี ได้เดินทางไปที่ฐานปฏิบัติการซำแตโดยได้ไปประชุมร่วมกับ พล.ท.ซะรัย ดึ๊ก ผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา และคณะนายทหารของกัมพูชาเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้เวลาในการประชุมร่วมกันนานประมาณ 1 ชม.เศษ จึงได้มีมติข้อตกลงร่วมกันว่าเนื่องจากขณะนี้ยังคงมีการประจันหน้ากันระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายบริเวณจุดที่มีการปะทะกันเนื่องจากทหารกัมพูชาลาดตระเวนล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยซึ่งที่ประชุมมีมติให้ทหารทั้งสองฝ่ายถอนตัวออกจากจุดที่มีการปะทะกันกลับไปยังที่ตั้งของแต่ละฝ่ายซึ่งจากการที่ได้มีการตรวจสอบพื้นที่ที่มีการปะทะกันแล้วปรากฏว่าไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด



