ข่าว

อภิสิทธิ์อุ้มอนุพงษ์แก้ปัญหาเสธ.แดงถูกต้อง

อภิสิทธิ์อุ้มอนุพงษ์แก้ปัญหาเสธ.แดงถูกต้อง

24 ม.ค. 2553

"นายกฯ"อุ้มผบ.ทบ.แก้ปัญหาเสธ.แดงทำถูกต้องแล้ว ระบุเป็นทหารต้องอยู่ในวินัย ทำตัวอยู่เหนือกม.ระเบียบไม่ได้ เตือนกองทัพยึดหลักความถูกต้อง แต่ต้องระวังไม่ให้ปัญหาลุกลาม ชี้ตอนนี้มีคนจ้องคอยเสี้ยม ลั่นวันอังคารรู้ผลแก้รธน.ของปชป. ยันตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุป ชี้ค


  (24ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงวุฒิกองทัพบก กับผู้บัญชาการทหารบก ว่า  ในขณะนี้มีการพักราชการ และในขณะเดียวกัน ตนคิดว่าสังคมคงจะมองเห็นว่าความเหมาะสมเป็นอย่างไร ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทหารที่อยู่ในกองทัพก็ต้องมีวินัย การที่จะไปประกาศตัวทำเหมือนว่าสามารถที่จะอยู่เหนือกฎหมายได้ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

 "เราจะต้องดำเนินการ เพียงแต่กองทัพจะต้องระมัดระวัง โดยต้องไม่ดำเนินการให้เป็นลักษณะที่ดูเหมือนว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ดังนั้นในขณะนี้ที่กองทัพดำเนินการนั้นถูกต้องแล้ว ในการทำหน้าที่รักษากฎหมาย แต่ต้องก็ระวังไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลายออกไป และตนคิดว่าสังคมจะต้องมองเห็นว่าถ้าเราปล่อยให้ใคร ที่ทำตัวเหมือนอยู่เหนือกฎหมายออกมาข่มขู่คุกคามได้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามว่า จะก่อให้เกิดความร้าวฉานระหว่างสองนายพลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็มีคนพยายามจะทำให้เกิดความแตกแยกในทุกองค์กร แต่ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความถูกต้อง ถ้าไม่ยึดความถูกต้อง หรือคิดว่ายอมๆกันไป อย่างนี้ตนคิดว่าต่อไป ก็จะมีแต่ความวุ่นวายและความร้าวฉาน ดังนั้นสิ่งดีที่สุดคือยึดความถูกต้อง ไม่มีการกลั่นแกล้งใคร แต่ก็ละเว้นไม่ได้

 เมื่อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวิตเตอร์ว่าในเร็วๆ อาจจะมีการปฎิบัติเกิดขึ้น และส่วนตัวพร้อมที่จะตั้งครม.พลัดถิ่น นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณก็วิเคราะห์อะไรไปเรื่อย เห็นวิเคาระห์มาเยอะแล้ว จะทำอะไรตอนไหนในเรื่องครม.พลัดถิ่น เพราะว่าตอนนี้ยังไม่มีกรณีเช่นนั้น

กลุ่มเสื้อแดงยุติการชุมนุมที่เขาสอยดาวแล้ว

สำหรับการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ที่เขาสอยดาวแกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุมแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และได้รื้อเวทีและ
ส่งมอบพื้นที่คืนให้สนามกอล์ฟไฮแลนด์แอนด์รีสอร์ทแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้นัดหมายว่า จะไปชุมนุมที่กองบัญชาการกองทัพบก เป็นเป้าหมายต่อไป แต่ยังไม่ระบุวันเวลา 

ชี้อังคารรู้ผลแก้รธน.ปชป.ยันตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุป

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อวานนี้ในช่วงที่มีการประชุมตนก็อยู่ ซึ่งก็ได้มีการอภิปรายกัน โดยมีความเห็นทั้งสองด้าน ทั้งที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของพรรค และในตอนที่ตนกลับออกมาก็นึกว่าจะได้ข้อสรุป แต่ตอนที่กำลังจะขึ้นเครื่องเดินทางกลับ ได้รับทราบว่าที่ประชุมจะขอให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณา คาดว่าจะไม่เกินวันอังคารนี้น่าจะเรียบร้อย ตนแต่ขอย้ำว่าความเห็นที่แตกต่างนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

 ผู้สื่อข่าวว่า แต่ข่าวที่ออกมามีการขู่ว่าจะยุบสภา หากพรรคร่วมไม่ดำเนินการตามแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องขู่ ตนขอยืนยัน เป็นเรื่องของการวิเคราะห์สถานการณ์ปกติว่าถ้าหากตัดสินใจอย่างนั้น อย่างนี้แล้วจะเกินอะไรขึ้นบ้างเท่านั้น และตนคิดว่าในส่วนของสมาชิกพรรค ก็ไม่มีใครคิดว่าจะต้องเกรงกลัวในเรื่องใดๆ อยู่แล้ว ดังนั้นก็จะมีข้อยุติได้ไม่เกินวันอังคารนี้

 เมื่อถามอีกว่า ไม่ได้เป็นการพูดเพื่อเอาใจพรรคร่วมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุป ส่วนที่มีข่าวออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่  อาจจะสนับสนุนแนวทางของพรรคร่วมก็ไม่เป็นความจริง เพราะตนก็อยู่ในที่ประชุมด้วย เมื่อถามต่อว่า ส่วนตัวมองปัญหาที่เกิดขึ้นในพรรคอย่างไร จึงทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ นายกฯ กล่าวว่า ที่จริงใจตนอยากจะให้จบตั้งแต่เมื่อวาน แต่เมื่อยังไม่จบ ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวกรรมการบริหารพรรค ก็จะเข้ามาดูแล และในวันอังคารนี้ทุกอย่างน่าจะจบได้ ซึ่งในส่วนของพรรคร่วม ก็คงจะต้องนัดหารือกันหลังจากวันอังคารไปแล้ว

 เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ยังมั่นใจหรือไม่ ว่าประเด็นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วม นายกฯ กล่าวว่า โดยหลักกไม่ควรจะเป็น เพราะคุยกันไว้ว่าเรื่องนี้จะให้เป็นเรื่องของสภา

 เอแบคโพลล์ชี้ปัญหาคอรัปชั่นในสังคมไทยรุนแรง

              นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลสำรวจเรื่อง “การรับรู้ของสาธารณชนต่อสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทยในยุคนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม.มาจากพรรคเดียวกัน” กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1,686 ตัวอย่าง ในวันที่ 22-23 มกราคม 2553 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.0 ระบุสถานการณ์ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยอยู่ในระดับรุนแรงถึงรุนแรงที่สุด ร้อยละ 32.1 ระบุค่อนข้างรุนแรง นอกจากนี้ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนร้อยละ 67.0 รับรู้ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับผลประโยชน์ โดยจำนวนมากหรือร้อยละ 38.4 เคยเจอด้วยตัวเอง และในกลุ่มที่เจอด้วยตัวเองนี้ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 70.0 เคยต้องจ่าย ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.1 รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐนำทรัพย์สินของราชการไปใช้ส่วนตัว โดยในกลุ่มนี้เกินกว่า 1 ใน 3 หรือ ร้อยละ 35.2 ที่เจอด้วยตนเอง

              ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.3 รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเบียดบังยักยอกทรัพย์สินของราชการไปเป็นของตนเอง โดย 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20.2 เคยเจอด้วยตนเอง เกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 54.2 รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐมีการฮั้วประมูลงานราชการ โดยร้อยละ 13.3 เคยเจอด้วยตนเอง และในกลุ่มที่เจอด้วยตนเองร้อยละ 44.4 ที่เคยต้องจ่ายด้วยตนเอง ที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งคือ เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.7 รับรู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการบริการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไม่รับแจ้งความ ไม่จดทำทะเบียนให้ เป็นต้น โดยเกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 34.0 ที่เจอปัญหานี้ด้วยตนเอง และร้อยละ 54.8 ในกลุ่มนี้เคยต้องจ่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบริการช่วยเหลือประชาชน

        นอกจากนี้ ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่ร้อยละ 80.0 ระบุว่า รับรู้น้อยถึงไม่มีส่วนรับรู้เลย เกี่ยวกับข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่พักอาศัยอยู่ ร้อยละ 75.7 ระบุเคยได้เห็นหรือได้ยินน้อยถึงไม่เคยเลย เกี่ยวกับการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติราชการในพื้นที่ที่พักอาศัยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละ 80.6 รับรู้น้อยถึงไม่ทราบเลยเกี่ยวกับช่องทางการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ที่พักอาศัย และร้อยละ 58.7 ระบุระดับความโปร่งใสมีน้อยถึงไม่มีเลยในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการต่างๆ เมื่อสอบถามถึงประเด็นในการปฏิวัติ พบว่า ร้อยละ 94.6 ระบุไม่เห็นด้วยที่จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น ร้อยละ 5.4 ระบุเห็นด้วยที่จะมีการปฏิวัติ