ข่าว

อภิสิทธิ์มั่นใจศก.ฟื้นตัวเร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอี

อภิสิทธิ์มั่นใจศก.ฟื้นตัวเร่งแก้ปัญหาเอสเอ็มอี

24 ม.ค. 2553

"อภิสิทธิ์"กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ยันครม.ยึดพระราชดำรัสทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยันภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

วันนี้ (24 ม.ค.)  เวลา 09.00 น.  ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 54  ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  ดังนี้ 

ช่วงที่ 1

ครม.ยึดพระราชดำรัสทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ  กลับมาพบกันทุกเช้าวันอาทิตย์นะครับ  สัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายต่อหลายเรื่องที่อยากจะรายงานให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบนะครับ  เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ครับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผมนำคณะรัฐมนตรี  คือรัฐมนตรีที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งท่านใหม่นั้นเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฎิญาณ เมื่อวันจันทร์  ซึ่งในการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสและให้พระบรมราโชวาท สิ่งสำคัญที่สุดคือทรงเน้นย้ำในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ซึ่งบรรดา รัฐมนตรีที่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ก็ได้น้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม นอกจากนั้นผมได้นำเอาถ้อยคำที่เป็นกระแสพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทนั้น เน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร ที่ผ่านมานะครับ  เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจ ความเชื่อถือให้แก่รัฐบาล  ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินและการผลักดันนโยบายของรัฐบาลในด้านต่าง ๆ นั้น สามารถที่จะประสบความสำเร็จ เพราะว่าได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน 

ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชั่น 

ผมก็ยังยืนยันให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนนะครับว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ถ้าหากว่ามีขึ้นอยู่ในหน่วยงานใด อย่างไรนั้น  ขอความกรุณานะครับ ท่านมีเบาะแสขอให้แจ้งมาครับ เราจะตรวจสอบในทุกเรื่องอย่างจริงจัง  โดยมีมาตรฐานในเรื่องของความรับผิดชอบ ซึ่งมีความชัดเจน ที่จริงก็ต้องบอกให้ฟังนะครับว่า ผมเองได้รับเรื่องที่เป็นเรื่องร้องเรียน อาจจะเป็นผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บ้าง จดหมายธรรมดาบ้าง หรือแม้กระทั่งทางเอสเอ็มเอส เข้ามาบางครั้งแจ้งถึงเบาะแสต่าง ๆ ก็ขอเรียนครับว่าทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ดี  หรือแม้กระทั่งการฝ่าฝืนกฎหมายในเรื่องของยาเสพติด  สถานบริการต่าง ๆ นั้น  ทุกเรื่องที่ส่งมานั้น  ผมดำเนินการส่งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลบริการจัดการอย่างดีที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนด้วย  โดยผมให้คำมั่นและยืนยันว่านี่คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจของผมนะครับ ในการที่จะผลักดันแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น และการบังคับใช้กฎหมายครับ

หลังดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรราคาพืชผลเป็นที่น่าพอใจ

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เรื่องที่ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจหรือมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในส่วนของพี่น้องเกษตรกร  ก็คือในเรื่องของราคาพืชผลต่าง ๆ ซึ่งต้องบอกครับ ขณะนี้หลังจากที่เราได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรและการเข้าไปดูแลพืชผลต่าง ๆ นั้น ขณะนี้ต้องถือว่าราคาพืชผลเป็นที่น่าพอใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยาง  ซึ่งก็ทำให้ขณะนี้จะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1 ขยายตัวในอัตราที่ค่อนข้างดี  แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าว ปลูกมัน ก็ต้องเผชิญกับเรื่องของโรคระบาด เพราะฉะนั้น ในช่วงที่ 2 ของรายการในวันนี้ก็จะไปดูเรื่องของปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  ซึ่งระบาดอยู่ในหลายจังหวัด ในภาคกลางในขณะนี้ และก็มีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าว ทั้งในส่วนที่ผมและท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไปลงพื้นที่ด้วยกัน  รวมทั้งการให้ความรู้ต่าง ๆ เพื่อที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ต่อไปในอนาคตด้วยนะครับ เพราะว่าเป็นที่น่าเสียดายว่าเวลาที่ราคาพืชผลนั้น ค่อนข้างจะดี พี่น้องเกษตรกรต้องมาเผชิญปัญหานี้ 

อย่างไรก็ตามครับ ปัญหานี้ก็เป็นหนึ่งในปัญหาซึ่งรัฐบาลเองได้เตรียมการเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ในเรื่องไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งได้มีมติคณะรัฐมนตรีไป  แต่เป็นเรื่องที่ผมได้เคยขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลังไปร่วมกันทำแผนในเรื่องของการที่จะสร้างระบบประกัน  แต่ไม่ใช่ประกันรายได้ครับ เป็นเรื่องของประกันในเรื่องของผลผลิต  ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้จะเน้นไปที่เรื่องของน้ำท่วม ภัยแล้ง และน่าจะต้องรวมถึงโรคระบาดด้วย ซึ่งขณะนี้กระทรวง  เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ได้ไปดำเนินการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว  กำลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในไม่ช้า  ซึ่งถ้าได้ตรงนี้จะทำให้เกษตรกรของเรานั้นมีทั้งระบบการประกันความเสี่ยงในเรื่องของผลผลิต และระบบการประกันที่เกี่ยวข้องกับรายได้ด้วย  ผมคิดว่าจะเป็นการปูทางไปสู่ความมั่นคงของอาชีพเกษตรกรต่อไป

ภาพรวมเศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

นอกเหนือจากกลุ่มพี่น้องเกษตรกรนะครับ  ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้เราจะเข้าไปดูแลในเรื่องของปัญหาของพี่น้องผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการขนาดกลาง หรือที่เรียกว่า เอสเอ็มอี  โดยเฉพาะอย่างก็คือว่ากำลังเร่งเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาสะสางในเรื่องของหนี้สิน และในเรื่องของการที่จะดูแลส่งเสริมพัฒนาเอสเอ็มอีต่อไป  โดยจะมีการจัดงานเอสเอ็มอี เอ็กซ์โป ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ระหว่างวันที่ 28-31 มกราคมครับ  วันที่ 28 นั้นผมจะไปเปิดงานก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ หลังจากการประชุมสภาฯ คือสัปดาห์หน้านั้นผมจะเดินทางไปร่วมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกร หรือว่าเอสเอ็มอี ที่ยังคั่งค้างอยู่ ภาพรวมของเศรษฐกิจในขณะนี้ต้องถือว่ามีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน  ผมได้เคยเล่าให้ฟังว่าในช่วงปลายปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเลขการส่งออก หรือการท่องเที่ยวนั้น กลับมาอยู่ในภาวะที่เรียกว่าปกติ และเริ่มมีการขยายตัวอย่างค่อนข้างรวดเร็ว  เท่าที่ติดตามตรวจสอบในช่วงของเดือนมกราคม แม้จะผ่านไปเพียงประมาณ 3 สัปดาห์  ตัวเลขการท่องเที่ยวก็ดี  ตัวเลขการส่งออกก็ดี  และแรงสนับสนุนที่เกิดขึ้นจากราคาพืชผลที่ดีในแง่ของเศรษฐกิจภายใน  ทำให้เรามั่นใจครับว่า ที่พูดถึงการที่จะกลับมาขยายตัวเป็นบวกของเศรษฐกิจในปีนี้ร้อยละ 3.5 ทำได้แน่นอน  และขณะนี้ว่าตามจริงแล้วบรรดานักวิเคราะห์ และสำนักต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะใช้ตัวเลขที่สูงกว่าร้อยละ 3.5

คาดจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 53 อาจเกินเป้าถึง 2 แสนล้าน

และสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกตัวหนึ่งซึ่งครม.เศรษฐกิจได้รับทราบเมื่อวันพุธ ก็คือเรื่องของการจัดเก็บรายได้ซึ่งสูงกว่าเป้าค่อนข้างมาก  ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษีนั้นเกินเป้ากว่าที่ได้ประมาณการไว้ค่อนข้างจะมาก  จนกระทั่งเมื่อดูแนวโน้มไปแล้วตลอดทั้งปีงบประมาณ  ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรในลักษณะที่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน หรือว่าทำให้เศรษฐกิจมาสะดุดลง ทำให้เชื่อได้ว่าการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนี้ อาจจะเกินเป้าถึง 2 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้น ขณะนี้ต้องถือว่าเศรษฐกิจนั้นมีความมั่นคงในเรื่องของการฟื้นตัวมากทีเดียว  และก็มีการตั้งเป้าในเรื่องของการส่งออกว่า หลังจากที่ปีที่แล้วหดตัวนั้น  ปีนี้ก็น่าจะต้องนำให้กลับมาขยายตัวได้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 14 นี่คือเรื่องของภาวะเศรษฐกิจที่ผมคิดว่าขณะนี้น่าจะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น 

กระทรวงพาณิชย์ดูแลการแทรกแซงราคาข้าวในภาคใต้

อย่างไรก็ตามครับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่ และปัญหาต่าง ๆ ก็จะต้องมีการดูแลแก้ไขไป  รัฐบาลนั้นก็ทำงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ และขณะเดียวกันนั้นก็เร่งเดินหน้าทำระบบต่าง ๆ  ให้ลงตัว เช่นการประกันรายได้รอบ 2  นั้นจะต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพ  มีความชัดเจนและในรอบแรกนั้นอาจจะมีปัญหาบ้าง เพราะความไม่เข้าใจหรือว่าขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งประชาชน และเจ้าหน้าที่ต้องเรียนรู้พร้อมๆ กันไป  แต่ในรอบที่ 2 นั้นเราเริ่มกันตั้งแต่เนิ่น ๆ  และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการที่มีการขึ้นทะเบียนรับรองสิทธิของเกษตรกร  ในขณะที่ในภาคใต้ซึ่งยังอยู่ในรอบแรกนั้น  ก็ขอเรียนครับว่ากรณีที่เกิดปัญหาว่าราคาที่ขายในตลาดจะต่ำกว่าราคาอ้างอิงที่มีการประกาศ  อันนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น และทางกระทรวง พาณิชย์ก็ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีแล้ว  ให้เข้าไปดูแลแทรกแซงในกรณีที่มีการกดราคาไม่ให้เป็นไปตามราคาอ้างอิงในพื้นที่ในภาคใต้  ซึ่งข้าวจะออกมาหลังจากที่อื่น 

ภายในปี 2560 จะให้ประชาชนได้รับสวัสดิการถ้วนหน้า 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสประชุมคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการนโยบายสวัสดิการสังคม ตรงนี้ผมมาเชื่อมโยงกับเรื่องของเศรษฐกิจก็เพราะว่าผมได้พูดตั้งแต่ต้นว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้น  ดูในภาพรวม เราก็ต้องดูแลให้มีการลงทุน มีการขยายตัวบนความสมดุล บนความพอดี  ปัญหาที่ยังจะต้องหาความลงตัวพอดี เช่น ปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  เช่น กรณีที่มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานกลาง เพื่อที่จะให้มีโครงการอิสระสามารถมาให้ความเห็นต่อโครงการต่าง ๆ และก็จะทำให้การแก้ปัญหาที่มาบตาพุด สัปดาห์ที่แล้วผมก็ไปลงพื้นที่ แล้วก็ดูแลในเรื่องของการเยียวยา และสัปดาห์นี้ก็มีการอนุมัติโครงการเพิ่มเติมตามแผนสิ่งแวดล้อมที่มาบริหารจัดการในเรื่องของเขตควบคุมมลพิษ  แต่ขณะเดียวกันหลักประกันนอกเหนือจากเกษตรกรแล้ว  สิ่งที่ผมได้ดูกับคณะกรรมการสวัสดิการสังคมก็คือว่า เราอยากจะเห็นระบบสวัสดิการนั้นคือสังคมที่เป็นสังคมสวัสดิการนั้นเกิดขึ้นที่ทำให้ พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนมีหลักประกันในเรื่องต่าง ๆ  ครบถ้วน  ซึ่งเราได้ตั้งใจที่จะทำแผน และประกาศว่าภายในปี 2560 เราจะเป็นสังคมที่มีสวัสดิการพร้อมสำหรับทุกคน  ความจริงขณะนี้เราก็จะมีนโยบายซึ่งเข้ามาเป็นองค์ประกอบของสวัสดิการ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลประกันรายได้ หรือว่ามีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  เบี้ยยังชีพสำหรับคนพิการ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการเพื่อให้ครอบคลุมคนกลุ่มต่าง ๆ และก็มีนโยบายเสริมเข้าไป เช่น นมโรงเรียน สวัสดิการชุมชน 

แต่ว่าทั้งหมดนี้ยังทำให้เกิดความจะเรียกว่าสับสนก็ไม่เชิงนะครับ แต่ว่ามีการซ้อนมีการเหลื่อมกันอยู่ว่า คนกลุ่มไหนได้สิทธิ์อย่างไรบ้าง  ภายในปี 2560 เราต้องการที่จะให้ไม่มีคนไทยคนไหนเลยที่ตกหล่นไปจากการดูแล มีสวัสดิการพื้นฐาน  ในเรื่องที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและมีหลักประกัน  ซึ่งผมได้ขอให้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้ามีการไปจัดทำประมาณการทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ หรือเงินที่จำเป็นจะต้องใช้ในระบบสวัสดิการ หรือสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่พูดง่าย ๆคือรัฐบาลให้เปล่า หรือว่าเป็นบริการฟรีไปจนถึงระบบประกันในลักษณะที่มีการสมทบเงินไปจนถึงเรื่องของการส่งเสริมเชิญชวน จูงใจให้เกิดองค์กรสาธารณะ หรือว่าวิสาหกิจสังคม เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของสวัสดิการของประชาชนคนไทย  ซึ่งภายใน 3 เดือนนี้จะได้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า เราจำเป็นจะต้องปรับปรุงตัวระบบ เพิ่มงบประมาณอย่างไร เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสังคมสวัสดิการที่มีสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับคนไทยภายในปี 2560 อันนี้ก็คือสิ่งที่เป็นอีกนโยบายสำคัญหรือเป้าหมายสำคัญที่ผมได้ประกาศเอาไว้  โดยเฉพาะในช่วงที่ครบรอบ 1ปีที่ผ่านมา ว่านอกเหนือจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว เรื่องหลักประกัน เรื่องสวัสดิการนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนทุกกลุ่มได้รับเช่นเดียวกัน

รัฐบาลและเอกชนระดมเงินช่วยเหลือชาวเฮติ

สัปดาห์ที่ผ่านมานะครับพี่น้องประชาชนคนไทยยังให้ความสนใจกับเรื่องของปัญหาภัยพิบัติหรือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่เฮติ  ซึ่งผมก็ขอเรียนครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยนั้น  เราได้รับการรู้จักจากชาวโลกว่าเป็นคนที่มีน้ำใจ และผมก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่ได้แสดงเจตนาที่จะช่วยเหลือเพื่อนของเรา เพื่อนมนุษย์ของเราที่เฮติ  ซึ่งขณะนี้ทราบว่าในส่วนของภาคเอกชนเองก็ระดมเงินกันได้เรียกว่าเกิน 100 ล้านแล้ว สำหรับในส่วนของรัฐบาลครับอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าประการแรก เราได้มีมติคณะรัฐมนตรีในการที่จะส่งเงินช่วยเหลือ ซึ่งเงินช่วยเหลือปกติจะมีหลักเกณฑ์อยู่ครับ  แต่ว่ามติคณะรัฐมนตรีนั้นได้ยกเว้นหลักเกณฑ์ เพื่อที่จะสามารถเพิ่มวงเงินได้  และในเบื้องต้นได้มีการมอบเงิน 1 แสนเหรียญ ให้กับทางเฮติเรียบร้อยแล้วนะครับ  โดยได้มีการดำเนินการที่เม็กซิโก และเงินก้อนนี้จะถูกนำไปซื้อของที่มีความจำเป็นในการช่วยเหลือ และของทั้งหลายจะถึงประชาชนเฮติในวันอังคาร คือในอีก 2 วันข้างหน้า เพราะฉะนั้น เรื่องนี้เป็นก้าวแรกที่ถือได้ว่าคนไทยของเราโดยรัฐบาลในนามของคนไทย  ได้ส่งความช่วยเหลือไป 

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เปิดรับบริจาคซึ่งรายละเอียดเลขที่บัญชีสำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะบริจาคผ่านรัฐบาลก็จะปรากฏอยู่ที่จอนะครับ  เป็นตัววิ่งอยู่ (บริจาคเงินผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล ประเภทออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “รวมน้ำใจชาวไทยช่วยผู้ประสบภัยเฮติ” เลขบัญชี 067-0-05765-7)   หรือถ้าอยากที่จะมาบริจาคด้วยตัวเองก็มาได้ที่ลานน้ำพุ ตรงเชิงสะพานมัฆวานฯ ในเวลาราชการ แต่ว่าไม่เว้นวันหยุดราชการ  อันนี้ก็สามารถที่จะมาบริจาคเพื่อที่จะสมทบกองทุน  ซึ่งกองทุนนี้ขณะนี้รัฐบาลได้ไปประสานงานว่า เมื่อถึงครบกำหนดเวลาที่เหมาะสม  เราก็จะมีการส่งเข้าไปสู่กองทุนซึ่งได้มีการตั้งรองรับไว้แล้ว ที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือ 

ไทยส่งข้าว - แพทย์ - ช่างไปช่วยเหลือเฮติ

นอกจากนั้นครับ สิ่งที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการในการช่วยเหลือก็คือ การตกลงที่จะช่วยเหลือในเรื่องของข้าว  ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ไปประสานงานแล้วในเรื่องของข้าวที่จะส่งไป ทั้งในส่วนของเครื่องบิน หรือในส่วนของเรือ โดยตั้งเป้าในขณะนี้คือว่าจะช่วยเหลือข้าวในปริมาณ 5 หมื่นตัน ซึ่งจะเป็นมูลค่าพอสมควรนะครับ ตีราคากันอาจจะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านที่คิดว่าน่าจะอยู่ในจุดที่เหมาะสม  อันนี้จะเป็นประมาณ 300 ล้านบาท  ซึ่งจะทำให้เป็นการไปช่วยเหลือพี่น้องชาวเฮติ และเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของประเทศ ไทยในการที่จะช่วยเหลือในเรื่องของอาหารและเรื่องของข้าว ซึ่งเป็นความพร้อมของเรา 

นอกเหนือจากเรื่องอาหารแล้ว สิ่งที่น่ายินดีคือว่ามีกลุ่มคนอีก 2 กลุ่ม ซึ่งพร้อมที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือด้วยคือ แพทย์ และเรื่องของช่าง ทั้งที่จะเป็นทหารช่าง หรือว่าคนที่จะไปก่อสร้าง  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานงาน  เพราะว่าในขณะนี้การที่จะเข้าไปช่วยเหลือนั้น ก็ยังทำได้ด้วยความยากลำบาก และที่สำคัญคืว่าต้องมีการจัดระบบ  เพราะถ้าไม่จัดระบบแล้วก็จะเป็นปัญหา  กลายเป็นว่าแทนที่จะไปช่วยอาจจะกลายไปเป็นภาระกับทางสหประชาชาติหรือในส่วนของผู้ที่ดูแลในเรื่องของความช่วยเหลือทั้งหมด แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยอีกครั้งหนึ่งที่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และจะมีการดำเนินการในการที่จะติดตามสถานการณ์  และหากมีความจำเป็นในการที่จะเพิ่มมาตรการในทางการช่วยเหลือต่อไปนั้น  รัฐบาลก็พร้อมทั้งที่จะเป็นผู้ประสานงาน และดูช่องทางเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเรานะครับ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด

สำหรับในเรื่องที่อยากจะเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายก็คงจะเป็นประเด็นที่คาบเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน กับเรื่องของการเมืองครับ  บังเอิญว่าในช่วงสัปดาห์นี้มีองค์กรเอกชนซึ่งได้จัดทำรายงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ความจริงถ้าอ่านตัวรายงานก็ปรากฏว่า จะไม่ออกมาดูรุนแรงเหมือนกับคำแถลงข่าว แน่นอนครับมีการติดตามในเรื่องของสิทธิมนุษยชน  อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันบ้าง  แต่ว่าข้อมูลบางประการอาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่  แต่ว่า 4 เรื่องสำคัญที่เขาจับตามองนั้น  ผมก็ขอยืนยันว่ารัฐบาลของผม รัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด  เช่น  4 เรื่องที่มีการจับตาก็คือปัญหาการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง  ความจริงในรายงานจะเขียนชัดเจนว่า ในช่วงเดือนเมษายนนั้นปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะว่าเริ่มมีการใช้ความรุนแรงจากผู้ชุมนุม  แต่การจัดการในเรื่องนี้ ถ้าเกิดอ่านรวม ๆ ก็อาจจะเข้าใจผิด ว่ามีคนเสียชีวิต 2 คน จากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่  ที่จริงก็ไม่ใช่นะครับ  เป็นเรื่องที่การเสียชีวิตนั้นเกิดขึ้นจากปัญหาการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับพี่น้องประชาชนในชุมชน อย่างนี้เป็นต้น

เรื่องของภาคใต้  แม้ว่าจะยังมีสถานการณ์ความรุนแรงอยู่  แต่ก็ลดลง  และขณะเดียวกันระบบการจัดการรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎหมาย  การใช้อำนาจพิเศษของรัฐบาล นั้น ก็เป็นไปในทางที่จะช่วยดูแลคุ้มครองปกป้องสิทธิมนุษยชนได้อย่างดียิ่งขึ้น  รวมไปถึงเหตุการณ์ที่กระทบกับจิตใจของพี่น้องประชาชนก็คือเหตุการณ์ที่มัสยิดไอปาแย  ขณะนี้ก็มีการมอบตัวแล้วของผู้ที่รัฐบาลได้ออกหมายจับ  ซึ่งก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังกับการละเมิดสิทธิทั้งหลายที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ภาคใต้ด้วย 

นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะมีการพูดถึงเรื่องของการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความผิดที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความจริงเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ รัฐบาลนี้เข้ามาบรรดาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็มีการพิจารณาโดยจะมีความรอบคอบ และก็ดูเรื่องของเจตนา และที่สำคัญก็คือว่าจะไม่ให้มีการเอาเรื่องนี้ไปใช้ในลักษณะของเครื่องมือในทางการเมือง  ผมเข้าใจว่ารายงานของเขาอาจจะเขียนขึ้นก่อนที่เราได้มีการตั้งกลไกพิเศษเข้ามาดูแลทางด้านนี้  ซึ่งก็ถือว่าเป็นการที่จะแก้ไขและทำความเข้าใจกับเขาไปอีกทางด้านหนึ่งต่อไปในอนาคต  เช่นเดียวกันครับการใช้กฎหมายความมั่นคงก็ยังมีความเข้าใจผิด บางครั้งก็ไปเข้าใจว่ามีกฎหมายความมั่นคงแล้วตรวจสอบไม่ได้ หรือว่าเป็นการไปห้ามสิทธิในการชุมนุม  ซึ่งความจริงก็ไม่จริง  การใช้กฎหมายความมั่นคง  ประกาศพื้นที่ความมั่นคงแต่ละครั้งนั้นไม่ได้ห้ามการชุมนุม  แต่ทำให้เราสามารถที่จะบูรณาการบริหารจัดการได้  และทุกครั้งที่มีการประกาศก็ต้องมีการรายงานต่อสภาฯ  ซึ่งจะมีการทยอยรายงานต่อสภาฯ ไปในสมัยประชุมนี้  ขณะเดียวกันการประกาศใช้เขตพื้นที่ความมั่นคง บางคนก็ไปพูดทำนองว่าจะใช้กับบางกลุ่มเท่านั้น  ถ้ากลุ่มนี้จะชุมนุมจะประกาศทุกครั้ง  ถ้ากลุ่มนี้จะชุมนุมจะประกาศทุกครั้ง  ถ้ากลุ่มนี้จะชุมนุมไม่ประกาศไม่จริงนะครับ  จะเห็นได้ว่าบางครั้งก็ใช้บางครั้งก็ไม่ใช้  ขึ้นอยู่กับการข่าวที่เราได้รับ  ผมมั่นใจในเรื่องของการดำเนินการในแนวทางของประเทศในเรื่องของสิทธิมนุษยชน  มิฉะนั้น แล้วเราคงไม่กล้าที่จะไปสมัครแข่งขันในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องของสิทธิมนุษยชนในสหประชาชาติ  เพราะฉะนั้น  อันนี้ ครม.ก็ได้เห็นชอบแล้ว 

และก็เรื่องต่าง ๆ ที่เราสามารถจะมาดูแล เราก็จะมีการผ่อนผันโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง  เช่น กรณีแรงงานต่างด้าว  ซึ่งอยู่ในระหว่างการจัดระบบ  ก็ยังมีการขยายเวลาไปอีก 2 ปี แต่ทั้งนี้จะต้องให้ขึ้นทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้  หรือกรณีของม้ง  ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ก็จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีรายงานนะครับ ที่หลายคนกลัวว่าส่งกลับไปแล้วเขาจะไม่ปลอดภัย  ไม่ได้รับการดูแล  ก็ไม่มีรายงานในลักษณะนั้นเลย  ตรงกันข้ามนะครับก็มี ส.ส.จากทางสหรัฐฯ ก็เดินทางเข้าไปดู  ก็ยืนยันครับว่าสิ่งที่เราได้ตกลงกับลาวในเรื่องของความปลอดภัยการดูแลคนเหล่านี้  ก็เป็นไปตามข้อตกลงดังกล่าว 

ความจริงมีอีกหลายเรื่องนะครับทั้งเรื่องการเมือง และเรื่องอื่น ๆ ที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน  แต่ว่าเวลาที่เหลือนั้นจะชวนไปดูในเรื่องของปัญหาเพลี้ย  ซึ่งผมได้ไปลงพื้นที่และจะเป็นความรู้ที่จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร  สัปดาห์หน้าคงจะได้มีโอกาสเล่าถึงเรื่องอื่น ๆ นะครับ  เพราะว่าผมจะเดินทางไปที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนหนึ่ง  แต่ว่าอีกด้านหนึ่งก็คือว่าสมัยประชุมของสภาฯ ได้เริ่มขึ้นแล้ว  ก็อาจจะมาคุยในเรื่องของแผนของการที่จะผลักดันกฎหมายตามนโยบายสำคัญ ๆ  ขณะเดียวกันคนที่เป็นห่วงในเรื่องของความร้อนแรงทางการเมือง  ก็ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้แนวทางของการอดทน อดกลั้น รักษากฎหมาย  บังคับใช้กฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิของทุก ๆ ฝ่าย แล้วก็จะดูแลให้บ้านเมืองนั้นสามารถที่จะคงความสงบเรียบร้อย  รัฐบาลก็จะเดินหน้าบริหารงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนได้ต่อไปครับ  วันนี้คงจะต้องส่งต่อไปยังช่วงที่ 2 ครับที่ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดนนทบุรีครับ

ช่วงที่ 2

ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีครับ ผม กิตติ สิงหาปัด ครับ วันนี้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันนี้ท่านนายกฯ ให้ความสนใจกับปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นพิเศษนะครับ ท่านคงพอได้ข่าวนะครับว่าเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลปีนี้ระบาดอย่างหนัก ในช่วงที่ระบาดรุนแรง นาข้าวเสียหายไปถึง 2 ล้านกว่าไร่ ตอนนี้ควบคุมได้และลดลงมาอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว ที่ท่านเห็นอยู่นี้เป็นแปลงนาข้าวในอำเภอลาดหลุมแก้ว ปทุมธานีนะครับ เป็นแปลงที่เพลี้ยลง และตอนนี้ควบคุมไว้ได้บางส่วน แต่ว่ายังเห็นร่องรอยความเสียหายนะครับ เรายังคงต้องติดตามดูแปลงนี้ต่อไปว่าถึงที่สุดแล้ว ลักษณะอย่างนี้ข้าวจะโตขึ้นมาให้ดอกออกผลมากอย่างที่ชาวนาต้องการหรือไม่ ความจริงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ใช่เรื่องใหม่กับนาข้าวในเมืองไทยนะครับ เป็นศัตรูพืชที่ระบาดอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านนายกฯ มาที่นี่ จะได้มาดูการแก้ปัญหาล่าสุด และก็กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับว่า จะรับมือจะแก้ไขปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้อย่างไร ในขณะเดียวกันเราจะทำความรู้จักกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลด้วยนะครับว่าเขาเป็นอย่างไร คืออะไร ทำไมถึงระบาดร้ายแรงได้ขณะนี้ มีผู้ที่เกี่ยวข้อง มีท่านรัฐมนตรี มีเกษตรจังหวัด และที่สำคัญคือชาวไร่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบโดยตรงครับ

ในที่ราบลุ่มภาคกลางก็จะเห็นอย่างนี้ครับ เป็นสภาพทั่ว ๆ ไปก็คือเกษตรกรที่นี่ก็จะปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก เพราะฉะนั้นชีวิตของเขาคือนา ถ้านาเสียหายก็แปลว่าฤดูกาลเก็บเกี่ยวนั้นก็หมดตัวไปเลย เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีโครงการบางส่วนของรัฐบาลที่จะช่วยแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในโครงการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หรือประกันราคาพืชผล เดี๋ยวสักครูหนึ่งคงจะได้คุยรายละเอียดเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่าชาวนาซึ่งได้รับผลกระทบ จะได้รับการช่วยเหลือและจะจัดการกันอย่างไรครับ

เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ทำนาเพลี้ยก็มารบกวน

เกษตรกร ข้าวมันไม่ค่อยออก มันโดนเพลี้ย มันดูดน้ำเลี้ยง

เกษตรกร วันหนึ่งหมดไม่ใช่น้อย ๆ ฉีดยาจนสู้ไม่ไหว

เกษตรกร ไม่รู้จะทำอย่างไร แก้ไขอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะข้าวอายุเยอะแล้ว

ผู้ดำเนินรายการ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนะครับ ซึ่งกำลังระบาดหนักอยู่ใน 10 กว่าจังหวัดตอนนี้ นี่เป็นตัวอย่างของต้นข้าวที่ปลูกไว้ในกระถางนะครับ และก็จะเห็นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอยู่ ตอนนี้ผมอยู่กับผู้เชี่ยวชาญจากกรมการข้าว อธิบายหน่อยครับว่ายังไงคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แล้ววงจรเขาเป็นอย่างไรบ้าง

นักวิชาการกรมการข้าว (วันทนา ศรีรัตนศักดิ์) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลนะคะ เขาจะมีรูปแบบอยู่ 2 รูปแบบ เขาจะมีชนิดปีกยาวกับชนิดปีกสั้นนะคะ ที่เราเห็นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นตัวอ่อนนะคะ เขาเข้ามาตั้งแต่ข้าวอายุตั้งแต่ 5 วันไปจนถึงข้าวออกรวงเลย เขาสามารถดูดกินต้นข้าวได้ตลอดระยะการเจริญเติบโตของข้าว

ผู้ดำเนินรายการ ดูดกินน้ำต้นข้าว

นักวิชาการกรมการข้าว น้ำเลี้ยงค่ะ

ผู้ดำเนินรายการ น้ำเลี้ยงของต้นข้าว แล้วก็ดูดไปเรื่อย ดูดมากระบาดมากข้าวก็ตาย

นักวิชาการกรมการข้าว เนื่องจากว่าแมลงตัวนี้นอกจากเขาทำลายต้นข้าวโดยตรงโดยการดูดกินจนต้นข้าวแห้งตายนะคะ เสร็จแล้วเขายังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรค 2 อันนี้คือโรคใบหงิกกับโรคเขียวเตี้ย ยกตัวอย่าง อย่างโรคแรกนี่โรคใบหงิก เดิมเกษตรกรเป็นคนตั้งชื่อโรคจู๋ แล้วเราก็เปลี่ยนมาเป็นใบหงิกนะคะ อาการของเขาจะต่างกันนะคะ 2 โรคนี้ อาการของเขาก็คือปลายใบเขาจะบิด เริ่มจากต้นเตี้ยแล้วสีจะเข้มขึ้น ปลายใบจะหงิกแล้วขอบใบเขาจะแหว่ง

ผู้ดำเนินรายการ นี่เห็นชัดเจนเลย อันนี้ก็คนละเชื้อ อันนี้เชื้อหนึ่ง อันนี้โรคเขียวเตี้ยเป็นอีกเชื้อหนึ่ง

นักวิชาการกรมการข้าว เป็นไวรัสอีกตัวหนึ่ง โดยที่เพลี้ยกระโดดนี่เป็นแมลงพาหะนำทั้ง 2 อาการของเขาก็จะเหมือนกันตรงที่ว่าต้นเตี้ยแคะแกร็นใช่ไหมคะ แต่โรคนี้เขาจะแตกกอเยอะ เป็นพุ่มแจ้อย่างนี้ ใบเขาจะแสดงมีอาการเหลืองอมเขียวอย่างนี้ และต่อไปก็จะแห้งตายไปทั้งกอ ไม่ได้ผลผลิต

ผู้ดำเนินรายการ เหมือนกัน ลักษณะคล้ายกัน คือเสียหายคล้าย ๆ กัน

นักวิชาการกรมการข้าว ใช่ค่ะ อันนี้เก็บมาจากแปลงนานี้เลยนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ อันนี้ไม่ใช่ว่ามันเล็กโดยธรรมชาติ

นักวิชาการกรมการข้าว ไม่ใช่ค่ะ นี่คือได้รับเชื้อ

ผู้ดำเนินรายการ นี่คือได้รับเชื้อแน่นอน

นักวิชาการกรมการข้าว ใช่ค่ะ

ผู้ดำเนินรายการ จะอยู่แค่นี้ ในที่สุดก็จะเหี่ยวตายไป ไม่ให้ผลผลิตอะไร

นักวิชาการกรมการข้าว ค่ะ ทีนี้บางต้นเขาก็โตขึ้น แต่ว่าต้นเขาจะมีอาการให้เห็นว่าเขาจะไม่เท่ากับต้นปกติ แล้วผลผลิตเขาจะลดลง

ผู้ดำเนินรายการ ถ้าดูสักครู่นี้นะครับจะเห็นว่าใบข้าวส่วนใหญ่ในแปลงนี้มีจุดสีน้ำตาลแล้ว นี่ละครับเป็นจุดที่สำคัญที่ผมบอกว่าต้องดูนะครับ พี่เป็นเจ้าของนาใช่ไหมครับ

เกษตรกร ใช่ครับ

ผู้ดำเนินรายการ เมื่อกี้ดูเพลี้ยยังอยู่ไหม

เกษตรกร อยู่ครับ

ผู้ดำเนินรายการ มันลงหนัก ๆ ช่วงไหน

เกษตรกร ก็ลงช่วงเดือนครึ่งครับ

ผู้ดำเนินรายการ เดือนครึ่งที่ผ่านมาแล้ว สภาพที่เราเห็นอย่างนี้ ข้าวจะโตไหม

เกษตรกร มันก็ไม่โต มันทรุดลงครับ

ผู้ดำเนินรายการ มันจะทรุดลงจากนี้ไป แต่ว่ารวงที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ จะไม่โต ไม่ได้ถึงเก็บเกี่ยว

เกษตรกร ไม่โต ไม่ได้ผลเท่าไรครับ ผู้ดำเนินรายการ แต่อาจจะได้บางส่วน

เกษตรกร ครับ

ผู้ดำเนินรายการ เสียหายอย่างนี้แล้ว พี่เป็นชาวนาซึ่งต้องลงทุนอย่างนี้แล้ว ความช่วยเหลือถ้าเผื่อต้องการจากทางการคืออะไร อยากจะให้ช่วยลักษณะใดบ้าง

กรมการข้าว มีครับมี ทางผมได้จัดทีมลงไปพบปะเกษตรกร ส่งเสริมแนะนำในเรื่องของการดูแลต้นข้าวในขณะที่มีการระบาดนะครับ

ผู้ดำเนินรายการ และทีนี้ระหว่างนี้นับจากนี้ไป ทางเกษตรจังหวัด ดูแลเกษตรกรอย่างไรต่อ

เกษตรจังหวัด ในเรื่องของการควบคุมเพลี้