
ผี4-0นำฝูงรูนีย์เหมาหมดเชลซีทะลุเอฟเอ
เวย์น รูนีย์ เหมาคนเดียว 4 ประตูให้ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ 4-0 ในศึกพรีเมียร์ชิพ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. แซงขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ ขณะที่ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยังเดินหน้าเข้ารอบบุกชนะ เปรสตัน 2-
ศึกพรีเมียร์ชิพ นัดวันเสาร์ที่ 23 มกราคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ "เสือลาย" ฮัลล์ ซิตี้ โดยเกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือเจ้าถิ่นได้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ฟิตกลับมาลงสนามได้ รวมทั้งปรับเกมแดนหน้าเอา ไมเคิล โอเว่น ลงมาเป็นหัวหอกคู่กับ เวย์น รูนีย์
เริ่มเกมได้แค่ 8 นาที เจ้าถิ่นได้ประตูนำอย่างรวดเร็วเมื่อ พอล สโคลส์ สับไกยิงจากนอกเขตโทษ บอซ มายฮิลล์ ปัดออกมาเข้าทางให้ เวย์น รูนีย์ ซ้ำเข้าไปเป็น 1-0 และจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังครองเกมได้เหนือกกว่ามากแต่ก็ยังขาดๆ เกินๆ ทำให้ไม่สามารถยิงเพิ่มได้จนจบครึ่งแรก
ช่วงครึ่งหลังเกมยังคงอยู่ในรูปเดิมจนนาทีที่ 82 แมนฯ ยูไนเต็ด มาได้ประตูที่ 2 โดย ดาร์รอน กิ๊บสัน ไหลบอลเข้าเขตโทษให้ รูนีย์ ยิงเต็มเท้าเข้าทางเสาแรกเป็น 2-0 ก่อนที่อีก 4 นาทีต่อมา นานี เปิดบอลจากทางขวาให้ รูนีย์ โขกที่หน้าประตูเป็น 3-0 และช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าถิ่นยังได้ประตูปิดท้ายอีกประตู ดิมิทาร์ แบร์บาตอฟ ดีดบอลเข้าเขตโทษให้ รูนีย์ ยิงเข้าไปอีกประตู จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงชนะไป 4-0 มีเป็น 50 แต้ม แซง อาร์เซนอล กับ เชลซี ที่มี 48 แต้มขึ้นนำจ่าฝูง แต่ลงสนามมากกว่า อาร์เซนอล 1 นัด และมากกว่า เชลซี 2 นัด
หลังจบการแข่งขัน รูนีย์ ที่ยิงได้ 4 ประตูใน 1 นัดเป็นครั้งแรกในชีวิต เผยว่าผลงานของตัวเองในฤดูกาลนี้น่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดที่เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และก็หวังว่าจะทำประตูได้ต่อเนื่องต่อไปเพื่อทำลายสถิติของตัวเองที่เคยยิงได้ 23 ประตูต่อ 1 ฤดูกาลในลีก
"มันเป็นครั้งแรกที่ผมยิงได้ 4 ประตูในเกมฟุตบอลอาชีพ และมันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมภูมิใจที่ทำได้ ผมมั่นใจว่าผมจะทำลายสถิติฤดูกาลที่ดีที่สุดของผมกับ ยูไนเต็ดได้ ผมคงผิดหวังหากว่าทำไม่ได้ ผมยังคงมีเกมอีกราว 20 นัดให้เล่น ผมคงไม่เป็นสุขแน่หากว่ายิงไม่ได้มากกว่า 23 ประตู สิ่งที่แตกต่างของฤดูกาลนี้คือผมมีความสม่ำเสมอในกรอบเขตโทษมากขึ้นและพยายามจะเข้าไปอยู่ในจุดที่สามารถทำประตูได้" รูนีย์กล่าว
ด้านการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 4 "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมเต็ง 1 ออกไปเยือน เปรสตัน จากแชมเปี้ยนชิพ โดยเกมครึ่งแรกทั้งสองทีมถือว่าเปิดเกมรุกได้สูสีกัน แต่ เชลซี มีความเฉียบคมมากกว่า นาทีที่ 37 นิโกลาส์ อเนลก้า ลากบอลตัดจากซ้ายไปยิงที่กรอบเขตโทษเป็น 1-0 ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 47 ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ซ้ำลูกโหม่งของ จอห์น เทอร์รี ที่หน้าประตูเข้าไปอีก ทำให้ เชลซี บุกมาชนะไป 2-0 ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
"สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลล่า เปิดวิลล่า ปาร์ค ด้วยตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่เอาชนะ ไบรตัน หวุดหวิด 3-2 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก เนธาน เดลโฟเนโซ นาทีที่ 5 แอชลีย์ ยัง นาทีที่ 48 และ ฟาเบียน เดลฟ์ นาทีที่ 63 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก ทอมมี เอลฟิค นาทีที่ 41 กับ นิคกี้ ฟอสเตอร์ นาทีที่ 90
"ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน เสียท่าให้ "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม คาถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ของตัวเองเมื่อโดนนำก่อนในครึ่งแรกถึง 0-2 จากประตูของ คริสเตียน เบนิเตซ นาทีที่ 7 และ แบร์รี เฟอร์กูสัน นาทีที่ 40 ก่อนที่ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตัน ทวงคืนได้แค่ลูกเดียวจาก ลีออน ออสแมน ทำให้ เบอร์มิงแฮม บุกมาชนะไป 2-1
"ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ทีมบ๊วยของพรีเมียร์ชิพยังเข้ารอบ 5 ได้หลังเอาชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ เพื่อนร่วมลีก 2-1 จากประตูขอ จอห์น อูทาก้า นาทีที่ 42 กับ 57 ขณะที่ทีมเยือนได้จาก ดาร์เรน เบนท์ นาทีที่ 15 โบลตัน เอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 จาก เกรตาร์ สไตน์สสัน นาทีที่ 48 กับ โยฮัน เอลมานเดอร์ นาทีที่ 84
ด้าน "ไก่เดือยทอง" เปิดสนามไวท์ ฮาร์ทเลน พบ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งล้ม แมนฯ ยูไนเต็ดมาในรอบที่แล้ว มานัดนี้ ปีเตอร์ เคราช์ ยิงซ้ำบอลที่หน้าประตูให้ สเปอร์ส ออกนำก่อน 1-0 แต่นาทีที่ 52 เจอร์เมน เบคฟอร์ด ยิงลูกชุลมุนที่หน้าประตูเป็น 1-1 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะนำไปอีกครั้งนาทีที่ 75 เจอร์เมน เดโฟ ชิ่งบอลให้ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ ตัวสำรองหลุดไปยิงให้ทีมนำอีกครั้งเป็น 2-1 แต่แล้วในนาทีสุดท้ายของเกม ลีดส์ มาตามตีเสมอได้อีกครั้งเมื่อได้ลูกจุดโทษและ เบคฟอร์ด รับหน้าที่สังหารเข้าไป จบเกมจึงเสมอกัน 2-2 ต้องไปรีเพลย์ แมทช์ กันที่เอลแลนด์ โรด อีกนัด
ผลคู่อื่นๆ แอคคริงตัน แพ้ ฟูแล่ม 1-3 คาร์ดิฟฟ์ ชนะ เลสเตอร์ 4-2 ดาร์บี้ ชนะ ดอนคาสเตอร์ 1-0 น็อตต์ เคาน์ตี เสมอ วีแกน 2-2 เรดดิ้ง ชนะ เบิร์นลีย์ 1-0 เซาแธมป์ตัน ชนะ อิปสวิช 2-1 เวสต์บรอมวิช ชนะ นิวคาสเซิล 4-2 และ วูล์ปแฮมป์ตัน เสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2



