ข่าว

หอบหลักฐานร้องปคม.เร่งรัดคดีเอาผิดอดีตส.ท.ขืนใจลูกสาว เหยื่อหวาดผวาพยายามฆ่าตัวตาย

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

พ่อเหยื่อหญิงสาววัย 18 ปี หอบเอกสารร้องปคม.ช่วยเร่งรัดคดี เอาผิดอดีตส.ท.ลพบุรี หลังลูกสาวถูกขืนใจ ยันไม่ได้กล่าวหามีคลิปหลักฐานสำคัญ ระบุตำรวจอ้างพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ขณะที่เหยื่อสาวหวาดผวา พยายามฆ่าตัวตาย ด้านปคม.เร่งประสานพม.ดูแลจิตใจ

ที่ บก.ปคม. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายเอ(นามสมมติ) พ่อของเด็กหญิงวัย 18 ปี และหญิงสาวผู้เสียหาย นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม. เพื่อเร่งติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ในกรณีที่ หญิงสาวถูกรุมโทรม 13 คน ถึง 2 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา

นายรณรงค์​ กล่าวว่า คดีนี้เด็กหญิง อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่าได้ถูกข่มขืน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเดือน ก.ย มีผู้ก่อเหตุ 4 คนและครั้งที่ 2 เดือน ต.ค. ผู้ก่อเหตุ 9 คน รวม 13 คน โดยทั้ง 13 คนถูกแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะ​โทรมหญิง​ และดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา แต่พบว่า1 ใน13คน ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นอดีตสมาชิก​สภาเทศบาล หรือ ส.ท. วัย 52 ปีคนหนึ่ง โดยพนักงานสอบสวน​ สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี​ อ้างว่ามีพยานหลักฐาน​ไม่เพียงพอ ดังนั้นในวันนี้จึงเข้าแจ้งความ ปคม.เพื่อขอให้ช่วยติดตามเนื่องจากกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม​

 

ทางด้านนายเอ(นามสมมติ) พ่อผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองทราบเรื่องเมื่อปลายเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา จึงแจ้งตำรวจในท้องที่ดำเนินคดี กระทั่งเมื่อปลายเดือนม.ค.64 ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดี ผู้ต้องหา 12 คน ซึ่งไม่รวมอดีต ส.ท. รายนี้ ตนเองจึงกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องเรียนที่ปคม.

สำหรับ อดีตส.ท. คนนี้ ส่วนตัวรู้จักกันเพราะอยู่บ้านใกล้เคียงกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการกล่าวหาเพราะมีบุคคล​เคยเห็นคลิปขณะลูกสาวถูกกระทำ ส่วนอาการของลูกสาวขณะนี้ยังต้องรักษาด้วยการรับประทาน​ยานอนหลับ และมีอาการหวาดกลัว​และพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ขณะที่ทางญาติของผู้ก่อเหตุเคยเสนอเงินให้จำนวน 4 แสนบาท และข้อเสนอแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับลูกชาย ซึ่งตนไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆทั้งสิ้น

ด้านตำรวจ ปคม.ได้รับเอกสารหลักฐาน​และสอบปากคำผู้เสียหาย พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรม​และหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะประสานกับตำรวจในพื้นที่ให้ช่วยติดตาม และประสาน กรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคง​ของ​มนุษย์​หรือพม. ให้เข้ามาดูแลสภาพ​จิตใจของผู้เสียหาย