
รวบสาวแสบ แอบลักเงินวัดที่ใช้ในกิจของสงฆ์หลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า2 แสนบาท
รวบตีนแมวตัวแสบลักเงินวัดที่ใช้ในกิจของสงฆ์หลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า2 แสนบาท (มีคลิป)
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ก.พ.64 ที่สภ.คีรีรัฐนิคน จ.สุราษฎร์ธานี ร.ต.อ.อนิรุตร์ พลรักษ์ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.คีรีรัฐนิคม รับแจ้งจาก ดร.พระครูมนูญธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดสิงขร หมู่ที่ 3 ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมนำหลักฐานภาพวงจรปิด ขณะที่นายนิพนธ์ มะลิทองพันธ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/2 หมู่ที่ 4 ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเคยเป็นเด็กวัดที่เคยเลี้ยงไว้ ปืนหลังคาเข้าไปลักทรัพย์ก่อนถูกชาวบ้านจับตัวไว้ได้
ดร.พระครูมนูญธรรมธาดา เล่าว่านายนิพนธ์ ผู้ต้องหาเคยเป็นเด็กที่เคยเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ช่วงหลังเริ่มมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งตนเองเคยจับได้หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยเอาความแต่อย่างใด แต่มาระยะหลังเริ่มมีพฤติกรรมหนักขึ้น โดยล่าสุดเมื่อสามวันก่อน ก็เข้ามาลักปัจจัยในกฎิ ซึ่งเป็นเงินที่ญาติโยมบริจาคเพื่อนำไปใช้ในกิจของสงฆ์ ค่าน้ำ ค่าไฟ จนเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 ม.ค.เวลาประมาณ 19.00 น.นายนิพนธ์ ผู้ต้องหาได้มาปีนกุฏิที่กำลังสร้างใหม่ เพื่อปีนมาทางหลังคากุฎิหลังเก่าที่ใช้จำวัด ก่อนที่จะลอดฝาผนังที่ผุพังจนเป็นรูเข้าไปรื้อค้นเพื่อที่ลักเงิน แต่ช่วงนั้นได้มี
นายสมาน หอมฤทธิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกรรมการวัด เห็นเหตุการณ์ จึงได้เรียกชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ มาช่วยกันจับตัวไว้ได้ก่อนที่จะนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม มูลค่าที่คนร้ายเข้ามาลักเงินไปกว่า 2 แสนบาท ที่ผ่านมาชาวบ้านและพระลูกวัดก็เคยโดนผู้ต้องหาเข้าไปลักทรัพย์อีกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยคิดจะเอาความแต่อย่างใด แต่มาครั้งนี้สุดทนจึงได้ดำเนินการตามกฎหมายเพื่อลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ด้านนายสมาน หอมฤทธิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่3 ต.ถ้ำสิงขร และเป็นกรรมการวัด เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งอยู่ที่ศาลาวัดและได้สั่งเกตุเห็นนายนิพนธ์ ผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์ขับวนไปมาอยู่ภายในวัดจึงได้แอบดูพฤติกรรม จนผู้ต้องหาได้ได้เข้ามาที่กุฎิหลังใหม่ที่กำลังสร้างอยู่ด้านหลังแล้วปีนมาทางหลังคาด้านหลังกุฎิหลังเก่า เดินอ้อมมาด้านหน้ากุฎิหลังเก่าแล้วรอดทางช่องฝาผนังไม้ผุ เข้าไปภายในกุฎิ ขณะนั้นตนเองอยู่คนเดียวจึงได้ปืนยิงขู่ลงดินจำนวน 1 นัด และตะโกนบอกว่าให้ออกมาก่อนที่จะโทรประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านเข้าปิดล้อมจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้คาหนังคาเขา
จากที่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุลักทรัพยจริงโดยได้เข้าไปลักทรัพย์ในกุฎิเจ้าอาวาสมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง ทั้งนี้หลังเจ้าพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ และบุกรุเคหะสถานในเวลากลางคืนต่อไป
สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่่าวภูมิภาค จ.สุราษฎร์ธานี



