ข่าว

ศาลปค.มีคำสั่งยกร้อง30โครงการในมาบตาพุด

ศาลปค.มีคำสั่งยกร้อง30โครงการในมาบตาพุด

22 ม.ค. 2553

ศาลปค.มีคำสั่งยกร้อง 30 โครงการในมาบตาพุด หลังเจ้าของโครงการอ้างเป็นโครงการไม่ต้องการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม

 (22ม.ค.) เมื่อเวลา 18.00 น. ศาลปกครองกลาง โดยนายภาณุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลางและคณะ ได้มีคำสั่งยกคำร้องของบริษัทเจ้าของโครงการอุตสาหกรรม 30 โครงการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลปกครองกลางที่สั่งระงับการดำเนินโครงการในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ทั้ง 65 โครงการ ตามคำฟ้องของสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 43 คน (ผู้ฟ้องคดี)

 ประกอบด้วย บริษัทสยามมิตซุย พีทีเอ จำกัด บริษัทไออาแอล 1996 จำกัด บริษัทอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) บริษัทไทยโพลิเอททีลิน จำกัด บมจ.ปตท. บริษัทพีทีที ฟีนอล จำกัด บริษัทเหมราช อีวเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเดรียลเอสเตท จำกัด บริษัทไทยเอทานอลเอมีน จำกัด บริษัทเอ็มทีพี เอชพีพีโอ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด บริษัทบางกอก โพลีเอททีลิน จำกัด บริษัทพีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด บริษัทอูเบะไนล่อน จำกัด บริ ษัทบูลสโคบ สตีล(ประเทศไทย) จำกัด บริษัทอดิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์(ประเทศไทย) จำกัด บริษัทสยามแผ่นเหล็กวิลาส จำกัด บมจ. ปตท. เคมิคอล บริษัทเอ็มทีพี เอชพี เจวี(ประเทศไทย) จำกัด บริษัทกรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด บริษัทสยาม เลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริษัทบี อาร์ พี สตีล จำกัด บมจ.วีนิไทย บริษัทไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด ซึ่งขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้โครงการหรือกิจกรรมของผู้ร้องทั้งหมดเป็นโครงการ หรือกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.52 และคำสั่งศาลปกครองสูงสุด วันที่ 2 ธ.ค.52

 ทั้งนี้บริษัทผู้ร้องทั้งหมดอ้างว่า โครงการทั้ง 30 โครงการเป็นโครงการ หรือกิจกรรมที่ไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นโครงการที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนวันประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 ประกอบกับศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยวางกรอบไว้ในคำสั่งวันที่ 2 ธ.ค.52 ที่ระบุว่า โครงการ หรือกิจกรรมที่มุ่งควบคุมหรือบำบัดมลพิษ หรือติดตั้งอุปกรณ์เท่านั้น ไม่อยู่ในโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ดังนั้นโครงการทั้ง 30 โครงการของผู้ร้องจึงยังไม่สมควรถูกสั่งระงับการดำเนินโครงการในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เป็นการชั่วคราว

 อย่างไรก็ตามศาลปกครอง ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า กรณีนี้เป็นกรณีที่ผู้ร้องทั้งหมดสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใช้เป็นหลักฐานแสดงว่า โครงการหรือกิจกรรมดังกล่าวของผู้ร้องไม่อยู่ภายใต้บังคับของคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.52 และคำสั่งศาลปกครองสูงสุด วันที่ 2 ธ.ค.52 โดยไม่จำเป็นต้องมีคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า โครงการหรือกิจกรรมของผู้ร้องได้รับการยกเว้นตามคำสั่งดังกล่าวแต่อย่างใด ศาลจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในเรื่องนี้อีก อย่างไรก็ดีถ้าหากโครงการหรือกิจกรรมใดของได้ดำเนินการตามกฎหรือระเบียบที่ผู้มีอำนาจหน้าที่กำหนดตาม มาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 คณะกรรมกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กับพวกรวม 8 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) หรือผู้มีส่วนได้เสียอาจมีคำขอต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้พิจารณามีคำสั่งแก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งนั้นเสียก็ได้ ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นเจ้าของโครงการทั้ง 30 โครงการ