
ออกหมายจับกิ๊กหนุ่มใหญ่ลวงเศรษฐินีฆ่าปล้นทรัพย์
ตำรวจ สภ.วังทอง ออกหมายจับกิ๊กหนุ่มใหญ่ ที่มาติดพันเศรษฐินีเจ้าของคณะลิเกแล้ว หลังวางแผนนำเพื่อนร่วมแก๊งค์อีก 3 คนมาทำการปล้น กิ๊กหนุ่มทำหน้าที่ขับรถมาส่งหน้าบ้าน ส่วนอีก 3 คนลงมือปล้น ขณะที่ตำรวจตามจับมือปล้นมาได้แล้ว 2 ราย เหลืออีก 1 ราย คาดกบดานอยู่ใน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้าย 3 คน บุกปล้นบ้านนางมนูญ โปรดครบุรี อายุ 55 ปี เศรษฐินีเจ้าของคณะลิเก อยู่บ้านเลขที่ 227 ม.15 ต. แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก และหลานสาวนางสาวกานดา คาเดช อายุ 23 ปี ที่ถูกกลุ่มคนร้าย 3 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์สินพร้อมจับใส่กุญแจมือแล้วขังไว้ในห้องนอน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2552 ชุดสืบสวนตำรวจภาค 6 สามารถจับกุมนายอดิศัย จันทนะโพธิ อายุ 43 ปี ชาวปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร มาได้ 1 คน พร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินที่ปล้นไป 6 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาท เบื้องต้นนายอดิศัย ยอมรับสารภาพ
ล่าสุดในวันที่ 9 มีนาคม เจ้าหน้าที่สามารถตามจับมาได้อีก 1 คน คือนายธนะผล เปลี่ยนวงศ์ หรือ หนุ่ย อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 / 1 ม .2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางโทรศัพท์โนเกีย N 95 ของนางมนูญ โปรดครบุรี เบื้องต้นนายธนะผล ไม่ยอมให้การในชั้นสอบสวน จะให้การในชั้นศาล แต่ผู้เสียหายทั้งสองคน มาชี้ตัวแล้วยืนยันว่านายธนะผลอยู่ร่วมในทีมปล้น และยืนยันว่าโทรศัพท์ที่ตำรวจพบในบ้านพักนายธนะผลนั้นเป็นของนางมนูญ
ต่อมาเวลา 14.00 น . วันเดียวกัน พ.ต.อ. ธวัชชัย มวญนารา ผกก.สภ.วังทอง พ.ต.ท. สดุดี ชินบุตร รองผกก.สส. สภ.วังทอง พ.ต.ท. สงกรานต์ ปานมณี สวป . สภ . วังทอง และพ.ต.ท.จำเริญ สีสังข์ พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี ได้ควบคุมตัวนายอดิศัย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จากการสอบสวนนายอดิศัย ยอมรับว่า มีผู้ลงมือร่วมทีมปล้นทั้งหมด 4 คน โดยมีนายวิโรจน์ ที่เป็นกิ๊ก หรือคนสนิทของนางมนูญ เป็นผู้ขับรถโตโตย้าแบบ 4 ประตู สีบอนด์ พาไปที่บ้านดังกล่าว ส่วนนายอดิศัยและเพื่อนอีก 2 คน เป็นผู้ลงมือเข้าไปปล้น โดยพาไปชี้จุดที่โรงแรมบ้านคลองรีเจ้นท์ ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเข้าพักและวางแผนก่อนลงมือปล้น และที่บ้านก่อเหตุปล้นใน ต.แม่ระกา อ.วังทอง
นายอดิศัย รับว่า เป็นผู้ถือปืนเข้ามาจี้ที่ผู้เสียหายทั้งสองคน ก่อนที่เพื่อนร่วมงานอีก 2 คน จะลงมือใช้กุญแจมัดไพล่หลัง จับมัดเท้า มัดปาก และปิดตา ส่วนนายอดิศัยเป็นผู้ลงมือรื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องนอนของนางมนูญ จากนั้น ผู้ลงมือทั้ง 3 คน ได้ขึ้นรถปิคอัพ โตโยต้า 4 ประตู ที่มีนายวิโรจน์ หรือ นายกันหา สอดตรา อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 ม .8 ต . เขาค้อ อ . เขาค้อ จ . เพชรบูรณ์ เป็นคนขับ ที่จอดรออยู่หน้ารถ
จากนั้นได้ขับรถเข้ากรุงเทพฯทันที โดยจอดให้ผู้ต้องหาอีก 1 คน ลงที่แยกบึงพระ ต . บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก ขณะที่ 3 คน พากันเข้ากรุงเทพฯและแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งนายอดิศัยถูกจับกุมได้เป็นคนแรก
พ.ต.ท.จำเริญ สีสังข์ พนักงานสอบสวน สภ.วังทอง ร้อยเวรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่กำลังจับตามตัวอยู่ โดยหลังเกิดเหตุได้ขึ้นรถยนต์ปิคอัพหลบหนี ผู้ต้องหาคนนี้( มีหนวด ) ได้แยกลงที่ ต.บึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 3 คนพากันหลบหนีเข้ากรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 84 / 2552 วันที่ 8 มีนาคม 2552 เพื่อจับกุม นายวิโรจน์ หรือ นายกันหา สอดตรา อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 87 ม.8 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
สำหรับนายวิโรจน์ หรือ นายกันหา สอดตรา ที่ยังหลบหนีอยู่นั้น เป็นหนุ่มใหญ่ ที่รู้จักกับนางมนูญ ผู้เสียหายที่ถูกปล้นเป็นอย่างดี ได้คบหาดูใจเป็นแฟนกันได้สักระยะหนึ่ง เคยเข้านอกออกในบ้านนางมนูญหลายครั้ง เคยนัดกันไปเที่ยวในเมืองพิษณุโลกบ่อยครั้ง จนสนิทสนมกัน ขณะนี้ตำรวจ สภ.วังทอง กำลังเร่งติดตามนายกันหา หรือ นายวิโรจน์ พร้อมกับผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี



